handshake.jpg

 

เมื่อเผชิญกับปัญหา ฝรั่งมักมีคำกล่าวอยู่เสมอๆ ว่า “ Solve the problem, don’t fight the problem.”หมายความว่า ถ้าเกิดปัญหาขึ้นให้พยายามหาทางแก้ปัญหาแต่อย่าต่อสู้กับปัญหา เพราะการต่อสู้กับปัญหาอาจทำให้ปัญหาลุกลามหรือบานปลายออกไป ผู้บริหารหลายท่านอาจเข้าใจถึงหลักการในข้อนี้ดี แต่ในทางปฏิบัติอาจทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากผู้บริหารไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้ทำให้ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลในการแก้ปัญหา ดังนั้นสิ่งที่ผู้บริหารควรทำคือ การตั้งสติ หยุดคิด พิจารณาถึงสาเหตุของปัญหา พูดง่ายๆ คือ การใช้ปัญญามากกว่าอารมณ์ เพราะเมื่อใดก็ตามที่ผู้บริหารใช้อารมณ์ เหนือการนำของปัญญาเมื่อนั้นความแจ่มใสในการแก้ปัญหาก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้

ผู้บริหารต้องพึงระลึกไว้เสมอว่าเมื่อปัญหาเกิดขึ้นก็เปรียบเสมือนกับไฟที่กำลังเริ่มก่อตัวขึ้น ไฟจะไหม้ลามเป็นวงกว้างหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวเราเอง เพราะฉะนั้นถ้าเราต้องการให้ปัญหาไม่ลุกลามออกไป หน้าที่ของเราก็คือการนำเอาน้ำเข้าไปดับไฟก็อาจกลายเป็นว่าเราราดน้ำมันเพิ่มเข้าไปบนกองไฟนั้น ทำให้เกิดความวุ่นวายมากยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงความสูญเสียที่จะตามมาอีกมากมาย เสมือนกับไฟที่อาจจะลุกไหม้เพียงแค่ห้องเดียวแล้วถูกดับได้ทันท่วงทีก่อนที่จะลามไปสู่ห้องอื่นๆ กับไฟที่ไหม้บ้านไปทั้งหลังอันเนื่องมาจากมีคนเอาน้ำมันราดเพื่อเติมเชื้อไฟเข้าไป

การแก้ปัญหาโดยทั่วๆ ไป แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ ปัญหาที่พบเจอเป็นประจำ ซึ่งมีแนวทางสามารถนำมาแก้ปัญหาได้ โดยองค์กรมักเผชิญกับปัญหาแบบนี้มากถึง 98 เปอร์เซ็นต์ อาจเรียกได้ว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำ และปัญหาที่เกิดขึ้นใหม่ ยังไม่มีแนวทางแก้ไขมาก่อนหรือเป็นปัญหาที่ไม่ได้เกิดเป็นประจำ ซึ่งต้องอาศัยเรื่องของความคิดสร้างสรรค์และการคิดแบบวัตกรรม (Innovative Thinking) ในการแก้ปัญหา องค์กรทั่วไปเผชิญกับปัญหาแบบนี้เพียงแค่ 2 เปอร์เซ็นต์จากปัญหาทั้งหมดที่พบในการทำงาน

วิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการแก้ปัญหาที่ผู้บริหารต้องพึงระลึกไว้ในใจเสมอคือ การมีความคิดและทัศนคติในเชิงบวก และต้องพยายามมองเห็นโอกาสในปัญหาหรือเปลี่ยนปัญหาเป็นโอกาสให้จงได้ (Turning problems into opportunities) เพราะบ่อยครั้งผู้บริหารมองเห็นปัญหาแต่ไม่ได้มองเห็นโอกาสที่อยู่ในปัญหานั้น ถ้าผู้บริหารยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชาเขียวยี่ห้อหนึ่งได้ ว่ามีบุคคลที่ได้พบชาเขียวที่ดื่มมีความผิดปกติ และแจ้งไปยังผู้สื่อข่าวถึงความผิดปกตินั้น เจ้าของบริษัทชาเขียวแห่งนี้ก็รีบออกมาแสดงความรับผิดชอบโดยการเรียกคืนชาเขียวที่ผลิตในช่วงเวลาเดียวกับชาเขียวขวดที่มีปัญหาจากร้านค้าทั่วประเทศและแสดงความรับผิดชอบที่จะออกค่าใช้จ่ายหรือค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้ที่บริโภคชาเขียวแล้วเกิดอาการผิดปกติทั้งหมดนอกจากนี้ยังนำสื่อมวลชนทุกแขวงเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของบริษัทว่ามีความสะอาดและปลอดภัย การฉวยโอกาสในการประชาสัมพันธ์บริษัทในช่วงเวลาที่เกิดปัญหาเช่นนี้เป็นการแก้ปัญหาที่มุ่งสู่การแสวงหาโอกาสไปพร้อมกันด้วยหลังจากนั้นต่อมาอีกไม่นานทางบริษัทชาเขียวยี่ห้อนี้ก็กระตุ้นยอดขายของตนที่อาจได้รับผลกระทบจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและคู่แข่งมากขึ้น โดยการออกรายการแจกเงินสด 1 ล้านบาทภายใน 24 ชั่วโมงแก่ผู้ที่เปิดฝาแล้วเจอคำว่าเงินล้าน

จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นได้ว่าปัญหาหรืออุปสรรคในบางครั้งก็เป็นเหมือนวัคซีนที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและสร้างความเข้มแข็งให้กับบุคคลในการดำรงชีวิตและการทำงานถ้าบุคคลผู้นั้นรู้จักที่จะปรับตัวเพื่อรับมือกับปัญหาให้ได้เมื่อสามารถแก้ปัญหาได้แล้ว บุคคลก็จะมีความเชื่อมั่นในตนเองมากยิ่งขึ้น

การแก้ปัญหาทั้งชีวิตและการทำงานให้ประสบผลสำเร็จได้นั้น ผู้บริหารต้องตั้งคำถามว่า “ทำไม” เพื่อค้นหาว่าอะไรเป็นสาเหตุหรือต้นตอของปัญหา ในบริษัทโตโยต้าได้มีการแนะนำกระบวนการที่เรียกว่า การถามคำว่า “ทำไม” 5 ครั้ง (Five-Why Process) เพื่อค้นหาแนวทางในการแก้ปัญหาในการผลิต ซึ่งวิธีการนี้สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกองค์กร โดยเริ่มต้นถามคำว่า “ทำไม ปัญหาถึงเกิดขึ้น” เพื่อที่จะหาสิ่งที่อยู่ภายใต้ปัญหานั้น และถามซ้ำด้วยคำว่า “ทำไม” อีกหลายๆ ครั้งอย่างน้อย 5 ครั้ง เพื่อที่จะลงลึกไปอีกระดับ จนกระทั่งสามารถระบุได้ถึงต้นตอหรือรากเหง้าของปัญหา นอกจากนี้คำถามที่สำคัญอีกประการที่ผู้บริหารควรถามก็คือ “อย่างไร” เป็นการนำไปสู่การค้นพบเส้นทางที่แตกต่างในการปรับปรุงหรือแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพดังนั้นเพื่อการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ผู้บริหารต้องจำ 2 คำนี้ให้ขึ้นใจ

------------------------------------

 


( 0 Votes ) 31 เคล็ด(ไม่)ลับนักบริหาร
Tags:     บริหาร      ปัญหา      แก้ไข      การคิด