Lectio Divina เดือนพฤษภาคม 2009
|
วิญญาณของสังคมมนุษย์ |
|
พฤษภาคม 2009 |
| LECTIO (พระเจ้าตรัสว่า) |
| มก 16:14-20 |
|
Normal 0 false false false EN-US X-NONE TH MicrosoftInternetExplorer4
/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:"Table Normal";
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-priority:99;
mso-style-qformat:yes;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0in 5.4pt 0in 5.4pt;
mso-para-margin:0in;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:11.0pt;
mso-bidi-font-size:14.0pt;
font-family:"Calibri","sans-serif";
mso-ascii-font-family:Calibri;
mso-ascii-theme-font:minor-latin;
mso-fareast-font-family:"Times New Roman";
mso-fareast-theme-font:minor-fareast;
mso-hansi-font-family:Calibri;
mso-hansi-theme-font:minor-latin;
mso-bidi-font-family:"Cordia New";
mso-bidi-theme-font:minor-bidi;}
14ในที่สุด พระองค์ทรงแสดงพระองค์แก่อัครสาวกสิบเอ็ดคนขณะที่เขากำลังร่วมโต๊ะกินอาหารอยู่ ทรงตำหนิพวกเขาที่ไม่ยอมเชื่อและมีใจแข็งกระด้าง เพราะไม่ยอมเชื่อผู้ที่เห็นพระองค์เมื่อทรงกลับคืนพระชนมชีพแล้ว 15พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ท่านทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวดีให้มนุษย์ทั้งปวง 16ผู้ที่เชื่อและรับศีลล้างบาปก็จะรอดพ้น ผู้ที่ไม่เชื่อจะถูกตัดสินลงโทษ 17ผู้ที่เชื่อจะทำอัศจรรย์เหล่านี้ได้ คือจะขับไล่ปีศาจในนามของเรา จะพูดภาษาใหม่ ๆ ได้ 18จะจับงูได้ และถ้าดื่มยาพิษก็จะไม่ได้รับอันตราย เขาจะปกมือเหนือคนเจ็บ คนเจ็บเหล่านั้นก็จะหายจากโรคภัย” |
|
Normal 0 false false false EN-US X-NONE TH MicrosoftInternetExplorer4
/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:"Table Normal";
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-priority:99;
mso-style-qformat:yes;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0in 5.4pt 0in 5.4pt;
mso-para-margin:0in;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:10.0pt;
font-family:"Times New Roman","serif";
mso-bidi-font-family:"Angsana New";}
* เส้นชัย การเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูเจ้าเปิดทางให้ประวัติศาสตร์ของโลกเข้าสู่นิรันดรภาพ (ดู มก 16:15-20) สวรรค์อยู่เหนือแผ่นดิน เป็นเป้าหมายที่มนุษย์ต้องบรรลุถึง แผนการของพระเจ้าสำหรับมนุษย์มีขั้นตอนชัดเจน การเสด็จสู่สวรรค์เป็นพันธกิจสุดท้ายขององค์พระวจ-นาตถ์ผู้เสด็จมารับธรรมชาติมนุษย์ พระองค์เสด็จลงมาจากสวรรค์และเสด็จกลับ การเสด็จกลับของพระองค์มีความหมายอย่างยิ่ง พระองค์เสด็จกลับแต่ก็ยังประทับอยู่ในโลก * ใจของเราอยู่บนสวรรค์ การที่พระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์ แต่ยังคงประทับอยู่บนแผ่นดิน ทำให้เกิดสภาวะเฉพาะขึ้นมา ซึ่งนักบุญออกัสตินอธิบายว่า “วันนี้องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราเสด็จสู่สวรรค์ ถึงแม้พระองค์เสด็จสู่สวรรค์ พระองค์ก็มิได้ประทับอยู่ห่างจากเรา ดังนั้น เราจึงอยู่กับพระองค์ที่นั่นด้วย”พระองค์ทรงสถาปนาพระคริสตเจ้าทั้งครบขึ้นมา(Cristo Totale) คือ พระวรกายอยู่บนแผ่นดิน ส่วนพระเศียรอยู่บนสวรรค์ สิ่งที่ต้องอยู่ในมโนสำนึกของมนุษย์ก็คือ การเสด็จมารับธรรมชาติมนุษย์ การทรมาน การสิ้นพระชนม์ การกลับคืนชีพและการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงเป็นดวงอาทิตย์ที่ให้ความสว่างทำให้เราเข้าใจชีวิตในภาพรวม และคุณค่าของมัน พระเยซูเจ้ามหาสมณะสูงสุดทรง “ปรากฏพระองค์เพียงครั้งเดียว ณ บัดนี้ ซึ่งเป็นยุคสุดท้าย เพื่อลบล้างบาปโดยบูชาพระองค์......พระคริสตเจ้า...ทรงถวายพระองค์เพียงครั้งเดียวเพื่อทรงแบกบาปของคนจำนวนมาก พระองค์จะทรงปรากฏพระองค์เป็นครั้งที่สองโดยไม่ทรงเกี่ยวข้องกับบาปอีก แต่เพื่อทรงนำความรอดพ้นมาประทานแก่ผู้ที่รอคอยพระองค์” (ฮบ 9:26..)มนุษย์ถูกสร้างให้เป็น “กายเดียวและจิตเดียว ดังที่พระเจ้าทรงเรียกท่านให้มีความหวังประการเดียว มีองค์พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว ความเชื่อหนึ่งเดียว ศีลล้างบาปหนึ่งเดียว พระเจ้าหนึ่งเดียว ผู้ทรงเป็นพระบิดาของทุกคน พระองค์ทรงอยู่เหนือทุกคน ทรงกระทำการผ่านทุกคน และสถิตอยู่ในทุกคน” (อฟ4:4-6) นี่คือวิสัยทัศน์แห่งเอกภาพที่งดงามมาก * โลกที่เคลื่อนด้วยจิตวิญญาณ พอพระเยซูเจ้าทรงปกพระหัตถ์เหนือบรรดาศิษย์และส่งเขาไปประกอบพันธกิจ ชีวิตประจำวันก็ได้รับแสงสว่าง ทุกคนถูกเปลี่ยนแปลง มีชีวิตใหม่และปรารถนาที่จะนำไปแบ่งปันกับผู้อื่น ใครจะประกาศถึงการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้า? พันธกิจคือพลังของพระเยซูเจ้าผู้เสด็จสู่สวรรค์และได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ พระองค์ยังคงประทานชีวิตผ่านทางพลังของพระจิตเจ้าต่อไป การกลับสู่พระบิดากับการมอบหมายพันธกิจแก่พระศาสนจักรให้ออกไปประกาศพระวรสารทั่วโลกเกิดขึ้นพร้อมกัน บรรดาศิษย์ถูกเรียกระดมสรรพกำลัง สร้างพระอาณาจักร พระจิตเจ้าจะทรงประทานอำนาจให้เขาและทำให้เขาเป็นพยาน“ทั่วโลก” องค์พระเยซูเจ้าแห่งนาซาเร็ธที่ตาแห่งกายมองเห็นได้หายไป จุด ศูนย์กลางของโลกไม่ได้อยู่ ณ ที่ซึ่งพระองค์ถูกมองเห็น เพราะบัดนี้พระ องค์ทรงประทับอยู่ทั่วไป เช่น ในพระวาจา ในศีลมหาสนิท ในตัวคริสต-ชน เป็นต้น เป้าหมายของพระองค์คือ “มนุษย์ทั้งปวง” “ทั่วโลก” เป็นงานใหญ่ที่ทำได้ไม่ง่ายนัก เนื่องจากมิใช่ทุกคนที่เชื่อ งานนี้มิใช่งานของมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ความสำเร็จทุกประการจึงมิใช่ของพระศาสนจักร แต่เป็นผลงานของพระจิตเจ้า MEDITATIO (พระวาจาของพระเจ้าตรัสกับฉันวันนี้) · ความเชื่อปรากฏชัดเจนขึ้นมาก เป็นการมองเห็นผู้ที่ไม่มีรูปปรา- กฏ และรับรู้ว่าพระองค์ทรงเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง และการพบปะกับพระองค์ทำได้ผ่านทางเครื่องหมายเท่านั้น · ฉันต้องรู้จักเห็นคุณค่าของเวลา พื้นที่ และที่สำคัญคือบุคคล ฉัน กำลังร่วมกับพระเยซูเจ้าผู้ซึ่ง “ทำงานกับเรา” · เกิดความจำเป็นเร่งด่วนประการหนึ่ง คือ ทุกคนต้องรู้เรื่องนี้ เพราะเป็นสิทธิของเขา เป็นพระวาจาในชีวิตและพันธกิจของพระศาสน- จักร ORATIO (พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราภาวนา) ขอโทษ “เขายังคงจ้องมองท้องฟ้าขณะที่พระองค์ทรงจากไป ทันใดนั้น มีชายสองคนสวมเสื้อขาวปรากฏกับเขา กล่าวว่า ‘ชาวกาลิลีเอ๋ย ท่านทั้งหลายยืนแหงนมองท้องฟ้าอยู่ทำไม พระเยซูเจ้าพระองค์นี้ ที่ทรงเสด็จขึ้นสู่สวรรค์จะเสด็จกลับมาเช่นเดียวกับที่ท่านทั้งหลายเห็นพระองค์ทรงจากไปสู่สวรรค์’(กจ 1:10-11) “ผู้ที่ไม่เชื่อจะถูกตัดสินลงโทษ” (กจ16:16) ขอบคุณ “ขอพระวาจาของพระคริสตเจ้าสถิตอยู่ในท่านอย่างเต็มเปี่ยม จงสอนและตักเตือนกันด้วยปรีชาญาณ จงขอบพระคุณพระเจ้าโดยการขับร้องบทเพลงสดุดี เพลงสรรเสริญและบทเพลงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ จากใจจริง ท่านจะพูดเรื่องใดหรือทำกิจการใด ก็จงพูดจงทำในพระนามของพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นการขอบพระคุณพระเจ้าพระบิดาโดยทางพระองค์เถิด” (คส 3:16) ขอพรพระจิตเจ้า “จงรู้เถิดว่าเราอยู่กับท่านทุกวันตลอดไปตราบจนสิ้นพิภพ” (มธ 28:20) “พระพรของพระจิตเจ้าจะอยู่กับเราตลอดไปจน สิ้นพิภพ พรนี้ เป็นความบรรเทาใจให้กับการรอคอยของเรา อีกทั้งยังเป็นหลักประกันว่าพระพรอันเป็นความหวังของเราในอนาคตจะเป็นจริง ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นแสงสว่างแห่งปัญญาและความรุ่งโรจน์ของวิญญาณของเรา” (น. ฮีลารี) “พระเจ้าทรงสัญญาจะส่งพระจิตเจ้ามาให้เรา พระองค์จะทำให้เรามีจิตใจพร้อมที่จะปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์ แป้งที่ปราศจากน้ำคงเป็นเพียงกองแป้ง ไม่สามารถนำมานวดทำขนมปังได้แม้แต่ก้อนเดียว เราก็เช่นกัน ถึงแม้จะมีจำนวนมาก ก็ไม่สามารถกลับเป็นกายเดียวกันในพระคริสตเจ้าได้ หากไม่มีน้ำจากสวรรค์ มารวมเราเข้าด้วยกัน ดินที่ปราศจากน้ำ มิอาจทำให้ต้นข้าวเติบโตและให้ผล อุปมาเหมือนพวกเราที่เป็นไม้แห้ง มิอาจให้ผลได้โดยปราศจากฝนจากสวรรค์” (น.อิเรเนอัส) CONTEMPLATIO (พระวาจากลับเป็นความจริง) ข้าพเจ้ามองสรรพสิ่งในโลก และเห็นผู้สร้าง ผู้ที่รัก และทำให้ร่องรอยของพระเจ้าประทับอยู่ “ความเชื่อนี้ที่ทวีขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูเจ้า อีกทั้งได้รับการเสริมให้เข้มแข็งขึ้นด้วยพระพรของพระจิตเจ้า มิอาจถูกลบล้างด้วยโซ่ตรวน การขังคุก การเนรเทศ ไฟ ความหิว สัตว์ร้ายในสนามกีฬา หรือความโหดร้ายทารุณไม่ว่าชนิดใดจากผู้เบียดเบียน ......ความเชื่อ นำผู้มีความเชื่อไปสู่ภาวะที่พระบุตรแต่องค์เดียว ผู้เสมอเท่าพระบิดาเจ้า มิอาจถูกสัมผัสได้ด้วยมือ แต่ด้วยจิตเท่านั้น” (น.เลโอผู้ยิ่งใหญ่)
COMMUNICATIO (พระวาจาของพระเจ้าอยู่ในทุกคน) “บรรดาศิษย์ก็แยกย้ายกันออกไปเทศนาสั่งสอนทั่วทุกแห่งหน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำงานร่วมกับเขา และทรงรับรองคำสั่งสอนโดยอัศจรรย์ที่ติดตามมา”(ข้อ 20) |
|
Normal 0 false false false EN-US X-NONE TH MicrosoftInternetExplorer4
/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:"Table Normal";
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-priority:99;
mso-style-qformat:yes;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0in 5.4pt 0in 5.4pt;
mso-para-margin:0in;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:10.0pt;
font-family:"Times New Roman","serif";
mso-bidi-font-family:"Angsana New";}
บรรดาทูตของพระเจ้ามองลงมาจากสวรรค์ เห็นความงามที่พระเจ้าทรงสร้างแล้ว รู้สึกทึ่ง แต่ยังมีอีกสิ่งที่พวกเขารู้สึกว่ายังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์และเป็นปัญหา กล่าวคือ ความทุกข์ที่อยู่ในมวลมนุษย์ ทูตของพระเจ้าจึงไปหาพระผู้สร้าง ขอให้พระองค์ทรงช่วยเหลือ องค์พระผู้สร้างตรัสตอบว่า “พวกเขามีความรัก ซึ่งเป็นความลับอยู่ในมือของพวกเขา ความรักเปลี่ยนสิ่งร้ายให้กลายเป็นดีได้” |
|
Normal 0 false false false EN-US X-NONE TH MicrosoftInternetExplorer4
/* Style Definitions */
table.MsoNormalTable
{mso-style-name:"Table Normal";
mso-tstyle-rowband-size:0;
mso-tstyle-colband-size:0;
mso-style-noshow:yes;
mso-style-priority:99;
mso-style-qformat:yes;
mso-style-parent:"";
mso-padding-alt:0in 5.4pt 0in 5.4pt;
mso-para-margin:0in;
mso-para-margin-bottom:.0001pt;
mso-pagination:widow-orphan;
font-size:10.0pt;
font-family:"Times New Roman","serif";
mso-bidi-font-family:"Angsana New";}
ภายหลังการเสด็จสู่สวรรค์ของพระเยซูเจ้า ยังมีความลับอยู่อีกประการหนึ่ง กล่าวคือ “ที่ใดมีสองหรือสามคนชุมนุมกันในนามของเรา เราอยู่ที่นั่นในหมู่พวกเขา” (มธ 18:20) |
( 0 Votes )














