|
* “เรามีบ้านถาวรนิรันดรอยู่ในสวรรค์” (2 คร 5:2) อุปมาเรื่องเงินตะลันต์กล่าวถึงการร่วมยินดีถึงสองครั้งว่า “จงมาร่วมยินดีกับนายของเจ้าเถิด” (ข้อ 21,23) การร่วมยินดีกับพระเจ้าเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิต ในบทสัญญลักษณ์ของอัครสาวก คริสตชนสวดว่า “พระองค์เสด็จสู่สวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระบิดา” ซึ่งมีความหมายว่า พระเยซูเจ้าทรงชนะความตายและเข้าสู่พระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า และนี่คือเป้าหมายสูงสุดของมนุษย์บนแผ่นดิน ในโอกาสรับประทานอาหารค่ำครั้งสุดท้ายกับบรรดาศิษย์ พระองค์ทรงภาวนาว่า “ข้าแต่พระบิดา ผู้ที่พระองค์ประทานให้ข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าปรารถนาให้เขาอยู่กับข้าพเจ้าทุกแห่งที่ข้าพเจ้าอยู่” (ยน 17:24) เป้าหมายเป็นตัวกำหนดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ที่เคลื่อนไปในนิรันดรภาพ ความสุขที่มนุษย์ใฝ่ฝันอยากได้อยู่ตรงนี้ ดังที่พระคัมภีร์กล่าวว่า “จงเฝ้ามองพระเจ้า แล้วใบหน้าของท่านจะเปล่งปลั่งด้วยแสงรุ่งโรจน์ และไม่เศร้าหมอง” เดือนสุดท้ายตามปฏิทินของพระศาสนจักร และพิธีกรรมต่างๆ ตลอดทั้งเดือนเชิญชวนให้คิดถึงเป้าหมายสุดท้ายในสวรรค์ ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของชีวิตของเรา
* ชีวิตที่ถูกมองจากข้างบน
เป้าหมายเป็นตัวกำหนดทิศทาง เมื่อความสำเร็จของสิ่งสร้างทั้งหลายอยู่ในสวรรค์ เราจึงต้องมองชีวิตจากจุดนั้น เพื่อจะเข้าใจชีวิตได้อย่างแท้จริง ผู้ที่บรรลุเป้าหมายนี้ ได้พระเจ้ามาครอง แต่ความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งข้างนอกก็มีเหมือนกัน พระวาจาจึงเตือนว่าอย่าเป็น “ผู้รับใช้ที่ไร้ประโยชน์” เพราะจะถูกนำไปทิ้งในที่มืดข้างนอก (ข้อ 29-30) เมื่อมีผู้นำของขวัญมาให้ สิ่งที่เราต้องทำคือยื่นมือออกไปรับ คำอุปมาเรื่องเงินตะลันต์เป็นของขวัญที่พระประทานให้เปล่า มนุษย์ต้องรับและรู้จักใช้ให้ เกิดประโยชน์สูงสุด
* ซื่อสัตย์ในสิ่งเล็กน้อย จัดการในเรื่องใหญ่ ๆ
พระวาจาของพระเจ้าทำให้ชีวิตกลับเป็นการรอคอย หรือ การเดินทาง พระคริสตเจ้าผู้ได้รับเกียรติมงคลทรงเป็นเป้าหมายของโลก พระองค์ทรงประทาน“วันของพระเจ้า”แก่เรา เราประกาศว่า “พระคริสตเจ้าได้สิ้นพระชนม์ พระคริสตเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ พระคริสตเจ้าจะเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง” ชีวิตบนแผ่นดินมีมิติและมุมมองที่กว้างไกลไม่มีสิ้นสุด พระคริสตเจ้าทรงประทานความหมายให้กับทุกสิ่ง ดังที่เปาโลยืนยันว่า “ข้าพเจ้าคิดว่า การมีชีวิตอยู่ก็คือพระคริสตเจ้า” (ฟป 1:21) อนาคตที่เราคาดหวังคือพระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับคืนชีพ มิใช่สิ่งของ ดังนั้นพระองค์จึงต้องอยู่เหนือทุกสิ่ง บรรดานักบุญและผู้ล่วงหลับในพระเจ้าล้วนเป็นประจักษ์พยาน และทำให้เรามีมานะในความเชื่อ ในจิตมนุษย์มีเชื้อแห่งความเมตตาสงสารแฝงอยู่ คนเรามักพูดถึงแต่ความดีของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และไม่ยกสิ่งไม่ดีขึ้นมากล่าว ความยากลำบากในการเชื่อ คือ การทดสอบ ความทุกข์ทรมานเป็นการชำระให้สะอาด “บุตรแห่งความสว่าง” ได้รับการยืนยันว่า “เจ้าซื่อสัตย์” “ทุกท่านเป็นบุตรแห่งความสว่างและบุตรแห่งทิวากาล”(1ธส5:5) MEDITATIO (พระวาจาตรัสกับฉันวันนี้) • เพื่อบรรลุถึงเป้าหมายที่ข้าพเจ้าใฝ่ฝัน ข้าพเจ้าต้องถามตนเองว่า “พระ คริสตเจ้าคือใครถ้ามิใช่ความตายของร่างกายและทรงเป็นจิตของชีวิต? ดังนั้น ให้เราตายพร้อมกับพระองค์ เพื่อเราจะมีชีวิตอยู่กับพระองค์ ขอให้เรามีอุปนิสัยและจิตใจพร้อมที่จะตายทุกวัน.....” (S. Ambrogio). ทุกสิ่งต้องมุ่งไปตามทิศทางที่กำหนดไว้ “เรามีความมั่นใจอยู่เสมอและรู้ว่า เมื่อเรามีชีวิตอยู่ในร่างกาย เราก็ถูกเนรเทศห่างจากองค์พระผู้เป็นเจ้า เราดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ มิใช่ตามที่มองเห็น เรามีความมั่นใจและปรารถนาที่จะถูกเนรเทศจากร่างกายมากกว่า เพื่อไปอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้า” (2 คร 5:6-8) ข้าพเจ้าต้องทำให้ชีวิตเป็นการเดินทาง ที่ตรงและแน่วแน่ เป็นการเจริญ ชีวิตแบบรอคอย และ“เตรียมพร้อม”เสมอ(ข้อ 10) เนื่องจากไม่มีผู้ใดทราบวันเวลาของพระเจ้า ในขณะที่นักบุญหลุยส์ กอนซากา กำลังเล่นอยู่ในสนาม มีผู้ถามท่านว่า “หากเธอทราบว่าจะต้องตายในไม่ช้า เธอจะทำอย่างไร?” ท่านตอบผู้ถามว่า “ฉันก็เล่นต่อไป” การเจริญชีวิตตามพระวาจา ถือการการเจริญชีวิตอย่างชาญฉลาด“ผู้ยำ เกรงพระยาห์เวห์ย่อมเป็นสุข เขาเดินอยู่ในมรรคาของพระองค์”(สดด 128:1) “จงเตรียมพร้อมไว้ เพราะว่าบุตรแห่งมนุษย์จะเสด็จมาในเวลาที่ท่าน มิได้คาดหมาย”(มธ 24:44)
ORATIO (พระวาจาทำให้ข้าพเจ้าภาวนา) ขอโทษ บาปทำให้เกิดความวุ่นวายสับสน และความกลัว “ดูเถิด เจ้าคนแข็งแรงเอ๋ย พระเจ้าจะทรงเหวี่ยงเจ้าออกไปอย่างแรง พระองค์จะฉวยเจ้าให้แน่น และม้วนเจ้า และขว้างเจ้าไปอย่างลูกบอลล์ยังแผ่นดินกว้าง เจ้าจะตายที่นั่น และที่นั่นจะมีรถรบอันตระการของเจ้า เจ้าผู้เป็นที่อดสูแก่เรือนนายของเจ้า” (อสย 22:17-18) ขอบคุณ สำหรับพระพรแห่งชีวิต ที่มุ่งไปยังนิรันดรภาพ เพื่อการหลบหลีก ความกระตือรือร้น และละเลิก “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ พระองค์ผู้ทรงดำรงอยู่ในปัจจุบัน และในอดีต ข้าพเจ้าทั้งหลายขอบพระคุณพระองค์เพราะพระองค์ทรงแสดงพระอานุภาพยิ่งใหญ่และทรงเริ่มครองราชย์”(วว 11-17) ขอพรพระจิตเจ้า พระจิตเจ้าทรงเป็นแสงสว่างนำทาง ทรงเป็นพลังแห่งความซื่อสัตย์ เชิญเสด็จมาเถิด องค์พระจิตเจ้าข้า CONTEMPLATIO (พระวาจาของพระเจ้ากลับเป็นจริง) ความยินดีของข้าพเจ้าที่มีต่อพระเจ้า “หนึ่งวันในท้องพระโรงของพระองค์ ย่อมดีกว่าหนึ่งพันวันที่อื่น ข้าพเจ้าเลือก ยืนที่ประตูบ้านของพระเจ้า มากกว่าจะอาศัยอยู่ในกระโจมของคนอธรรม"(สดด 84:10)
COMMUNICATIO (พระวาจาทำให้ทุกคนกลับเป็นผู้จาริก) หนังสือพระคัมภีร์ ที่ถูกฝังไว้ในกำแพง ทำหน้าที่ประกาศพระวาจา เป้าหมาย ทิศทาง การเดินทาง อยู่ในหนังสือศักดิ์สิทธิ์ ช่างก่อสร้างหนุ่มคนหนึ่ง รู้สึกไม่พอใจพระเจ้าอย่างมาก จึงฝังพระคัมภีร์เล่มหนึ่งไว้ในกำแพง แล้วโบกปูนปิดไว้ คิดในใจว่า “จะไม่มีใครพบพระวาจาของพระองค์อีกเลย” หลายปีต่อมา กำแพงเกิดชำรุด ช่างก่อสร้างอีกคนหนึ่งถูกจ้างให้ซ่อมกำแพงนั้น ในขณะซ่อมกำแพง เขาพบหนังสือพระคัมภีร์ จึงเริ่มอ่านด้วยความสนใจ ที่สุดเขากลับใจ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน เขาจะนำพระคัมภีร์เล่มนั้นติดตัวไปด้วยเสมอ หลายปีต่อมา เขาต้องไปทำงานในที่ห่างไกล ต้องสร้างกระต๊อบอยู่กับเพื่อนร่วมงาน ทุกวันพอตกเย็น เขาจะนำพระคัมภีร์ขึ้นมาอ่าน เหมือนเป็นอาหารประจำวันของเขา เพื่อนคนงานที่อยู่ด้วยกันบอกเขาว่า ตนเป็นคนไม่มีความเชื่อ หลายปีก่อน ก็เคยมีพระคัมภีร์เล่มหนึ่ง แต่ทุกครั้งที่อ่าน จะรู้สึกถูกตำหนิติเตียนจากพระเจ้า ตนรู้สึกไม่พอใจจึงนำพระคัมภีร์นั้นไปฝังไว้ในกำแพง เพื่อมิให้ใครพบเห็นอีกต่อไป ชายหนุ่มคนหลังจึงพูดกับเพื่อนว่า “นี่ไง หนังสือเล่มนั้น ผมพบในกำแพงตอนที่กำลังซ่อมกำแพงนั้น” หนังสือพระคัมภีร์เล่มนั้น ได้กลับเป็นหนังสือที่นำความสุข ความยินดีมาให้ชายหนุ่มทั้งสองคน พระวาจาของพระเจ้าเป็นพระวาจาทรงชีวิต ที่นำชีวิตไปในทิศทางที่ถูกต้องเสมอ
|