ขอแจ้งข่าวอันน่ายินดีแก่ท่าน


 Lectio Divina (พระเจ้าตรัสอะไร)                                                              ธันวาคม 2008
 
 1 จงร้องเพลงบทใหม่ถวายพระยาห์เวห์   เพราะพระองค์ทรงกระทำสิ่งมหัศจรรย์ พระองค์ทรงชัยชนะด้วยพระหัตถ์ขวาของพระองค์  และด้วยพระพาหาศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์
2 พระยาห์เวห์ทรงสำแดงชัยชนะของพระองค์ต่อหน้านานาชาติ ทรงเปิดเผยความเที่ยงธรรมของพระองค์
3 พระองค์ทรงระลึกถึงความรักมั่นคงและความซื่อสัตย์ของพระองค์ต่อพงศ์พันธุ์อิสราเอล  แผ่นดินทั้งมวลเห็นว่าพระเจ้าของเราทรงช่วยให้รอดพ้น
4 แผ่นดินทั้งมวลจงโห่ร้องสรรเสริญพระยาห์เวห์ด้วยความยินดีเถิด  จงเปล่งเสียงขับร้องและถวายสดุดีเถิด
5 จงบรรเลงเพลงพิณถวายพระยาห์เวห์  ด้วยพิณใหญ่ คลอเสียงพิณเล็ก
6 ทั้งเสียงแตรและเสียงเป่าเขาสัตว์d   จงโห่ร้องสรรเสริญเฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ผู้ทรงเป็นกษัตริย์
7 ทะเลและทุกสิ่งที่อยู่ในทะเล จงส่งเสียงกึกก้องแผ่นดินและผู้อาศัยบนแผ่นดินจงทำเช่นเดียวกัน
8 สายน้ำทั้งหลายจงปรบมือ  ภูเขาทั้งหลายจงโห่ร้องด้วยความยินดีร่วมกัน
9 เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ เพราะพระองค์กำลังเสด็จมาเพื่อทรงพิพากษาแผ่นดิน  พระองค์จะทรงพิพากษาโลกด้วยความเที่ยงธรรม และจะทรงพิพากษาประชาชาติด้วยความยุติธรรม
 

 * เพลงสรรเสริญพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์บทที่สี่นี้คล้ายกันกับ สดด 96   ทั้งในโครงสร้างและเนื้อหา  เพลงสดุดีเริ่มด้วยการเชิญชวนให้ขับร้อง "เพลงบทใหม่" เพื่อขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับพระราชกิจต่างๆที่ทรงกระทำเพื่ออิสราเอล ต่อจากนั้นผู้ประพันธ์เชิญชวนนานาชาติรวมทั้งธรรมชาติที่ไม่มีชีวิตด้วย  ให้ขับร้องรับเสด็จพระเจ้าแห่งอิสราเอลซึ่งเสด็จมาปกครองโลก เพลงสดุดีที่ 98 นี้สะท้อนนิมิตที่ประกาศกอิสยาห์ที่สองแลเห็นว่าพระเจ้าจะทรงชัยชนะในวาระสุดท้าย

* ความยินดีมาจากพระเจ้า ผู้ทรงวางแผนเพื่อให้มนุษย์มีความสุข
  ในพระคัมภีร์ทั้งเล่ม     เมื่อมีการแจ้งข่าวเรื่องความรอดพ้น        ก็จะกล่าว
ถึง “ความปิติยินดี” ด้วยเสมอ     ประกาศกอิสยาห์เป็นประกาศกแห่งความบันเทา  
ถ้อยคำของท่าน กระจายอยู่ทั่วพันธสัญญาเดิม       การเนรเทศ        ซึ่งเป็นผลของ
บาปของอาดัม  เป็นเครื่องหมายของการไร้ความสุข      ส่วนสิ่งที่พระเจ้าทรง
สัญญาไว้คือความสุข ความยินดี    “จงร้องเพลงบทใหม่ถวายพระยาห์เวห์ เพราะ
พระองค์ ทรงกระทำสิ่งมหัศจรรย์.....และทรงช่วยให้รอดพ้น(สดด. 97:1-3) 

  การบังเกิดของพระเยซูเจ้าเผยแผนการของพระเจ้าให้เราทราบ     คือการ
รับธรรมชาติมนุษย์         พิธีกรรมตลอดเทศกาลเตรียมรับเสด็จ และเทศกาลพระ
คริสตสมภพ  รวมทั้งบรรยากาศในเทศกาลนี้  เป็นบรรยากาศของ    “ข่าวดี” นี้
พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราสัมผัสด้วยตนเองว่า         พระเจ้าทรงเจริญชีวิตบน
แผ่นดิน  พระองค์ทรงรับเอามนุษยภาพเป็นของพระองค์    ดังนั้นพระเจ้าจึงเสด็จ
มาเพื่อมนุษย์ทุกคนบนแผ่นดิน 

  คริสตศาสนา มิใช่ระบบทางปัญญา หรือ ระบบศีลธรรม แต่เป็น “การพบปะ  ประวัติศาสตร์แห่งความรัก  เหตุการณ์  การผจญภัยที่ไม่มีสิ้นสุดของชีวิตที่อุทิศตนรักตอบต่อความรัก” (Card. Joseph Ratzinger).

*  ความยินดี อันเนื่องมาจากการที่พระเยซูเจ้าเสด็จมารับเอาธรรมชาติมนุษย์
 พระเจ้าผู้ทรงบังเกิด ณ เบทเลเฮมมิได้ส่งข่าวดีและของขวัญงดงามให้เรา  พระองค์เองทรงเป็นทั้งข่าวดีและของขวัญ พระเจ้ามิได้รับชัยชนะด้วยพระหัตถ์ของพระองค์ แต่ด้วยการรับเอาธรรมชาติมนุษย์ และเจริญชีวิตอยู่ท่ามกลางมนุษย์  ข่าวดีที่นำความยินดีมาให้เราก็คือ     พระเจ้าเสด็จมาประทับอยู่ท่ามกลางเรา (อ้าง ยน 1:14) มนุษย์ ซึ่งรู้จักคิดอย่างมนุษย์   ก็รู้อีกว่าตนมีธรรมชาติของพระเจ้าด้วย
พระเจ้าทรงเริ่มเรียนรู้ประพฤติปฏิบัติเยี่ยงมนุษย์  ทรงมีใบหน้าของมนุษย์ และเป็นทุกสิ่งที่มนุษย์เป็น ทรงขจัดความหมดหวังออกไป และประทานความยินดีให้ ซึ่งกลับเป็นองค์ประกอบภายในของชีวิต ที่อยู่เหนือประสาทสัมผัส ผู้ชนะผู้นี้เป็นเด็ก สุภาพ ต่ำต้อย ยากจน ทุกคนต้องเจริญชีวิตจนสามารถพูดพร้อมกับนักบุญอัมโบรสได้ว่า “พระคริสตเจ้าทรงเป็นทุกอย่างสำหรับข้าพเจ้า”

*  ความยินดีทำให้เกิดสำนึกว่า มนุษย์คือผู้ที่นำพระเจ้าไปสู่ผู้อื่น
 การเจริญชีวิตบนแผ่นดินนี้ ต้องเป็นไปตามแผนการของพระเจ้า  เราต้องอาศัยหมู่คณะและพิธีกรรมเพื่อทราบและปฏิบัติตามแผนการของพระองค์ การฉลองและพิธีกรรมในชีวิตคริสตชนเป็นโอกาสสำคัญ “ถ้าเราตระหนักอย่างแท้จริงว่า เราเป็นอิสระจากความมืดและความผิดแล้ว บัดนี้ในฐานะที่เราเป็นบุตรแห่งความสว่าง เราต้องเดินในแสงสว่าง ท่านอัครสาวกกล่าวว่า ท่านต้องส่องแสงประดุจดังจุดกำเนิดของแสงสว่าง เพราะท่านเปี่ยมด้วยพระวาจาแห่งชีวิต” (S. Cromazio di Aquileia). 

 คริสตมาสต้องแสดงพระพักตร์ของพระเจ้าออกมาทางใบหน้าของมนุษย์ พระองค์ทรงบังเกิดเพื่อเรา การรับศีลมหาสนิททำให้สิ่งนี้เป็นจริงขึ้นมา และทำให้มนุษย์แสดงภาพของพระเจ้าให้ปรากฏ  “เมื่อเสร็จสิ้นจากการร่วมพิธีบูชามิสซาขอบพระคุณ ทุกคนแลดูว่าถูกเปลี่ยนแปลง นอกจากถูกทำให้ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังแลดูเปลี่ยนเป็นพระเจ้าน้อยๆ ด้วย พวกเขาทุกคนเป็น theophory  คือเป็นผู้นำพระเจ้าไปแสดงแก่ทุกคน พระโลหิตของพระเจ้าไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด พวกเขาเป็นบุตรของพระองค์ จึงถูกทำให้เป็นพระเจ้า เมื่อออกจากวัด พวกเขาเดินอย่างสง่าผ่าเผย เยี่ยงผู้ที่มีพระเจ้าประทับอยู่ในตัว พระเจ้าผู้เป็นแสงสว่างของแสงสว่างทั้งหลาย ทำให้ประชาชนกลับเป็นแสงสว่าง ภายในตัว เขาถูกแปรเปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง.....” (V. Gheorgiu).

ดังนั้น คริสตมาสก็คือการรับศีลมหาสนิท  ที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน
MEDITATIO  (พระวาจาของพระเจ้าตรัสกับฉันวันนี้)
• ท่าทีของอาชญากรรม คือการที่มนุษย์ติดใจกับแผ่นดิน มิใช่หรือ?
• “ข่าวดี” นี้เป็นข่าวดีสำหรับข้าพเจ้า ในทุกสถานการณ์ของชีวิต ไม่ว่าใน
ความล้มเหลว....ความเศร้า ฯลฯ ไม่มีสิ่งใดสามารถนำมาเปรียบกับการประทับอยู่ของพระเจ้าบนโลกนี้ได้ ไม่มีสิ่งใดเร่งด่วนและสำคัญเท่า จะปล่อยให้ใจของเราท้อแท้หาได้ไม่  ในพระวรสารมีบันทึกไว้ว่า “ท่านทั้งหลายเป็นแสงสว่างส่องโลก เมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขา จะไม่ถูกปิดบัง ไม่มีใครจุดตะเกียงแล้วเอามาวางไว้ใต้ถัง แต่ย่อมตั้งไว้บนเชิงตะเกียง จะได้ส่องสว่างแก่ทุกคนในบ้าน” (มธ 5:14-15) ในความเป็นจริง “วิญญาณดวงหนึ่งที่ชิดสนิทกับพระเจ้าเป็นรอยยิ้มที่มีชีวิต เขาจะทอแสงออกไป และได้รับแสงกลับมา” (B. Elisabetta, Lettera 191).  “พระเจ้าข้า  เมื่อข้าพเจ้าคิดถึงตัวข้าพเจ้าเอง ความเศร้าก็เกิดขึ้น แต่เมื่อข้าพเจ้าคิดถึงพระองค์ ข้าพเจ้ารู้สึกยินดี ” ” (Sant’Agostino).
• “ การมอบชีวิตเป็นมรณสักขี    การไม่เสียดายชีวิต       แต่ยอมมอบเป็น
ของขวัญอันประเสริฐที่ทำให้ข้าพเจ้ามีส่วนละม้ายคล้ายกับพระเยซูเจ้า  พระองค์ทรงเป็นความปรารถนา ความภาคภูมิใจ และแผนการของข้าพเจ้า ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ศีลมหาสนิทฝึกข้าพเจ้าให้ลิ้มรสว่า การยอมมอบตนเองอย่างสิ้นเชิง ความอ่อนหวาน การมอบตนเองทั้งหมดจนถึงที่สุด..ให้กับพระเจ้า เป็นเรื่องน่าพิศวงอย่างยิ่ง”  (P. Maurizio Vigani, L’ostrica perlacea). นี่เป็นกรอบชีวิตของข้าพเจ้า ที่ส่องแสงอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยบรรยากาศคริสตมาส หรือเปล่า?
 ทั้งหมดนี้ควรจะถูกนำมาเจริญชีวิตอย่างเปิดเผยด้วยกัน
ORATIO  (พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราภาวนา)
ขอโทษ “พระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพถูกเอาชนะ.....พระองค์ทรงสร้างสวรรค์และแผ่นดิน และมิอาจเอาชนะสิ่งสร้างที่ดื้อด้านเหล่านี้......มนุษย์ไม่ต้องการพระเจ้า พระองค์ทำให้พวกเขามองเห็นนรก แต่พวกเขาหัวเราะเยาะว่า “เป็นคำขู่เชยๆ” พระองค์ให้เขาเห็นสวรรค์และแผ่นดิน แต่มนุษย์ไม่สนใจ พระองค์จึงเสด็จลงมาประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขา มอบตนเองให้ ทรงนำผ้ามาคาดสะเอว ทรงคุกเข่าลงต่อหน้าพวกเขา ทรงสัมผัส ทรงจูบ แล้วล้างพวกเขาด้วยน้ำตาของพระองค์ แต่มนุษย์ปฏิเสธพระองค์  ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะมาโต้เถียง “ปล่อยพระองค์ไปเถิด? พอแล้ว ปล่อยเราให้อยู่อย่างสงบเถิด” แต่ ในช่วงเวลาสั้นๆ พระบุตรของพระเจ้าทรงปกครองจากกางเขน” ((Paul Claudel [1868 – 1955]). “พระองค์เสด็จมาสู่บ้านเมืองของพระองค์ แต่ประชากรของพระองค์ไม่ยอมรับพระองค์”  (ยน 1:11)
ขอบคุณ “อย่ากลัวเลย เพราะเรานำข่าวดีมาบอกท่านทั้งหลาย เป็นข่าวดีที่จะทำให้ประชาชนทุกคนยินดีอย่างยิ่ง” (ลก 2:10)
 ขอพรพระจิตเจ้า “ไม่มีใครเคยเห็นพระเจ้าเลย พระบุตรเพียงพระองค์เดียว ผู้สถิตอยู่ในพระอุระของพระบิดานั้น ได้ทรงเปิดเผยให้เรารู้” (ยน 1:18)  พระเยซูเจ้าทรงปลาบปลื้มพระทัยเดชะพระจิตเจ้าตรัสว่า “ข้าแต่พระบิดาเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ข้าพเจ้าสรรเสริญพระองค์ ที่พระองค์ทรงปิดบังเรื่องเหล่านี้ จากบรรดาผู้ปรีชาและรอบรู้ แต่ทรงเปิดเผยแก่บรรดาผู้ต่ำต้อย” (ลก 10:21)
CONTEMPLATIO  (พระวาจากลับเป็นทารก)
 เพื่อให้พระบุตรของพระเจ้า ซึ่งก่อร่างในตัวท่านแล้ว เติบโตขึ้นในตัวท่านจนกระทั่งเป็นผู้ใหญ่  พระองค์เป็นรอยยิ้มของท่าน เป็นความยินดีที่เปี่ยมล้นจนไม่มีใครสามารถเอาออกไปจากท่านได้ (Isacco della Stella).
COMMUNICATIO (พระวาจาของพระเจ้าทรงประทับอยู่ในทุกคน)
 เปาโลเป็นเด็กน่ารัก พร้อมที่จะรับศีลมหาสนิทครั้งแรก ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน ต่างมาแสดงความยินดีและร่วมฉลองกับเขา คุณป้าผู้ใจดีของเปาโล ถามว่า “เปาโล  เราทุกคนอยู่กับหนูและร่วมฉลองกับหนู หนูอยากได้อะไรในโอกาสรับศีลมหาสนิทครั้งแรกนี้?” เปาโลตอบว่า “ หนูอยากได้องค์พระเยซูมากครับ”

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 
d การเป่าแตรและเป่าเขาสัตว์เป็นส่วนหนึ่งของพิธีราชาภิเษกกษัตริย์องค์ใหม่ (2 ซมอ 15:10; 1 พกษ 1:34) และใช้ในพิธีเฉลิมฉลองพระยาห์ทรงเป็นกษัตริย์ด้วย (สดด 47:5) พิธีเป่าแตรเช่นนี้ชวนให้ระลึกถึงปรากฏการณ์ที่ภูเขาซีนาย (อพย 19:16)

 

 

 


( 0 Votes )Lectio Divina เดือนธันวาคม 2008
Tags: