ความหวัง เป็น ความอยากมีชีวิต ที่ไม่มีทางรักษา
 
 Lectio (พระเจ้าตรัสอะไร) 
ตุลาคม 2008
10ข้าพเจ้าชื่นชมในองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างยิ่ง ที่ในที่สุดท่านทั้งหลายแสดงความห่วงใยต่อข้าพเจ้าอีกครั้งหนึ่ง ท่านมีความห่วงใยข้าพเจ้าอยู่แล้ว แต่ไม่มีโอกาสแสดงออก  11ข้าพเจ้ามิได้พูดเช่นนี้เพราะต้องการสิ่งใด ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ที่จะพอใจในสภาพของตน  12รู้จักมีชีวิตอยู่อย่างอดออม และรู้จักมีชีวิตอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ที่จะเผชิญกับทุกสิ่งทุกกรณี เผชิญกับความอิ่มท้องและความหิวโหย เผชิญกับความมั่งคั่งและความขัดสน  13ข้าพเจ้าทำทุกสิ่งได้ในพระองค์ ผู้ประทานพละกำลังแก่ข้าพเจ้า  14แต่ท่านทำดีแล้วที่มาร่วมทุกข์กับข้าพเจ้า  15พี่น้องชาวฟิลิปปี ท่านทั้งหลายรู้ดีอยู่แล้วว่า เมื่อข้าพเจ้าออกจากแคว้นมาซิโดเนียแล้วเริ่มประกาศข่าวดีนั้น ไม่มีพระศาสนจักรใดมีส่วนร่วมกับข้าพเจ้าด้านรายรับรายจ่าย  16มีเพียงท่านทั้งหลายเท่านั้น เมื่อข้าพเจ้าพำนักอยู่ที่เมืองเธสะโลนิกา ท่านส่งปัจจัยที่จำเป็นไปให้ถึงสองครั้ง  17มิใช่ว่าข้าพเจ้าต้องการจะได้รับของกำนัล แต่ข้าพเจ้าต้องการให้เกิดผลเพิ่มพูนยิ่งขึ้นแก่ท่าน   18ขณะนี้ข้าพเจ้ามีทุกสิ่งที่ต้องการและมีเหลือใช้ เพราะได้รับสิ่งของมากมายที่ท่านทั้งหลายฝากเอปาโฟรดิทัสไปให้ เป็นประดุจเครื่องหอม เป็นเครื่องสักการบูชาที่พระเจ้าทรงยินดีรับและพอพระทัย  19พระเจ้าของข้าพเจ้าจะทรงตอบแทน โดยประทานทุกสิ่งที่ท่านต้องการอย่างสมศักดิ์ศรีกับความมั่งคั่งของพระองค์ในพระคริสตเยซู  20ดังนั้น ขอพระสิริรุ่งโรจน์ จงมีแด่พระเจ้า พระบิดาของเรา ตลอดนิรันดรเทอญ อาเมน

 *  พระวาจาของพระเจ้าในชีวิตและพันธกิจของพระศาสนจักร
พระวาจาของพระเจ้าเป็นต้นธารที่ไม่มีวันเหือดแห้ง จึงเป็นความหวังของสิ่งสร้างทั้งปวง  พระคัมภีร์ใช้หลายภาพเพื่ออธิบายเหตุผลของการสร้างโลกและประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
พระวรสารโดยนักบุญมัตธิว บทที่ 22:1-14 กล่าวถึงคำอุปมาที่พระเยซูเจ้าทรงเล่า เรื่องกษัตริย์พระองค์หนึ่งที่จัดงานอภิเษกสมรสให้พระโอรส  เจ้าสาวในเรื่องคือมนุษยชาติ ซึ่งองค์พระบุตรผู้รับเอาธรรมชาติมนุษย์ทรงรับมาเป็นคู่ครองของพระองค์ ทรงทำให้เธอเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ และทำให้พงศ์พันธ์ของเธออยู่ในเชื้อสายกษัตริย์
 “กษัตริย์พระองค์นั้นคือพระเจ้าพระบิดา พระองค์ทรงจัดเตรียมการเลี้ยงไว้สำหรับงานวิวาห์ของพระโอรส งานนี้เป็นการเลี้ยงอันน่ายินดีแห่งยุคพระเมสสิยาห์ มิใช่ชาวอิสราเอลเท่านั้นที่ได้รับเชิญ แต่ทุกคน หนังสือวิวรณ์เรียกงานวิวาห์นี้ว่า “งานวิวาหมงคลของลูกแกะ” (วว 19:7;2:19) ลูกแกะนี้คือองค์พระบุตร ซึ่งนอกจากเป็นเจ้าบ่าวแล้ว ยังประทับอยู่ในศีลมหาสนิทด้วย ทำให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกับพระศาสนจักรผู้เป็นเจ้าสาว”(Hans Urs von Balthasar).
นี่คือแผนสร้างความสนิทสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างพระเจ้ากับมนุษยชาติ ผู้ที่เข้าร่วมในงานมงคลสมรสต้องสวมเสื้อสำหรับโอกาสฉลอง ที่เบื้องบนเป็นผู้จัดหาให้  คือมนุษย์ใหม่ที่สวมใส่พระคริสตเจ้านั่นเอง


*   ทุกสถานการณ์นำสู่ทิศทางเดียว 
 ชีวิตมนุษย์ทุกวินาทีอยู่ในประวัติศาสตร์นี้ ที่มุ่งสู่งานมงคลสมรสดังที่กล่าวมาข้างต้น
 
พระประสงค์ของพระเจ้าทรงนำพาทุกสิ่ง “พระเจ้าทรงเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ ที่ฉายรังสีลงมาถึงมนุษย์ทุกคน รังสีนี้คือพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับแต่ละคน คริสตชนและผู้มีน้ำใจดีล้วนถูกเรียกให้เดินไปหาดวงอาทิตย์ ตามรังสีของตน ที่มีความหลากหลายและแตกต่างจากรังสีของคนอื่น ทำให้แผนการของพระเจ้าสำหรับแต่ละบุคคลสำเร็จอย่างน่าอัศจรรย์ แต่เขาต้องอยู่กับปัจจุบัน จึงจะบรรลุความสำเร็จของชีวิตบนแผ่นดินนี้” (เคียร่า ลูบิค)


*   ความหวังให้พลังกับทุกสิ่ง
มนุษย์ถูกสร้างขึ้นเพื่อมีชีวิตตลอดไป เขารู้สึกว่า การมีชีวิตบนโลกนี้เพียงไม่กี่ปีนั้นไม่เพียงพอ เขาหวังเข้าสู่งานวิวาห์ ซึ่งเป็นเหตุผลพื้นฐานของชีวิต (อ้าง อสย 25) ทุกๆ สถานการณ์นำไปในทิศทางนี้
“ตามความเชื่อคริสตชน “การกอบกู้” (redemption) “การไถ่กู้ให้รอดพ้น” (salvation) มิใช่เป็นเพียงแค่สิ่งที่ประทานมา การกอบกู้ประทานให้แก่เราตามความหมายที่ว่า เราได้รับมอบความหวัง เป็นความหวังที่มั่นใจได้ ซึ่งช่วยให้เราสามารถเผชิญหน้ากับชีวิตปัจจุบันได้  กล่าวคือ เป็นชีวิตปัจจุบันที่แม้จะยากลำบาก เราก็สามารถเจริญชีวิตอยู่ได้และยอมรับได้ ถ้าชีวิตเช่นนี้นำเราไปสู่เป้าหมาย ถ้าเราสามารถแน่ใจได้ถึงเป้าหมายนี้ และถ้าเป้าหมายนี้ยิ่งใหญ่และคุ้มค่ากับการพยายามเดินไปตามเส้นทางชีวิตของเรา” (เบเนดิก 16 Spe Salvi)        
  มนุษย์ใหม่ได้รับพลังจากแผนการของพระเจ้า พลังนี้ทำให้เขามีธรรมชาติพระเจ้าได้  แต่มนุษย์เก่าของตนต้องตายเสียก่อน นั่นคือ น้อมรับพระวาจาที่ว่า“อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพเจ้า” (ลก 22:42)ด้วยความเต็มใจ พระเยซูเจ้าตรัสพระวาจานี้กับพระบิดาเจ้าในสวนมะกอก ทำให้การทรมานของพระองค์กลับมีคุณค่า และทรงกลับคืนชีพในที่สุด
ความทุกข์ทรมานของพระเยซูเจ้า สะท้อนความเข้มข้นของความเศร้าโศกที่อยู่ในส่วนลึกของพระองค์ออกมา อีกทั้งเปิดเผยธรรมชาติมนุษย์ของพระองค์ที่แสดงอาการเป็นปฏิปักษ์อย่างลึกซึ้งต่อพระประสงค์ของพระเจ้าใน
ขณะที่อยู่ต่อหน้าความตาย แต่พระเยซูเจ้ามิได้รอจนถึงวันนั้นเพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้า พระองค์ทรงปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้าตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์
 การทรมานของพระองค์ดูเหมือนเป็นโทษ แต่ในความเป็นจริง สิ่งนี้นำสู่ชีวิต พระวาจาของพระเจ้าทรงปรับเปลี่ยนท่าทีในการเผชิญความเจ็บปวดเสียใหม่  “ข้าพเจ้าสามารถทำทุกสิ่ง” “ใบหน้าที่เปียกชุ่มด้วยน้ำตา เป็นใบหน้าที่งดงามอย่างยิ่ง” (S. Efrem Siro).

MEDITATIO  (พระวาจาตรัสกับฉันวันนี้)
• บางครั้งข้าพเจ้าต้องพูดว่า “ขอให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้าเถิด”  เนื่องจากไม่สามารถทำอย่างอื่นได้  แต่นี่หาใช่ความหมายที่แท้จริงของพระวาจาตอนนี้ไม่
• ถ้าพระคริสตเจ้าทรงปฏิบัติเช่นนี้ คริสตชนก็ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน ข้าพเจ้าก็ต้องพูดซ้ำคำนี้ บางทีข้าพเจ้ามิได้คิดถึงข้อนี้มากนัก  พลังของพระเยซูเจ้าทำให้ทุกสถานการณ์ของชีวิตชัดเจนขึ้น นักบุญเปาโลเข้าใจเรื่องนี้ดี  ท่านสามารถยืนยันได้ว่า“ข้าพเจ้าทำทุกสิ่งได้ในพระองค์ผู้ประทานพละกำลังแก่ข้าพเจ้า” (ฟป 4:13)
• ข้าพเจ้าสามารถเลือกทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าได้อย่างอิสระเสรี  “ทุกสิ่งที่จะเกิดกับท่าน ไม่ว่าความทุกข์ ความยินดี ความสำเร็จ ความไม่สำเร็จ สิ่งที่ประทับใจ (เช่น ความสำเร็จ และ โชค อุบัติเหตุหรือความตายของบุคคลอันเป็นที่รัก) เหตุการณ์ที่ไม่มีความสำคัญ (เช่น งานบ้าน งานสำนักงาน หรือที่โรงเรียน) ทุกอย่างจะมีความหมายใหม่ เพราะพระเจ้าผู้เป็นองค์ความรักทรงประทานสิ่งเหล่านี้ให้ท่าน พระองค์ทรงปรารถนา หรืออนุญาต ให้ทุกสิ่งเกิดขึ้นเพื่อความดีของท่าน ถ้าท่านเพียงคิดด้วยความเชื่อ ท่านก็จะเห็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่ทรงมีต่อท่านด้วยตาแห่งวิญญาณ เป็นเส้นทองที่ร้อยเรียงเหตุการณ์ต่างๆ และถักทอเข้าด้วยกันเป็นศิลปะอันงดงาม แผนการของพระเจ้าอาจดึงดูดใจท่าน ทำให้ท่านปรารถนาที่จะทำให้ชีวิตมีความหมายแท้จริง ถ้าเช่นนั้น จงฟังเถิด  ข้าพเจ้าจะบอกท่านว่า เมื่อไรท่านต้องทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า ท่านลองตรองดูสักนิด อดีตนั้นผ่านไปแล้วและจะไม่หวนกลับมาอีก ท่านจึงทำอะไรไม่ได้ นอกจากฝากไว้กับพระเมตตาของพระเจ้า ส่วนอนาคตนั้นยังไม่มี ท่านจะเผชิญกับมันเมื่อเวลานั้นมาถึง สิ่งที่อยู่ในมือของท่านคือปัจจุบันเท่านั้น” (เคียร่า ลูบิค)
• ความหวังคือการเป็นประจักษ์พยาน ถ้าข้าพเจ้าเชื่อในงานวิวาห์มงคล
สุดท้ายและอมตะ  ข้าพเจ้าจะทำให้ความประพฤติทั้งหมดของฉันมีความกลมกลืนและประกาศด้วยชีวิต
 

ORATIO  (พระวาจาทำให้ฉันภาวนา)
ขอโทษ  “พระเจ้าทรงสร้างสิ่งสวยงามในจักรวาลโดยไม่ต้องจ่ายอะไร  แต่เพื่อทำให้คนบาปกลับใจ พระองค์ต้องจ่ายด้วยการสิ้นพระชนม์บนกางเขน” (C. S. Lewis).  
ขอบคุณ 19พระเจ้าของข้าพเจ้าจะทรงตอบแทน โดยประทานทุกสิ่งที่ท่านต้องการอย่างสมศักดิ์ศรีกับความมั่งคั่งของพระองค์ในพระคริสตเยซู  20ดังนั้น ขอพระสิริรุ่งโรจน์ จงมีแด่พระเจ้า พระบิดาของเรา ตลอดนิรันดรเทอญ อาเมน

ขอพรพระจิตเจ้า “เมื่อพระจิตเจ้าจะเสด็จลงมาเหนือท่าน........ท่านจะรับอานุภาพเพื่อจะเป็นพยานถึงเรา” (กจ 1;8) 

CONTEMPLATIO  (พระวาจากลับเป็นจริง )
 “บนภูเขานี้ พระเจ้าจอมโยธาจะทรงจัดการเลี้ยงสำหรับบรรดาชนชาติทั้งหลาย.......ในวันนั้น เขาจะกล่าวกันว่า “นี่แน่ะ นี่คือพระเจ้าของเราทั้งหลาย เราได้รอคอยพระองค์ เพื่อว่าพระองค์จะทรงช่วยเราให้รอด นี่คือพระเจ้า เราได้รอคอยพระองค์ ให้เรายินดีและเปรมปรีดิ์ในความรอดของพระองค์” (อสย 25:6.9-10)

COMMUNICATIO  (พระวาจาของพระเจ้าคือพลังของเรา)
“พระเจ้าทรงประทานสิ่งต่างๆมากมายให้เรา เพื่อให้เราเรียนรู้จากพระองค์ ในการให้ด้วยใจกว้าง นักบุญเปาโลยินดีที่ชุมชนคริสตชนของท่านเข้าใจในตัวท่าน ท่านดีใจมิใช่เพราะได้รับสิ่งของจากพวกเขา แต่ดีใจเพราะสมาชิกของหมู่คณะรู้จักให้  ในการให้นี้ ในแง่ที่เป็นของประทานจากกษัตริย์ เป็นความหมายของศีลมหาสนิท เราไม่สามารถขอบคุณพระเจ้าได้อย่างเพียงพอสำหรับสิ่งที่พระองค์ทรงประทานให้เรา แต่การขอบคุณที่ดีที่สุดและเป็นที่พอพระทัยพระองค์มากที่สุดได้แก่การที่เรามีจิตตารมณ์ของการอุทิศตน เราเข้าใจ และพระองค์ทรงปรารถนาให้เรากระทำเช่นนั้น”  (H. U. Balthasar).


( 0 Votes )Lectio Divina เดือนตุลาคม 2008
Tags: