|
* พระวาจาของพระเจ้าในชีวิตและพันธกิจของพระศาสนจักร พระวาจาของพระเจ้าเป็นต้นธารที่ไม่มีวันเหือดแห้ง จึงเป็นความหวังของสิ่งสร้างทั้งปวง พระคัมภีร์ใช้หลายภาพเพื่ออธิบายเหตุผลของการสร้างโลกและประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ พระวรสารโดยนักบุญมัตธิว บทที่ 22:1-14 กล่าวถึงคำอุปมาที่พระเยซูเจ้าทรงเล่า เรื่องกษัตริย์พระองค์หนึ่งที่จัดงานอภิเษกสมรสให้พระโอรส เจ้าสาวในเรื่องคือมนุษยชาติ ซึ่งองค์พระบุตรผู้รับเอาธรรมชาติมนุษย์ทรงรับมาเป็นคู่ครองของพระองค์ ทรงทำให้เธอเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ และทำให้พงศ์พันธ์ของเธออยู่ในเชื้อสายกษัตริย์ “กษัตริย์พระองค์นั้นคือพระเจ้าพระบิดา พระองค์ทรงจัดเตรียมการเลี้ยงไว้สำหรับงานวิวาห์ของพระโอรส งานนี้เป็นการเลี้ยงอันน่ายินดีแห่งยุคพระเมสสิยาห์ มิใช่ชาวอิสราเอลเท่านั้นที่ได้รับเชิญ แต่ทุกคน หนังสือวิวรณ์เรียกงานวิวาห์นี้ว่า “งานวิวาหมงคลของลูกแกะ” (วว 19:7;2:19) ลูกแกะนี้คือองค์พระบุตร ซึ่งนอกจากเป็นเจ้าบ่าวแล้ว ยังประทับอยู่ในศีลมหาสนิทด้วย ทำให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกับพระศาสนจักรผู้เป็นเจ้าสาว”(Hans Urs von Balthasar). นี่คือแผนสร้างความสนิทสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างพระเจ้ากับมนุษยชาติ ผู้ที่เข้าร่วมในงานมงคลสมรสต้องสวมเสื้อสำหรับโอกาสฉลอง ที่เบื้องบนเป็นผู้จัดหาให้ คือมนุษย์ใหม่ที่สวมใส่พระคริสตเจ้านั่นเอง
* ทุกสถานการณ์นำสู่ทิศทางเดียว ชีวิตมนุษย์ทุกวินาทีอยู่ในประวัติศาสตร์นี้ ที่มุ่งสู่งานมงคลสมรสดังที่กล่าวมาข้างต้น พระประสงค์ของพระเจ้าทรงนำพาทุกสิ่ง “พระเจ้าทรงเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ ที่ฉายรังสีลงมาถึงมนุษย์ทุกคน รังสีนี้คือพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับแต่ละคน คริสตชนและผู้มีน้ำใจดีล้วนถูกเรียกให้เดินไปหาดวงอาทิตย์ ตามรังสีของตน ที่มีความหลากหลายและแตกต่างจากรังสีของคนอื่น ทำให้แผนการของพระเจ้าสำหรับแต่ละบุคคลสำเร็จอย่างน่าอัศจรรย์ แต่เขาต้องอยู่กับปัจจุบัน จึงจะบรรลุความสำเร็จของชีวิตบนแผ่นดินนี้” (เคียร่า ลูบิค)
* ความหวังให้พลังกับทุกสิ่ง มนุษย์ถูกสร้างขึ้นเพื่อมีชีวิตตลอดไป เขารู้สึกว่า การมีชีวิตบนโลกนี้เพียงไม่กี่ปีนั้นไม่เพียงพอ เขาหวังเข้าสู่งานวิวาห์ ซึ่งเป็นเหตุผลพื้นฐานของชีวิต (อ้าง อสย 25) ทุกๆ สถานการณ์นำไปในทิศทางนี้ “ตามความเชื่อคริสตชน “การกอบกู้” (redemption) “การไถ่กู้ให้รอดพ้น” (salvation) มิใช่เป็นเพียงแค่สิ่งที่ประทานมา การกอบกู้ประทานให้แก่เราตามความหมายที่ว่า เราได้รับมอบความหวัง เป็นความหวังที่มั่นใจได้ ซึ่งช่วยให้เราสามารถเผชิญหน้ากับชีวิตปัจจุบันได้ กล่าวคือ เป็นชีวิตปัจจุบันที่แม้จะยากลำบาก เราก็สามารถเจริญชีวิตอยู่ได้และยอมรับได้ ถ้าชีวิตเช่นนี้นำเราไปสู่เป้าหมาย ถ้าเราสามารถแน่ใจได้ถึงเป้าหมายนี้ และถ้าเป้าหมายนี้ยิ่งใหญ่และคุ้มค่ากับการพยายามเดินไปตามเส้นทางชีวิตของเรา” (เบเนดิก 16 Spe Salvi) มนุษย์ใหม่ได้รับพลังจากแผนการของพระเจ้า พลังนี้ทำให้เขามีธรรมชาติพระเจ้าได้ แต่มนุษย์เก่าของตนต้องตายเสียก่อน นั่นคือ น้อมรับพระวาจาที่ว่า“อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพเจ้า” (ลก 22:42)ด้วยความเต็มใจ พระเยซูเจ้าตรัสพระวาจานี้กับพระบิดาเจ้าในสวนมะกอก ทำให้การทรมานของพระองค์กลับมีคุณค่า และทรงกลับคืนชีพในที่สุด ความทุกข์ทรมานของพระเยซูเจ้า สะท้อนความเข้มข้นของความเศร้าโศกที่อยู่ในส่วนลึกของพระองค์ออกมา อีกทั้งเปิดเผยธรรมชาติมนุษย์ของพระองค์ที่แสดงอาการเป็นปฏิปักษ์อย่างลึกซึ้งต่อพระประสงค์ของพระเจ้าใน ขณะที่อยู่ต่อหน้าความตาย แต่พระเยซูเจ้ามิได้รอจนถึงวันนั้นเพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้า พระองค์ทรงปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาเจ้าตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ การทรมานของพระองค์ดูเหมือนเป็นโทษ แต่ในความเป็นจริง สิ่งนี้นำสู่ชีวิต พระวาจาของพระเจ้าทรงปรับเปลี่ยนท่าทีในการเผชิญความเจ็บปวดเสียใหม่ “ข้าพเจ้าสามารถทำทุกสิ่ง” “ใบหน้าที่เปียกชุ่มด้วยน้ำตา เป็นใบหน้าที่งดงามอย่างยิ่ง” (S. Efrem Siro).
MEDITATIO (พระวาจาตรัสกับฉันวันนี้) • บางครั้งข้าพเจ้าต้องพูดว่า “ขอให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้าเถิด” เนื่องจากไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ แต่นี่หาใช่ความหมายที่แท้จริงของพระวาจาตอนนี้ไม่ • ถ้าพระคริสตเจ้าทรงปฏิบัติเช่นนี้ คริสตชนก็ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน ข้าพเจ้าก็ต้องพูดซ้ำคำนี้ บางทีข้าพเจ้ามิได้คิดถึงข้อนี้มากนัก พลังของพระเยซูเจ้าทำให้ทุกสถานการณ์ของชีวิตชัดเจนขึ้น นักบุญเปาโลเข้าใจเรื่องนี้ดี ท่านสามารถยืนยันได้ว่า“ข้าพเจ้าทำทุกสิ่งได้ในพระองค์ผู้ประทานพละกำลังแก่ข้าพเจ้า” (ฟป 4:13) • ข้าพเจ้าสามารถเลือกทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าได้อย่างอิสระเสรี “ทุกสิ่งที่จะเกิดกับท่าน ไม่ว่าความทุกข์ ความยินดี ความสำเร็จ ความไม่สำเร็จ สิ่งที่ประทับใจ (เช่น ความสำเร็จ และ โชค อุบัติเหตุหรือความตายของบุคคลอันเป็นที่รัก) เหตุการณ์ที่ไม่มีความสำคัญ (เช่น งานบ้าน งานสำนักงาน หรือที่โรงเรียน) ทุกอย่างจะมีความหมายใหม่ เพราะพระเจ้าผู้เป็นองค์ความรักทรงประทานสิ่งเหล่านี้ให้ท่าน พระองค์ทรงปรารถนา หรืออนุญาต ให้ทุกสิ่งเกิดขึ้นเพื่อความดีของท่าน ถ้าท่านเพียงคิดด้วยความเชื่อ ท่านก็จะเห็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่ทรงมีต่อท่านด้วยตาแห่งวิญญาณ เป็นเส้นทองที่ร้อยเรียงเหตุการณ์ต่างๆ และถักทอเข้าด้วยกันเป็นศิลปะอันงดงาม แผนการของพระเจ้าอาจดึงดูดใจท่าน ทำให้ท่านปรารถนาที่จะทำให้ชีวิตมีความหมายแท้จริง ถ้าเช่นนั้น จงฟังเถิด ข้าพเจ้าจะบอกท่านว่า เมื่อไรท่านต้องทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า ท่านลองตรองดูสักนิด อดีตนั้นผ่านไปแล้วและจะไม่หวนกลับมาอีก ท่านจึงทำอะไรไม่ได้ นอกจากฝากไว้กับพระเมตตาของพระเจ้า ส่วนอนาคตนั้นยังไม่มี ท่านจะเผชิญกับมันเมื่อเวลานั้นมาถึง สิ่งที่อยู่ในมือของท่านคือปัจจุบันเท่านั้น” (เคียร่า ลูบิค) • ความหวังคือการเป็นประจักษ์พยาน ถ้าข้าพเจ้าเชื่อในงานวิวาห์มงคล สุดท้ายและอมตะ ข้าพเจ้าจะทำให้ความประพฤติทั้งหมดของฉันมีความกลมกลืนและประกาศด้วยชีวิต
ORATIO (พระวาจาทำให้ฉันภาวนา) ขอโทษ “พระเจ้าทรงสร้างสิ่งสวยงามในจักรวาลโดยไม่ต้องจ่ายอะไร แต่เพื่อทำให้คนบาปกลับใจ พระองค์ต้องจ่ายด้วยการสิ้นพระชนม์บนกางเขน” (C. S. Lewis). ขอบคุณ 19พระเจ้าของข้าพเจ้าจะทรงตอบแทน โดยประทานทุกสิ่งที่ท่านต้องการอย่างสมศักดิ์ศรีกับความมั่งคั่งของพระองค์ในพระคริสตเยซู 20ดังนั้น ขอพระสิริรุ่งโรจน์ จงมีแด่พระเจ้า พระบิดาของเรา ตลอดนิรันดรเทอญ อาเมน
ขอพรพระจิตเจ้า “เมื่อพระจิตเจ้าจะเสด็จลงมาเหนือท่าน........ท่านจะรับอานุภาพเพื่อจะเป็นพยานถึงเรา” (กจ 1;8)
CONTEMPLATIO (พระวาจากลับเป็นจริง ) “บนภูเขานี้ พระเจ้าจอมโยธาจะทรงจัดการเลี้ยงสำหรับบรรดาชนชาติทั้งหลาย.......ในวันนั้น เขาจะกล่าวกันว่า “นี่แน่ะ นี่คือพระเจ้าของเราทั้งหลาย เราได้รอคอยพระองค์ เพื่อว่าพระองค์จะทรงช่วยเราให้รอด นี่คือพระเจ้า เราได้รอคอยพระองค์ ให้เรายินดีและเปรมปรีดิ์ในความรอดของพระองค์” (อสย 25:6.9-10)
COMMUNICATIO (พระวาจาของพระเจ้าคือพลังของเรา) “พระเจ้าทรงประทานสิ่งต่างๆมากมายให้เรา เพื่อให้เราเรียนรู้จากพระองค์ ในการให้ด้วยใจกว้าง นักบุญเปาโลยินดีที่ชุมชนคริสตชนของท่านเข้าใจในตัวท่าน ท่านดีใจมิใช่เพราะได้รับสิ่งของจากพวกเขา แต่ดีใจเพราะสมาชิกของหมู่คณะรู้จักให้ ในการให้นี้ ในแง่ที่เป็นของประทานจากกษัตริย์ เป็นความหมายของศีลมหาสนิท เราไม่สามารถขอบคุณพระเจ้าได้อย่างเพียงพอสำหรับสิ่งที่พระองค์ทรงประทานให้เรา แต่การขอบคุณที่ดีที่สุดและเป็นที่พอพระทัยพระองค์มากที่สุดได้แก่การที่เรามีจิตตารมณ์ของการอุทิศตน เราเข้าใจ และพระองค์ทรงปรารถนาให้เรากระทำเช่นนั้น” (H. U. Balthasar).
|