การนัดพบที่ยิ่งใหญ่

กรกฎาคม 2009

LECTIO (พระเจ้าตรัสว่า)
มก  6:7-13
พระองค์เสด็จไปทรงสั่งสอนตามหมู่บ้านต่าง ในบริเวณนั้น  7ทรงเรียกอัครสาวกสิบสองคนเข้ามาพบ และทรงเริ่มส่งเขาเป็นคู่ ประทานอำนาจเหนือปีศาจ  8ทรงกำชับเขามิให้นำสิ่งใดไปด้วย นอกจากไม้เท้าเท่านั้น ไม่ให้มีอาหาร ไม่ให้มีย่าม  ไม่ให้มีเศษเงินใส่ไถ้  9ให้สวมรองเท้าได้ แต่ไมให้เอาเสื้อสำรองไปด้วย  10พระองค์ตรัสกับเขาว่า ถ้าท่านเข้าไปในบ้านใด จงพักอยู่ที่นั่นจนกว่าจะออกเดินทางต่อไป  11ถ้าที่ใดไม่ต้อนรับท่าน หรือไม่ฟังท่าน จงออกจากที่นั่น พลางสลัดฝุ่นจากเท้าไว้เป็นพยานปรักปรำเขา  12บรรดาอัครสาวกจึงไปเทศน์สอนคนทั้งหลายให้กลับใจ 13ขับไล่ปีศาจจำนวนมาก เจิมน้ำมันผู้เจ็บป่วยหลายคน และรักษาเขาให้หายจากโรคภัย

*          เราเป็นอยู่ตามที่พระเจ้าทรงเรียก

ตัวบทที่นำมากล่าว ณ ที่นี้เป็นกุญแจที่พระเยซูเจ้าทรงประทานให้เพื่อไขปริศนาชีวิต การเรียกอัครสาวก เกี่ยวข้องกับการเรียกของเราทุกคน ดังที่นักบุญเปาโลกล่าวไว้ในบทถวายพระพรในจดหมายถึงชาวเอเฟซัสว่า  3ขอถวายพระพรแด่พระเจ้า พระบิดาของพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรพระองค์ทรงอวยพรแก่เราโดยประทานพระพรนานาประการของพระจิตเจ้าจากสวรรค์เดชะพระคริสตเจ้า

4พระเจ้าทรงเลือกสรรเราในพระคริสตเจ้าแล้ว ตั้งแต่ก่อนการเนรมิตสร้างโลก เพื่อให้เราศักดิ์สิทธิ์และปราศจากมลทินเฉพาะพระพักตร์ของพระองค์ด้วยความรัก

5พระเจ้าทรงกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วที่จะให้เราเป็นบุตรบุญธรรม เดชะพระเยซูคริสตเจ้า ตามพระประสงค์ที่พอพระทัย"(อฟ 13-5)

การที่เราเกิดมาในโลก   เพราะพระเจ้าทรงคิดถึงและทรงเรียกเรา

ท่านคาร์ดินัล คาร์โล   มาร์ตินีกล่าวว่า การมองชีวิตเป็นกระแสเรียก คือการเข้าใจชีวิตอย่างแท้จริง

สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกที่ 16 ตรัสถึงเรื่อง การติดตามพระคริสตเจ้าในบทเทศน์โอกาสแห่ใบลาน ว่า การแห่ใบลานเป็นการแสดงออกถึงความยินดีที่มีอยู่ภายใน  (เช่นเดียวกับบรรดาอัครสาวก)  เพราะเราสามารถรู้จักพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงรับเราเป็นสหายของพระองค์ และทรงประทานกุญแจชีวิตให้เรา

ความยินดีเกิดจาก การตอบรับการเรียกขององค์พระเยซูเจ้าและความเต็มใจเดินพร้อมกับพระองค์ไปในสถานที่ทุกแห่งที่พระองค์จะพาเราไป

            พิธีกรรมอธิบายความหมายของการเดินแห่ว่าหมายถึงการ ติดตามพระคริสตเจ้า ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของคริสตชนทุกคน

            บรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้า เข้าใจความหมายของคำนี้อย่างดี เป็นรูปธรรม พวกเขาตัดสินใจละทิ้งอาชีพ การงาน ของตน และมอบชีวิตติดตามพระเยซูเจ้า พวกเขามีอาชีพใหม่ คือ เดินพร้อมกับพระอาจารย์เจ้าในฐานะเป็นศิษย์ของพระองค์ โดยยอมให้พระองค์ทรงเป็นผู้นำ

 การติดตาม เป็นทั้งเรื่องภายนอก และภายใน

            การติดตามภายนอก คือการเดินตามพระเยซูเจ้า ส่วน การติดตามภายในคือการเปลี่ยนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ โดยมุ่งกระทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าด้วยความเต็มใจ  มีความพร้อมยอมตามพระประสงค์ของพระเจ้าเป็นจุดยืนของชีวิต (เบเนดิกที่ 16, วันอาทิตย์ใบลาน 2009)

*          “เราเลือกท่านมาอยู่กับเรา

        ผู้ติดตามพระเยซูเจ้า บรรดาศิษย์ และมิตรสหายของพระองค์......มิใช่ชาวประมงผู้ไร้การศึกษาอีกต่อไป เขาเหล่านี้มิได้ถ่ายทอดข่าวสารอื่นใดนอกจากประสบการณ์ของตน

            สมเด็จพระสันตะปาปายอห์นปอลที่สองตรัสว่า การประกาศพระวรสารเป็น ความพยายามของพระศาสนจักรในการประกาศให้ทุกคนทราบว่า  พระเจ้าทรงรักและสละชีวิตเพื่อเขาโดยทางพระคริสตเยซู พระองค์ทรงเชื้อเชิญเข้าสู่ชีวิตนิรันดรที่เปี่ยมด้วยความสุข (สมเด็จพระสันตะปาปายอห์นปอลที่สอง ตรัสกับบรรดาสังฆราชแห่งประเทศอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1998)

            พระเยซูเจ้าทรงเรียกอัครสาวกทั้งสิบสองโดยมิได้กล่าวอะไรมากกว่านั้น  เพราะเหตุใดพระองค์จึงทรงเรียกเฉพาะบุคคลเหล่านี้? พระ

วรสารมิได้ให้เหตุผล อีกทั้งมิได้พูดถึงคุณธรรม ความเชี่ยวชาญ หรือความสามารถในการเทศน์สอนของแต่ละคน  สิ่งจำเป็นเพื่อประกอบพันธกิจซึ่งเขาไม่มี พระเจ้าก็ทรงประทานให้ เช่น อำนาจในการประกาศพระอาณาจักรของพระเจ้า และอำนาจขับไล่ปีศาจ เป็นต้น  พระองค์ประทานอำนาจเหล่านี้ให้โดยทางพระจิตเจ้า  สิ่งเดียวที่พระเยซูเจ้าทรงเรียกร้องจากเขาคือ อย่านำพระพรที่ได้รับจากพระองค์ไปปะปนกับสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับชีวิต  พระองค์จึง ทรงกำชับเขามิให้นำสิ่งใดไปด้วย นอกจากไม้เท้าเท่านั้น ไม่ให้มีอาหาร ไม่ให้มีย่าม  ไม่ให้มีเศษเงินใส่ไถ้  ให้สวมรองเท้าได้ แต่ไมให้เอาเสื้อสำรองไปด้วย(ข้อ 8-9) แม้แต่ที่พำนักสะดวกสบาย พระองค์ก็มิทรงให้เขาแสวงหา งานที่เขาต้องทำก็คือประกาศพระวาจาของพระเจ้าและเชิญชวนผู้คนให้กลับใจ ความสำเร็จมิใช่สิ่งสำคัญที่เขาต้องมุ่งถึง หากไม่พบในที่หนึ่งก็ให้ไปหาที่อื่น (Hans U. von Balthasar)

*          บอกเหตุผลของการมีชีวิต

            พระเยซูเจ้า ทรงเริ่มส่งเขาไป ศิษย์ของพระองค์จะเก็บพระวาจาไว้กับตัวไม่ได้ ต้องนำไปเล่าต่อ ดังที่พระเจ้าตรัสสั่งอาโมสว่า จงไปเผยพระวจนะแก่อิสราเอลประชากรของเรา(อาโมส 7:15 ) ท่านประกาศกทราบว่า ถึงแม้พระวาจานั้นเป็น พระวาจาที่ประทานชีวิตนิรันดร แต่ก็ประณามความอยุติธรรมอย่างไม่เกรงใจ ทำให้ผู้ฟังมีปฏิกิริยาขึ้นมาทันที เขาพยายามขจัดประกาศกที่ทำให้ใจเขาว้าวุ่นออกไป ส่วนท่านก็ไม่คิดปกป้องตนเอง เพราะถือว่า วาจานั้นเป็นพระวาจาของพระเจ้าที่มีอำนาจและเรียกร้องพฤติกรรมที่เหมาะสม พันธกิจของพระเจ้าเป็นพันธกิจแห่งความจริง ที่มีความเสี่ยงสูง

MEDITATIO  (พระวาจาของพระเจ้าตรัสกับฉันวันนี้)

·       เพลงสดุดีที่ 23(24) เป็นเพลงสดุดียอดนิยมที่ชาวอิสราเอลมัก

ขับร้องขณะเดินขึ้นเขาแห่งมหาวิหารที่นครเยรูซาเล็ม บทเพลงนี้ใช้การขึ้นเขาอธิบายการขึ้นเขาภายในจิตใจ ซึ่งหมายถึงการขึ้นเขาพร้อมกับพระคริสตเจ้า

 ใครจะขึ้นไปยังภูเขาของพระยาห์เวห์ได้? เพลงสดุดีบทนี้กล่าวถึงเงื่อนไขที่จำเป็นต้องมี  ผู้ที่ปรารถนาจะขึ้นภูเขาและไปให้ถึงยอดจะต้องเป็นบุคคลที่ถามหาพระเจ้า บุคคลที่มองรอบตัวเองเพื่อแสวงหาพระพักตร์ของพระองค์ (เบเนดิกที่ 16)

·       ข้าพเจ้าต้องรู้สึกว่าตนเองถูกเปลี่ยนแปลงและมีความสุข  เรา

เองก็ต้องเข้าใจว่า การติดตามพระคริสตเจ้าหมายถึงการเปลี่ยนแปลงชีวิตภายใน จะคิดถึงแต่ตัวเองต่อไปไม่ได้ สิ่งสำคัญในชีวิตมิใช่ความสำเร็จของตนอย่างเดียว  แต่ต้องอุทิศตนเพื่อผู้อื่นด้วยความเต็มใจ       พระเยซูคริสตเจ้าทรงกระทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง เป็นการตัดสินใจขั้นพื้นฐานที่ไม่คิดเอาผลประโยชน์และกำไรเป็นเกณฑ์ หรือ คิดว่า อาชีพและความสำเร็จเป็นเป้าหมายสุดท้ายของชีวิต แต่ยึดความจริงและความรักเป็นบรรทัดฐาน เป็นการเลือกระหว่างการมีชีวิตเพื่อตนเองกับการอุทิศตนเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า

            ความจริงกับความรักมิใช่คุณค่าที่เป็นนามธรรม แต่เป็นรูปธรรม

คือ เป็นบุคคลในองค์พระเยซูคริสตเจ้า ดังนั้น การติดตามพระองค์จึงหมายถึงการรับใช้ความจริงกับความรัก การสละตนเองทำให้ข้าพเจ้าพบตนเองอีกครั้ง  สิ่งที่เป็นรูปธรรมอีกประการหนึ่งคือ ผู้มีมือสะอาดและใจบริสุทธิ์สามารถยืนอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ได้

 มือสะอาด คือมือที่มิได้ทำการรุนแรง มือที่ไม่แปดเปื้อนด้วยการคดโกง และคอรัปชั่น

ใจบริสุทธิ์ คือใจที่ไม่เสแสร้ง โกหกและหลอกลวง เป็นใจใสสะอาดดุจน้ำพุที่พวยพุ่งออกมาจากต้นน้ำ เนื่องจากไม่รู้จักการมีเล่ห์เหลี่ยม

ใจบริสุทธิ์ คือใจที่สามารถชื่นชมยินดีเมื่อมีความสุข

เราจะมีมือสะอาดและใจบริสุทธิ์ เมื่อเราเดินพร้อมกับพระเยซูเจ้า เราเดินขึ้นภูเขาและพบการชำระให้สะอาดที่นำเราสู่ความสูงที่มนุษย์ต้องไปให้ถึง กล่าวคือ มิตรภาพกับพระเจ้าเอง (เบเนดิกที่ XVI)

·       ชีวิตประจำวันของเรามีสิ่งน่าพิศวงเกิดขึ้นมากมาย มีสิ่งน่า

พิศวงเกิดขึ้น แต่เราต้องรู้จักมอง จำเป็นต้องมีความสามารถในการชื่นชม ทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้น

ORATIO (พระวาจาของพระเจ้าทำให้เราภาวนา)

ขอโทษ  แม้แต่ชายหนุ่มมั่งมีก็ยังจากไปด้วยความทุกข์ (ดู มธ 19:16//) พระองค์เสด็จมาสู่บ้านเมืองของพระองค์ แต่ประชากรของพระองค์ไม่ยอมรับพระองค์ (ยน1:11)

ขอบคุณ   ข้าพเจ้าถูกเรียก เพราะพระเจ้าทรงรักข้าพเจ้า

 ขอพรพระจิตเจ้า  เราอธิบายเรื่องฝ่ายจิตโดยใช้ถ้อยคำของพระจิตเจ้า มนุษย์ที่ดำเนินชีวิตตามธรรมชาติ รับสิ่งที่เป็นของพระจิตของพระเจ้าไม่

ได้  เรื่องนี้เป็นเรื่องโง่เขลาสำหรับเขา  เขาไม่อาจเข้าใจได้ เพราะต้องใช้จิตพิจารณา อาศัยพระจิตเจ้าเท่านั้น (1 คร 2:14)

CONTEMPLATIO  (พระวาจากลับเป็นความจริง)

        เราได้รับกุญแจของชีวิต พระเยซูเจ้าทรงเรียกชื่อ เปโตร มารีย์ชาวมักดาลา ศักเคียส พระองค์ทรงเรียกชื่อข้าพเจ้าด้วย ข้าพเจ้าตระหนักถึงเรื่องนี้

            บทถวายพระพร ของนักบุญเปาโล เป็นบทภาวนาของข้าพเจ้าด้วย  ข้าพเจ้า ถูกเรียก ถูกเปลี่ยน และถูกส่งออกไป

COMMUNICATIO (พระวาจาทำให้กลายเป็นพระเยซูเจ้า)

            เมื่อสิงโตคำราม ใครบ้างจะไม่กลัว? เมื่อพระยาเวห์องค์เจ้าชีวิตตรัสแล้ว ใครเล่าจะไม่เผยพระวจนะ?(อมส 3:8) พระวาจาของพระเจ้าต้องแพร่ออกไป ผู้ที่ถูกส่งต้อง ไปด้วยกันเป็นคู่ๆ(มก 6:7)

ข้าแต่พระเยซูเจ้า พระองค์ทรงทราบดีว่า ในระยะนี้ ลูกภาวนาอย่างไร? ลูกไม่สามารถภาวนาตามบทสวดที่หมู่คณะสวดพร้อมกัน  ลูกสามารถภาวนาสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยค ลูกแต่งบทภาวนาขึ้นมาสวดตามใจ เมื่อหยิบสายประคำขึ้นมาสวด  สิบเม็ดแรกลูกเอ่ยชื่อของลูกเองพร้อมกับพระเยซูเจ้า แต่พระองค์กลับเรียก ชื่อของลูกในทุกเม็ดที่สวด  การภาวนาแบบนี้ทำให้ลูกมีพลังในการทำความดีได้อย่างประหลาด    พระองค์ทรงมีวิธีพูดที่สร้างสรรค์และให้พลัง เมื่อพระองค์ตรัส ลูกมิอาจเจริญชีวิตเหมือนเดิมอีกต่อไป ต้องสละละตนเองจริงๆ (คุณพ่อ Maurizio Vigani บันทึกไว้เมื่อวันที่ 12 กันยายน 1997 ก่อนลาโลกไม่กี่สัปดาห์)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


( 0 Votes )Lectio Divina เดือนกรกฎาคม 2009
Tags: