ความรักสร้างประวัติศาสตร์
|
ความรักสร้างประวัติศาสตร์ |
|
มีนาคม 2009 |
| LECTIO (พระเจ้าตรัสว่า) |
| มก 9, 7; 9, 2-10 |
|
2ต่อมาอีกหกวัน พระเยซูเจ้าทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นขึ้นไปบนภูเขาสูงตามลำพัง แล้วพระวรกายของพระองค์ก็เปลี่ยนไปต่อหน้าเขา 3ฉลองพระองค์กลับมีสีขาวเจิดจ้า ขาวผ่องอย่างที่ไม่มีช่างซักฟอกคนใดในโลกทำให้ขาวเช่นนั้นได้ 4แล้วประกาศกเอลียาห์กับโมเสสแสดงตนสนทนาอยู่กับพระเยซูเจ้า 5เปโตรจึงทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า ที่นี่สบายน่าอยู่จริง ๆ เราจงสร้างเพิงขึ้นสามหลังเถิด หลังหนึ่งสำหรับพระองค์ หลังหนึ่งสำหรับโมเสส อีกหลังหนึ่งสำหรับประกาศกเอลียาห์” 6เขาไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไรเพราะศิษย์ทั้งสามคนต่างตกใจกลัว 7ครั้นแล้วเมฆก้อนหนึ่งลอยมาปกคลุมเขาไว้ มีเสียงหนึ่งออกมาจากเมฆก้อนนั้นว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา จงฟังท่านเถิด” 8ทันใดนั้น ศิษย์ทั้งสามคนเหลียวมองรอบ ๆ ไม่เห็นผู้ใดอยู่กับตนนอกจากพระเยซูเจ้าเท่านั้น ขณะที่กำลังลงจากภูเขา พระองค์ตรัสสั่งเขามิให้เล่าเหตุการณ์ ที่เห็นให้ผู้ใดฟัง จนกว่าบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย ศิษย์ทั้งสามคนเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่บอกใคร แต่ยังปรึกษากันว่า “จนกว่าจะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย” นี้หมายความว่าอย่างไร |
|
* ความรักทำให้พระเจ้าอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่ได้ * “ใครจะแยกเราจากความรักของพระคริสตเจ้า?” CONTEMPLATIO (พระวาจากลับเป็นความจริง) |
|
บัดนี้ บท “ข้าแต่พระบิดาของเรา” กลับกลายเป็นเพลงบทใหม่ ทำให้ชีวิตมีความหมายและก้าวไปสู่นิรันดรภาพด้วยความยินดี ในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยาก และความเหนื่อยล้า เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นภายในตัวฉัน เตือนฉันว่า “ฉันมีพ่อคนหนึ่ง” พอดีฉันกำลังยืนอยู่ข้างหน้าประตูของหัวใจ กำลังจะ “เข้าไปข้างใน” มือจับอยู่ที่ลูกบิดของประตู ฉันกำลังจะเข้าไปพบพระองค์ ไปพักผ่อน ไปฟัง ไปสนทนากับพระองค์ ฉันเข้าไปสู่ความยินดี เพราะไม่เคยรู้จักความยินดีที่เรียบง่ายและยิ่งใหญ่กว่าการ “เข้าไป” “อยู่ใน” พระเจ้า “พระบิดา”ของเรา |
|
COMMUNICATIO (พระวาจาของพระเจ้าอยู่ในทุกคน) “ผู้ที่เข้าใกล้พระเจ้า อยู่ไม่ห่างไกลจากมนุษย์” (Deus Caritas est 42) ความรักของพระเจ้าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ “บุตรของเรา ผู้เป็นที่รักของเรา” หมายถึง พระคริสตเจ้าทั้งครบ พระกายของพระคริสตเจ้า คือพระคริสตเจ้าที่อยู่กับบรรดาบุตรของพระเจ้า ที่กระจัดกระจาย แต่บัดนี้ถูกนำกลับมาอยู่ด้วยกัน เป็นร่างกายเดียวกัน |
|
วินเซนต์ตกจากจักรยาน เขาขี่เร็วเกิน ถนลื่น และลมก็พัดแรง ข้าพเจ้าพยุงเขาให้ลุกขึ้น ถึงแม้จะมีบาดแผล ตัวสั่น แต่ยิ้ม ข้าพเจ้ามองหน้าเขา สายตาอันบริสุทธ์มิได้สั่น เขาพูดกับข้าพเจ้าว่า “คุณพ่อครับ ผมคิดว่าพระเจ้ากำลังรักผม เท่านี้ก็พอแล้ว” |
|
มาระโก ผู้นิพนธ์พระวรสาร ถึงแม้อายุยังน้อยเกินไปที่จะถูกรับเข้าอยู่ในกลุ่มของบรรดาอัครธรรมทูต แต่ท่านก็เจริญชีวิตเหมือนเขาเหล่านั้น ในพระมหาวิหารนักบุญเปาโลนอกกำแพงกรุงโรม มีรูปของอัครสาวกทั้งสิบสองเป็นโมเซอิคประดับอยู่ ในจำนวนนั้นมีรูปของบารนาบัสและมาระโกรวมอยู่ด้วย หนังสือพันธสัญญาใหม่ พูดถึงมาระโกไม่กี่ตอน ครั้งแรกเมื่อท่านร่วมเดินทางไปกับบารนาบัสลูกพี่ลูกน้องและเปาโลในการเดิน ทางธรรมทูต เปาโลมีความรู้สึกว่า เขาเป็นคนโลเล ไม่มั่นคง (กจ 15:38) จึงไม่อนุญาตให้ตามไปถึงเมืองเปอร์กา เหตุการณ์ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การตัดสินในของเปาโลครั้งนั้น เป็นการตัดสินใจที่ด่วนเกิน บารนาบัสมองไกลกว่า จึงพาหนุ่มมาระโกกลับบ้าน ส่วนเปาโลเดินทางต่อไปตามเส้นทางของตน อีกไม่กี่ปีต่อมา มาระโกก็กลับมาอยู่กับเปาโลอีก คราวนี้เปาโลเห็นคุณค่าและพูดถึงเขาด้วยความชื่นชม “เอปาฟรัส เพื่อนนักโทษที่อยู่กับข้าพเจ้าเพราะพระคริสตเยซู รวมทั้งผู้ร่วมงานทุกคน คือมาระโก อาริสทารคัส เดมาสและลูกา ขอส่งความคิดถึงท่าน” (ฟม 24; คส 4:10) ตอนสุดท้ายของการอยู่ในคุกครั้งที่สอง ท่านเขียนถึงทิโมธีว่า “จงพามาระโกไปกับท่านด้วย เพราะเขามีประโยชน์สำหรับข้าพเจ้าในการปฏิบัติศาสนบริการ” (2 ทธ 4:11) ด้วยเหตุนี้ หนุ่มมาระโกจึงไปกรุงโรม ตอนนั้นท่านโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีความจงรักภักดีต่อทุกคน ท่านช่วยเหลือเปาโลมากถึงแม้จะได้ร่วมงานกับภารกิจของเปโตรเป็น พิเศษ เปโตรเรียกท่านเป็นลูก “ขอฝากความคิดถึงท่าน มาระโกบุตรของข้าพเจ้าก็ฝากความคิดถึงท่านด้วย” (1 ปต 5:13) ท่านเดินทางไปมาระหว่างสองชุมชนที่เจริญรุ่งเรือง ท่านมีพระพรในการฟังที่ดีและคล่องแคล่วในการเขียน เราจึงมีพระวรสารฉบับแรกที่ถูกเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเล่าประสบการณ์ของเปโตร ที่มีความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับชีวิตคริสตชนสมัยแรกเริ่ม เมื่อพระเยซูเจ้าทรงรวบรวมบรรดาศิษย์และประกาศข่าวดี พระวรสารของมาระโกเป็นชีวประวัติ ที่เปี่ยมล้นด้วยชีวิตใหม่ที่องค์พระผู้ไถ่ได้นำมาสู่โลก พระเยซูเจ้าทรงกระทำและตรัส รายละเอียดหลายอย่างดูเหมือนมาจากประจักษ์พยานส่วนตัวของผู้เขียน หลายครั้งท่านอยู่ที่นั่น ได้เห็นและได้ยินพระอาจารย์ตรัสสอน สิ่งนี้อธิบายว่า เพราะเหตุใดหนังสือของท่านจึงเป็นที่นิยมอย่างมาก และมีผู้สนใจอ่านกันมาก เมื่อบรรดาอัครสาวกถูกฆ่าเป็นมรณสักขีที่Acquae Salviae, บนเนินวาติกันแล้ว มาระโกก็กลับบ้านเกิด และได้ตั้งพระศาสนจักรที่ Alexandria ใน Egypt ธรรมประเพณียืนยันว่า มาระโกตายเป็นมรณสักขีเช่นกัน ชีวิตของท่านเป็นที่ชีวิตที่งดงามและประสบความสำเร็จ เป็นชีวิตของอัครสาวกแท้จริง |
( 0 Votes )













