gic_box_performance.gif

กลยุทธ์เพิ่มผลกำไร กับ  Performance Management

เมื่อพูดถึงผลกำไร  หลายคนคงนึกถึงแต่กำไรที่อยู่ในรูปของ "เงิน"  แต่ทำไมนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ  กลับนึกถึงผลกำไรในรูปของ "เวลา" มากกว่า  เพราะเงินซื้อสิ่งต่างๆมากมายได้ แต่ เงิน ไม่อาจซื้อเวลาที่ผ่านไปแล้วได้  และในทางกลับกัน ถ้าเรามีเวลาเหลือหลังจากเสร็จงานชิ้นแรก เราก็สามารถเอาเวลาไปทำเงินต่อได้อีก  และประการสุดท้าย มันคงเป็นเรื่องน่าเสียดายหรือเศร้าเลยทีเดียว ถ้าเรามีเงินมากมาย แต่ไม่มีเวลาใช้มัน แต่ต้องเอาไปให้หมอแทน
จะดีกว่ามั้ย ถ้าองค์กรของเรา มีระบบการจัดการที่ให้ความมั่นใจได้ว่า  ธุรกิจที่กำลังทำอยู่ ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น    พนักงานแต่ละฝ่ายทราบถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของตนอย่างชัดเจน   สามารถติดตามงานและวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม  รวมทั้งมีระบบเตือนเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นสภาพคล่องทางการเงิน  ความพึงพอใจของลูกค้า   การรักษาฐานลูกค้าเก่า  การเปิดตลาดใหม่  รวมทั้งความพึงพอใจของพนักงาน และทั้งหมด สามารถช่วยให้เรามีเวลามากขึ้น ในการขยายโอกาสธุรกิจ  ทำในสิ่งที่อยากทำ  ไม่ว่าจะเป็นเวลาพักผ่อนท่องเที่ยว   มีเวลาดูแลสุขภาพหรืออยู่กับคนที่เรารัก   แทนที่จะต้องวิ่งวุ่นอยู่กับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า รายวัน อย่างไม่รู้จบ

Performance Management (PM) หรือ ระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน  ซึ่งเป็นเทคนิคในการบริหารงานยอดนิยมที่องค์กรชั้นนำของโลกหลายแห่งใน chart Fortune500 ใช้กัน ดูจะเป็นคำตอบหนึ่งที่จะช่วยให้เราได้ในสิ่งที่อยากได้ข้างต้น

เพื่อให้เราเข้าใจได้ง่ายๆ  Performance Management (PM)   เปรียบเสมือน  การทำความฝันให้เป็นผลลัพธ์จริง  ด้วยกระบวนการ จัดการ ตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย   การกระจายงาน   การประเมินผล   และการพัฒนาคนให้มีขีดความสามารถสูงขึ้น เพื่อให้ทำงานได้มากขึ้น

ตัวอย่างเช่น      สายการบินท้องถิ่นแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ได้วางแผนยกเครื่ององค์กร  เพื่อที่จะก้าวสู่การเป็น Top 3  สายการบินภายในประเทศ  ภายในระยะเวลา   6 ปี

เค้าเริ่มต้นที่ การกำหนดเป้าหมาย    วิธีกระจายงาน   วิธีประเมินผลงาน  และที่สำคัญคือ การปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนให้เข้ากับกระบวนการใหม่นี้ พร้อมๆกับการพัฒนาขีดความสามารถของคน    ลองดูรายละเอียดจาก 2 ภาพต่อไปนี้ เพื่อทำความเข้าใจมากขึ้นนะครับ

 

mission.jpg

วิสัยทัศน์ (Vision) ถูกย่อยลงมาเป็นวัตถุประสงค์ (Objective) ของแต่ละงาน  รวมไปถึงตัวชี้วัด (Measure) ว่าจะวัดความสำเร็จอย่างไร   เป้าหมาย (Target) ของแต่ละงานคืออะไร   และสุดท้ายต้องสร้างสรรค์หรือทำกิจกรรมอะไรบ้าง (Initiative) เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายที่ต้องการ

 

จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นได้ว่า  การวางแผน (Strategy Map)เพื่อเพิ่มผลกำไรนั้น เริ่มจากการจัดการต้นทุน  และการเพิ่มรายได้   ต่อเนื่องลงไปจนถึง การปรับปรุงการทำงานให้เร็วขึ้น  เพื่อให้มีรอบการทำงานที่มากขึ้น   ตลอดจนการจัดวางตำแหน่งงาน และการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร      สิ่งเหล่านี้ส่งผลเป็นทอดๆขึ้นไป  ตั้งแต่การเรียนรู้ ( Learning) การบวนการทำงาน (Internal Process)  การดูแลลูกค้า (Customer Management)  ไปจนถึงขั้นสุดท้ายที่ต้องการก็คือ  ผลประกอบการ (Financial)

พอจะเห็นภาพมากขึ้นแล้วใช่มั้ยครับว่า Performance Management (PM) เค้าทำกันอย่างไร   ประกอบด้วยอะไรบ้าง  และที่สำคัญ เทคนิคนี้ช่วยแบ่งเบาภาระงานและพัฒนาองค์กรของคุณอย่างไรบ้าง     ซึ่งในฉบับหน้าเราจะมาเจาะลึกในรายละเอียดในส่วนของการประเมินผลด้วย (Financial)

คนกล่าวไว้ว่า  การวางแผนที่ดี ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง    แต่ถ้าวางแผนแบบอังกฤษปนไทย   แพลน+นิ่ง  (Plan แล้ว นิ่ง) ก็คงไม่เกิดผล นะครับ      เริ่มลงมือตั้งแต่วันนี้เพื่อเพิ่มผลกำไรกันดีกว่านะครับ    แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าครับ


หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  กรุณาส่ง E-mail มาที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
Know-How Square, the portal of business consultants in Performance Management, Marketing Services, Business Intelligence System, Training, CRM Solution

------------------------------------

 


( 2 Votes )Performance Management
Tags:     กำไร      บริหาร      ประสิทธิภาพ      performance      Management