พี่น้องเมล็ดพันธุ์
กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์
วันที่ 27 มกราคม 2011

มัทธิว 13: 3-9 อุปมาเรื่องผู้หว่าน
พระองค์ตรัสว่า “จงฟังเถิด ชายคนหนึ่งออกไปหว่านเมล็ดพืช ขณะที่เขากำลังหว่านอยู่นั้น บางเมล็ดตกอยู่ริมทางเดิน นกก็จิกกินจนหมด บางเมล็ดตกบนพื้นหินที่มีดินเล็กน้อยก็งอกขึ้นทันทีเพราะดินไม่ลึก แต่เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นก็ถูกเผาและเหี่ยวแห้งไปเพราะไม่มีราก บางเมล็ดตกในพงหนาม ต้นหนามก็ขึ้นคลุมไว้ ทำให้เหี่ยวเฉาตายไป บางเมล็ดตกในที่ดินดี จึงเกิดผล ร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง ใครมีหู ก็จงฟังเถิด”
พี่น้องเมล็ดพันธุ์ (seeds)
ชาวนาคนหนึ่งออกทำงานหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกบนผืนนาที่ไถเตรียมไว้ก่อนหน้านี้.....
......เมล็ดพันธุ์เมล็ดแรกชื่อ “สมชาย” เมื่อถูกโปรยแตะผืนนาแล้ว ก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดทันที บ่นว่า นี่ตนเองตกอยู่ บนดินเฉอะแฉะอย่างนี้ทำไม สู้อยู่ในยุ้งฉางตอนแรกดีกว่า เมื่อคิดเช่นนี้แล้วจึงตัดสินใจฝังตัวเองในเปลือกที่หุ้มห่อไว้เพื่อไม่ให้น้ำในท้องนาที่ขุ่นเฉอะแฉะมาทำให้ตัวเองเปื่อยยุ่ย
.......เมล็ดพันธุ์เมล็ดที่สองชื่อ “สมหญิง” ถูกหว่านตกลงในหลุมโคลน สมหญิงที่รักความงามก็ร้องกรี๊ดเพราะตัวเองเปื้อนโคลนมอมแมม ดูตัวเองไม่สมกับชื่อ “สมหญิง” เลย ปากของเธอบ่นตลอดเวลา แต่ไม่รู้จะทำอะไรกับตัวเอง ปล่อยตัวเองให้แช่อยู่ในน้ำโคลนต่อไป....
......เมล็ดพันธุ์เมล็ดที่สามชื่อ “สมยศ” ขณะที่กำลังถูกหว่าน บังเอิญมีลมพัดกระโชกมาตัวเองเลยลอยไปตกบนพงหญ้าขอบถนนที่เป็นหิน แต่ตัวเองกลับดีใจบอกเพื่อนๆ “สมชาย” และ “สมหญิง” ว่า ตัวเขาเองโชคดีไม่ตกบนดินที่เฉอะแฉะที่เป็นโคลน ตัวเขาเองยังเหลือมอร่ามเป็นสีทองสมกับชื่อ “สมยศ”......
.......เมล็ดพันธุ์เมล็ดที่สี่ชื่อ “สมทรง” เป็นเมล็ดที่อวบเปล่งปลั่ง สมเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีมีน้ำหนัก ถูกหว่านตกลงบน ผืนนา ถึงแม้ว่าตัวเองอยากอยู่ที่เดิม แต่ก็รู้ตัวเองว่า ที่ถูกเจ้าของคือชาวนานำมาหว่านลงบนผืนนานี้คงมีเป้าหมายที่สูงกว่าที่ดีกว่า......
......เมล็ดพันธุ์เมล็ดที่ห้าชื่อ “สมคิด” เป็นอีกเมล็ดหนึ่งที่ไม่ได้คิดอะไรมากตามชื่อของตน ตัวเองได้แต่คิดดีใจที่ได้เป็นเมล็ดพันธุ์ ดีใจที่อยู่ในมือของชาวนา และดีใจที่กำลังถูกหว่านลงบนผืนนา จะถูกหว่านตกลงบนดินตรงไหนก็สุดแล้วแต่ชาวนาจะหว่านตัวเองลงไป ตัวเองรู้แต่ว่า เมื่อถูกหว่านลงบนดินแล้ว จะไม่คงสภาพเดิม จะต้องเน่าเปื่อยสลายตัวเองลง ออกจากสภาพเมล็ดเพื่อฟื้นคืนตัวใหม่เป็นต้นข้าวให้สมกับคำกล่าวที่ตนเองได้ฟังบ่อยๆ ว่า “bloom where you are planted – จงออกดอก (ออกผล) ณ ที่ตนเองถูกปลูก”
.......เวลาผ่านไปตามเข็มนาฬิกาอย่างซื่อสัตย์ ฝนก็ตกตามฤดูกาลยังความชื่นฉ่ำแก่ผืนนา และก็เกิดการเปลี่ยนแปลงกับเมล็ดพันธุ์ทั้งห้าเมล็ดด้วย
.......”สมชาย” ยังคงเป็นเมล็ดข้าวเปลือกต่อไป เพราะเขาไม่ยอมเปิดตัวออกจากเปลือกจึงยังเป็นข้าวเปลือกเหมือนเดิม..... “สมหญิง” เกิดเป็นต้นข้าว ชูต้นพ้นโคลน ชูรวงบนผืนนา.... ส่วน “สมยศ” เมล็ดก็แตกหน่อแต่หยั่งรากไม่ถึงพื้นดิน เพราะมันอยู่บนหิน มันจึงเฉาตายไป...... ส่วน “สมทรง” และ “สมคิด” ที่สำนึกถึงสภาพความเป็นเมล็ดพันธุ์ของตนเองนับแต่เริ่มแรก ก็ไม่ทำให้เจ้าของนาผิดหวัง เมล็ดทั้งสองงอกงามเป็นต้นข้าวที่แข็งแรงชูยอดชูรวงข้าวสู่ฟ้าสูงสง่า
.......ทั้ง “สมหญิง” “สมทรง” “สมคิด” ให้ผลผลิตมากมายแก่เจ้าของนา “สามสิบเท่า หกสิบเท่า ร้อยเท่า”
( 1 Vote )














