ประชาชนดำรงชีพด้วยความสุขสันติ
กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์
วันที่ 11 พฤศจิกายน 2010
กิจการ 2: 42-47
.......คนเหล่านั้นประชุมกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อฟังคำสั่งสอนของ
บรรดาอัครสาวก ดำเนินชีวิตร่วมกันฉันพี่น้อง ร่วม “พิธีบิขนมปัง” และ
อธิษฐานภาวนา ........พระเจ้าทรงบันดาลให้บรรดาอัครสาวกทำ
ปาฏิหาริย์และเครื่องหมายอัศจรรย์เป็นจำนวนมาก ทุกคนจึงมีความ
ยำเกรง ผู้มีความเชื่อทุกคนดำเนินชีวิตร่วมกัน และมีทุกสิ่งเป็นของส่วนรวม เขาขายที่ดินและทรัพย์สินอื่นๆ แบ่งเงินให้ทุกคนตามความต้องการ ทุกๆ วัน เขาพร้อมใจกันไปที่พระวิหารและไปตามบ้านเพื่อ
ทำพิธีบิขนมปังร่วมกินอาหารด้วยความยินดีและเข้าใจกัน สรรเสริญ
พระเจ้า และได้รับความนิยมจากประชาชนทุกคนองค์พระผู้เป็นเจ้าทรง
ทำให้จำนวนผู้ที่ได้รับความรอดพ้นเพิ่มขึ้นทุกวัน
*******************************************************
อเล็กซานเดอร์มหาราชเสด็จเยี่ยมกษัตริย์ของอาณาจักรเพื่อนบ้าน เมื่อเสด็จไปถึง กษัตริย์ได้นำอเล็กซานเดอร์ ไปชมทรัพย์สินของตน อเล็กซานเดอร์จึงเปรยว่า ที่มาเยี่ยมนี้ ไม่ต้องการชมทรัพย์สมบัติ แต่ต้องการจะเรียนรู้แนวทางการปกครองแผ่นดิน การดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนของท่านต่างหาก
พระองค์จึงนำอเล็กซานเดอร์ไปยังศาล ซึ่งในขณะนั้นมีชายสองคนกำลังรอเข้าเฝ้ากษัตริย์ของตนเพื่อขอคำ ตัดสิน กษัตริย์จึงถามว่าทั้งคู่มีข้อพิพาทอะไรจึงมาขอคำตัดสิน
ชายคนแรกจึงทูลว่า ตนเองได้ซื้อผืนนาจากเพื่อนบ้านเพื่อทำนา และขณะที่เตรียมดินไถนาก็พบกล่องโลหะนี้ ฝังอยู่ในดิน เมื่อเปิดออกปรากฎว่า มีเพชรพลอยของมีค่าอยู่ในนั้น จึงนำกล่องนี้มาคืนให้เจ้าของคนเดิม
ส่วนชายอีกคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของที่ดินคนเดิม ก็ให้การขัดแย้งว่า เมื่อตนเองตัดสินใจขายนาแปลงนี้แล้ว ก็ถือว่าสิ่งของที่ถูกฝังอยู่ในผืนนาก็ถือว่าขายไปด้วย เป็นของเจ้าของที่ดินคนใหม่ จึงไม่สามารถรับกล่องสมบัตินี้คืนได้
เมื่อกษัตริย์ได้ยินคำชี้แจงของชายทั้งสองแล้ว จึงถามทั้งคู่ว่า มีลูกชายหรือลูกสาวไหม? ชายคนแรกก็ตอบว่าตนมีลูกชาย ส่วนอีกคนก็ตอบว่ามีลูกสาว ทั้งสองอายุไล่เลี่ยกัน กษัตริย์จึงตัดสินให้ชายทั้งคู่จัดการให้ลูกชายและลูกสาวของตนแต่งงานกัน และดูแลแปลงนาผืนนี้ด้วยกัน เพื่อจะได้เป็นเจ้าของกล่องสมบัตินั้นร่วมกัน
ชายทั้งสองและลูกๆ ของทั้งสองครอบครัวรู้สึกดีใจที่กษัตริย์ตัดสินความด้วยปรีชาญาณ ทำให้ทุกคนยินดี มีความสุขสันติ
ส่วนอเล็กซานเดอร์กลับถูกสะกดให้ยืนนิ่ง พูดอะไรไม่ออกจนกระทั่งกษัตริย์ตรัสถามอเล็กซานเดอร์ว่า “ท่านไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินนี้หรือ”? อเล็กซานเดอร์ก็ตอบกลับทันทีว่า “ใช่ ตนเองไม่เห็นด้วย ถ้าเป็นที่มาเซโดเนีย (ประเทศกรีกของอเล็กซานเดอร์) แล้ว ตนเอง (อเล็กซานเดอร์) จะตัดสินให้ยึดกล่องสมบัตินั้นเป็นของตนเองเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กษัตริย์ก็ส่ายพระเศียร แล้วกล่าวว่า “การที่ประเทศกรีกยังมีแสงอาทิตย์ส่องสว่างให้ความอบอุ่น และฝนยังตกให้ความชุ่มฉ่ำอยู่นั้น ไม่ใช่เพราะความดีงามของท่านเลย การที่ประชาชนยังสามารถดำรงชีพด้วยความสุขสันติ ก็เพราะความเมตตาอารี การช่วยเหลือแบ่งปันกัน และความรัก ความยุติธรรมต่างหาก”
(จาก Alexander the not so great หนังสือ Saving the World Entire
โดย Rabbi Bradley R. Bleefeld & Robert L. Shook;
A Plume Book, N.Y; 1998)
( 0 Votes )














