ติดตามพระอาจารย์
กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์
วันที่9 มิถุนายน 2011
ลูกา 5: 10-11
พระเยซูเจ้าจึงตรัสแก่ซีโมนว่า “อย่ากลัวเลย ตั้งแต่นี้ไปท่านจะเป็นชาวประมงหามนุษย์” เมื่อพวกเขานำเรือกลับถึงฝั่ง แล้วละทิ้งทุกสิ่งติดตามพระองค์
1 โครินธ์ 9: 24
ท่านไม่รู้หรือว่า คนที่วิ่งแข่งในสนามกีฬา ทุกคนก็วิ่งจริงแต่มีเพียงคนเดียวที่ได้รับรางวัล ท่านจงวิ่งเช่นนั้นด้วยเพื่อชิงรางวัลให้ได้
ติดตามพระอาจารย์

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ฤาษีองค์หนึ่งถามเพื่อนฤาษีว่า “ทำไมช่วงหลังๆ นี้ เพื่อนฤาษีจึงออกจากอารามหลาคน?”
ฤาษีอาวุโสผู้ถูกถามจึงเล่าเรื่องเป็นการตอบคำถามนี้ดังนี้:-
วันหนึ่ง สุนัขตัวหนึ่งเห็นกระต่ายกำลังเล็มหญ้าในป่าละเมาะ จึงวิ่งล่ากระต่ายตัวนั้น ส่วนกระต่ายวิ่งหนีอย่างสุดฝีเท้า ขณะที่สุนัขวิ่งไล่นั้น สุนัขตัวอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณนั้นก็วิ่งตามสุนัขตัวแรกกันมาเป็นฝูงใหญ่
แต่กระต่ายวิ่งได้คล่องแคล่วกว่า จึงสามารถรอดพ้นจากเขี้ยวของสุนัขเหล่านี้ได้ สักครู่ต่อมา ก็เริ่มมีสุนัขหยุดวิ่งตาม และที่หยุดวิ่งตามก็เริ่มมีมากขึ้น จนกระทั่งเหลือเพียงตัวเดียวที่ยังวิ่งไล่กระต่ายอยู่ ตัวที่เหลือเพียงตัวเดียวที่ยังวิ่งไล่ตามก็คือตัวแรกที่เห็นกระต่าย สุนัขตัวอื่นๆ ที่หยุดวิ่งทั้งหมดนั้น เพราะมันไม่เห็นกระต่ายเลยตั้งแต่แรก แต่ที่มันวิ่งตามก็เพื่อตามไปดูว่าพวกมันวิ่งไล่อะไร แต่เมื่อมองไม่เห็นมันจึงหยุดวิ่ง
ข้อคิดแห่งชีวิต : ชีวิตของมนุษย์ก็เช่นกัน ตราบเท่าที่เรายังมีจุดหมายปลายทางที่แท้จริงของเราอยู่เราก็จะยังขวนขวาย พยายามต่อสู้อุปสรรค สรรค์สร้างสิ่งดีงามต่อไป แต่ถ้าเมื่อใดที่เรา ไม่มีหรือไม่เห็นเป้าหมายของชีวิตแล้ว เราก็จะหยุดอยู่เพียงแค่นั้น (สภาพเช่นนี้ มักเกิดขึ้นกับชีวิตของเราเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่)
- · ความจริงอีกข้อหนึ่งที่มักถูกละเลย ที่องค์สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ต้องการให้คริสตชน รื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ ก็คือ “อิสรภาพ คือ ความพร้อมที่จะพูดตรงไปตรงมา กล้าพูดความจริงในโลกที่กำลัง ถูกครอบงำด้วยภาพปรากฎภายนอก” (freedom is a capacity to be frank, to tell the truth in a world dominated by appearances) คริสตชนต้องไม่พูดคำป้อยอ สอพลอ ไม่พูดเพื่อสนองความโลภของตน ไม่พูดเพื่อชื่อเสียงเกียรติยศของตน (1 เธสะโลนิกา 2: 5-6)
ถ้าคนเราพูดหรือกระทำเพียงเพื่อภาพลักษณ์ภายนอก ไม่ใช่เพื่อความจริง ตามความเป็นจริงแล้วก็คนนั้นก็ไม่ใช่เป็นคนอิสระ แต่จะกลับมาจมปลักในความเป็นทาสที่เลวร้ายที่สุด อิสรภาพจึงผูกพันกับความจริง อิสรภาพพบตัวมันเองในความจริง และจะสูญเสียทันทีเมื่อเราไม่ยอมรับความจริงหรือเมื่อเราแลกความเป็น จริงกับการเสแสร้งภายนอก เพราะเหตุนี้ บุคคลที่มีอิสรภาพคือ ผู้ที่อิสระเสรีในชีวิตจิต มุ่งมั่นกับความจริงของพระวรสาร อิสระจาก ความใคร่ทางชีวิตกาย และสามารถยืนหยัดต่ออุปสรรค ต่อการจู่โจมของพลังต่างๆ ทางโลก
- · ความเชื่อของคริสตชนเป็นดั่งเสียงของประกาศกในประวัติศาสตร์ที่เป็นเสียงเตือนให้แก่มโนธรรมของเราว่า อย่าลืมความอยุติธรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกแต่ถึงกระนั้นก็ดี สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ยังเห็นว่า เสียงมโนธรรมแรกและที่บริสุทธิ์เด่นชัดที่สุดก็คือ เสียงจากความทุกข์ทรมานของผู้บริสุทธิ์ที่ยอมรับความอยุติธรรมนั้นๆ ด้วยความรักเพื่อประโยชน์ (เพื่อชด เชย) แก่ผู้กระทำผิด (ผู้ทำความอยุติธรรม) เองและนี่คืออำนาจจากความทุกข์ทรมานที่กลับกลายเป็นอำนาจสำหรับการเยียวยาและความรอด อำนาจที่ยิ่งใหญ่สุดก็คือ อิสรภาพที่สลัดละทิ้งอำนาจ (kenosis) นั่นเองมาตรการของส่วนร่วมของพระศาสนจักรในการเมือง (politics) (ส่วนร่วมนี้จำเป็นถ้าหากต้องการให้การเมืองเป็นผู้รับใช้ความดีงามของส่วนรวม) ก็คือ พระเยซูคริสต์ผู้ถูกตรึงกางเขน .......พระองค์ไม่ได้หาเสียงกับใคร แต่ไม่มีใครเลยที่จะไม่เห็นพระองค์ถูกตรึงอยู่บนกางเขน และไม่มีใครเลยที่จะหลีกเลี่ยงการเลือกข้างได้ว่าจะอยู่ข้างพระองค์ หรือ ต่อต้านพระองค์
(จาก Fundamental Politics: What We Must Learn from the Social Thought of Benedict XVI
โดย คุณพ่อ Thomas Rourke Communio ฉบับ Fall 2008)
( 0 Votes )













