คริสต์มาสทุกวันนี้ยังมีความหมายสำหรับตัวเราเองอย่างไร

มธ. 1 : 21-23
นางจะให้กำเนิดบุตรชาย ท่านจงตั้งชื่อบุตรนั้นว่า เยซู เพราะเขาจะช่วยประชากรของเขาให้รอดพ้นจากบาป เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเพื่อพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ตรัสผ่านประกาศก จะเป็นความจริงว่า “หญิงพรหมจารีจะตั้งครรภ์ และจะคลอดบุตรชาย ซึ่งจะได้รับนามว่า “อิมมานูเอล” แปลว่า พระเจ้าสถิตกับเรา”
คริสต์มาสทุกวันนี้ยังมีความหมายสำหรับโลกปัจจุบัน (โดยเฉพาะกับตัวเราเอง) อย่างไร
พูดถึง “คริสต์มาส” ยังจำเหตุการณ์นี้ได้เสมอ ช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ดีพาร์ทเมนท์ สโตร์ มีชื่อ แห่งหนึ่งในนครนิวยอร์ก ได้จัดมุมแสดงถ้ำพระกุมารเยซูทรงบังเกิด ในถ้ำนั้นมีรูปปั้นนักบุญยอแซฟ แม่พระ เด็กเลี้ยงแกะ และสัตว์เลี้ยงต่างๆ แต่ที่รางหญ้าเลี้ยงสัตว์ปรากฏว่า ไม่มีรูปองค์พระกุมารเยซู แต่กลับมีป้ายเขียนด้วยตัวอักษรโตๆ บอกว่า “พระเยซูรอท่านอยู่ข้างนอกท่ามกลางความหนาวเหน็บ” และมีอีกป้ายหนึ่งวางอยู่บนกล่องทานที่ตั้งอยู่ข้างๆ เขียนไว้ว่า “สำหรับผู้ที่รออยู่ข้างนอกที่ไม่มีใครซื้อ
ของขวัญคริสต์มาสให้” …..ชะรอยเจ้าของดีพาร์ทเมนท์ สโตร์ คงจะเตือนความจำให้แก่ผู้มาช้อปปิ้งว่า อย่าลืมคนยากจนนะ ซึ่งถือว่าเป็นสื่อที่ดีสำหรับจิตตารมณ์การแบ่งปันความสุขช่วงเทศกาลคริสต์มาส แต่มีคำถามว่าจิตตารมณ์ “คริสต์มาส” นี้ จะมีเพียงช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงเทศกาลปีใหม่แค่นั้นเองหรือ? ทุกคนที่เกิดมาได้รับพระพรพิเศษทุกท่าน และในพระพรต่างๆ นี้มีพระพรหนึ่งที่ลึกล้ำมหัศจรรย์ ที่อธิบายไม่ได้ พระพรนี้ก็คือ “ความปรีชาชาญของความคิด” ของมนุษย์ นี่เป็นพระพรที่พระจิตเจ้าประทานให้แก่มนุษย์ทุกคน ความเจริญก้าวหน้าต่างๆ ของมนุษยชาตินับแต่โบราณจนถึงปัจจุบันนี้ มาจาก “ความคิด” ความคิดนี้กลั่นออกมาจากสมองเป็น “คำพูด” ที่เอ่ยด้วยปากสู่ผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นรู้ถึงความคิดของตน ทำให้ผู้อื่นได้รู้จักตนเอง และมีความสัมพันธ์กับตนเอง ร่วมมือกันสรรค์สร้างสิ่งต่างๆ ที่เอื้ออำนวยให้แก่ชีวิตมนุษย์ และนี่คือการช่วยกันทำให้โลกเจริญก้าวหน้า ดีขึ้น น่าอยู่ขึ้น
นักบุญเอากุสติน อธิบายว่า “คำพูด” เป็นเครื่องหมายที่ให้ความสว่างแก่จิตใจภายในที่ถูกเอ่ยออกจากจิตใจ ออกทางปากเป็นคำพูด คำพูดเปรียบเสมือนความคิดในใจที่ถูกแต่งตัวใส่เสื้อผ้า แล้วคลอดออกมาเป็นตัวตนบนโลกให้คนอื่นได้ยิน เช่นเดียวกับ “พระวาจาของพระเจ้า” นั่นคือองค์พระเยซูคริสตเจ้าที่รับเอากายบังเกิดเป็นมนุษย์ เป็น Emmanuel “พระเจ้าสถิตกับเรา” มนุษยชาติจึงได้เห็น ได้ยิน “คำพูดของพระเจ้า” (องค์พระเยซูคริสตเจ้า) ด้วยประสาทสัมผัสตามประสามนุษย์ คือ ตาได้เห็น หูได้ฟัง มือได้สัมผัส ปากได้สรรเสริญ จมูกได้กลิ่นหอม สมองได้คิด หัวใจได้รัก เท้าได้เดินตาม อำเภอใจได้เชื่อ วิญญาณได้เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ ถ้าไม่มี Emmanuel (ไม่มีการบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระบุตร) มนุษย์เราก็จะยังไม่รู้จักพระเจ้าเหมือนกับความคิดในจิตใจคน ถ้าไม่ได้ถูกเอ่ยกล่าวเป็นคำพูด เราก็คงไม่ได้ยิน ไม่รู้สิ่งที่อยู่ในใจของคนอื่น
ใช่แล้ว “คริสต์มาส” คือ “พระวาจาของพระเจ้า” ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์บนโลกนี้ ทำให้เรามนุษย์ได้รู้ รู้จักและรักพระองค์ แต่พระองค์มิได้บังเกิดเฉพาะ “วันคริสต์มาส” เพียงวันเดียวเท่านั้น พระองค์ยังทรง “บังเกิด” ทุกครั้งเมื่อ.....
- เด็กหญิงสมทรงและน้องๆ กำลังอดอยากเพราะพ่อแม่ต้องไปในเมืองเพื่อทำงานเลี้ยงชีพ คุณป้าข้างบ้านจัดอาหารมื้อเที่ยงเลี้ยงดูทุกวันเป็นเวลานานหลายเดือนแล้ว และยังทำต่อไปเรื่อยๆ .....คริสต์มาสเกิด ณ ที่นั่น วันนั้น
- แม่บ้านเดินซื้อผลไม้สดจากแม่ค้า แม่ค้ายากจนไม่สามารถมีทุนหาผลไม้คุณภาพดีๆ มาจำหน่ายได้ แม่บ้านเปลี่ยนใจไม่ซื้อจากเจ้าอื่นที่มีผลไม้ดีกว่า แต่มาซื้อกับแม่ค้าที่ขายผลไม้คุณภาพด้อยกว่า แถมไม่ต่อรองราคาด้วย..... คริสต์มาสเกิด ณ ที่นั่น วันนั้น
- เจ้าของโรงเรียนตัดสินใจไม่เก็บค่าเล่าเรียนจากเด็กชายเล็กและเด็กหญิงน้อย เพราะครอบครัวยากจน .....คริสต์มาสเกิด ณ ที่นั่น วันนั้น
- นายสมชายคนขับแท็กซี่ นำเอกสารสำคัญและกระเป๋าเงินของผู้โดยสารไปแจ้งตำรวจให้ประกาศหาเจ้าของมารับคืน เจ้าของดีใจที่ได้เอกสารสำคัญคืน ส่วนเงินในกระเป๋ามอบให้เป็นรางวัลแก่ คุณสมชาย .....คริสต์มาสเกิด ณ ที่นั่น วันนั้น
- ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เจ้าของกิจการตัดสินใจลดเงินเดือนของตนและผู้บริหารระดับสูงลงอย่างมาก เพื่อจุนเจือแก่พนักงานระดับล่างและเพื่อที่จะได้ไม่ต้องไล่พนักงานออกจากงาน..... คริสต์มาสเกิด ณ ที่นั่น วันนั้น
- อัตราเงินแลกเปลี่ยนผันผวน มีโอกาสเพิ่มราคาสินค้าขึ้นได้ แต่ผู้จัดการฝ่ายขาย พิจารณาเห็นว่า นี่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค จึงไม่ขึ้นราคาสินค้า .....คริสต์มาสเกิด ณ ที่นั่น วันนั้น
- พ่อบ้านได้รับข้อเสนอเปลี่ยนงานอาชีพที่ให้รายได้เพิ่มสองเท่า แต่หลังจากพิจารณาดูว่าหน้าที่ ใหม่ต้องออกต่างจังหวัด ต้องห่างจากครอบครัวกว่าครึ่งหนึ่งของเวลา แต่ที่สำคัญที่สุด มีความเสี่ยงเกี่ยวกับโอกาสบาปมากมาย โดยเฉพาะพระบัญญัติประการที่หก จึงตัดสินใจไม่เปลี่ยนงาน เขาตัดสินใจให้ความสำคัญแก่ภรรยา แก่ลูก แก่ครอบครัวของเขาก่อน .....คริสต์มาสเกิดขึ้น ณ ที่นั่น วันนั้น
- เจ้าของที่ดินผืนใหญ่ในต่างจังหวัด มีถนนหลวงผ่านขนานกับชายขอบที่ดินของตน ถนนหลวงนี้ต้องหักมุมเก้าสิบองศาที่มุมที่ดินของตน ณ ที่นี่ มีอุบัติเหตุทางรถยนต์บ่อยครั้ง มีคนบาดเจ็บถึงตายก็หลายราย เจ้าของจึงตัดสินใจยอมให้กรมทางหลวงตัดถนนเข้ามาในที่ดินของตน ทำให้ถนนหลวงนี้ตรงไม่ต้องหักมุมเก้าสิบองศา เป็นการลดอุบัติเหตุแก่ผู้เดินทาง .....คริสต์มาสเกิด ณ ที่นั่น วันนั้น
- วิ่งชนตะกร้าผลไม้ของแม่ค้าข้างถนน ขณะวิ่งกับกลุ่มเพื่อนๆ เพื่อรีบขึ้นรถเมล์ เพื่อนๆ ไม่สนใจ ขึ้นรถเมล์ออกไป แต่ตัวเองหยุดไม่ขึ้นรถ กลับช่วยเก็บผลไม้ที่ตกเกลื่อนกลาดกลางฟุตบาทใส่ตะกร้า พร้อมชดเชยความเสียหายให้แก่แม่ค้า .....คริสต์มาสเกิด ณ ที่นั่น วันนั้น
- เป็นเชลยสงครามด้วยกัน เช้าวันนั้นมีการประหารหมู่โดยการนับอันดับหมายเลข ใครโชคร้าย ถูกนับอันดับในแถวตกตัวเลขถูกประหาร ก็จะถูกเรียกออกไปประหาร ชายพ่อบ้านคนหนึ่งโชคร้ายถูกนับอันดับถูกประหาร แต่มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆ ขออาสาแลกตัวกับชายคนนั้น
-ทหารยินยอมนำชายใหม่ที่อาสายอมตายแทนนำไปยิงเป้า .....คริสต์มาสเกิด ณ ที่นั่น วันนั้น (นักบุญคุณพ่อโกลบี้)
- หญิงชาวยุโรปได้รับกระแสเรียกเป็นนักบวชหญิงตัดสินใจตามคำเรียกร้องของ “กระแสเรียก”จากประเทศของตนมากรุงกัลกัตตา ประเทศอินเดีย มาดูแลคนยากไร้พร้อมกับตั้งคณะนักบวช เพื่อดูแลรักษาคนป่วยไข้ คนถูกทอดทิ้งไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนมากมายตลอดเวลาหลายสิบปีจน กระทั่งสิ้นชีวิต .....คริสต์มาสได้เกิด ณ ที่นั่น วันนั้น (บุญราศีคุณแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตา)
- ละเว้นการซื้อของขวัญคริสต์มาสราคาแพง เพื่อนำเงินที่เก็บออมนี้ไปทำทานแก่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า .....คริสต์มาสเกิด ณ ที่นั่น วันนั้น
.....ฯลฯ .....ฯลฯ .....ฯลฯ
ทุกท่านสามารถทำให้คริสต์มาสเกิดขึ้นได้ ณ ทุกสถานที่ ทุกขณะเวลา ทุกวันตลอดชีวิตเรา นั่นคือให้ “ความคิด” ของเรา “เกิด” เป็นการกระทำที่ดี ที่แสดงความรัก ความเมตตาสงสาร แก่เพื่อนมนุษย์ เป็นการเชิญ “พระเยซูคริสต์ – พระบุตรผู้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ (เอมมานูเอล)” ให้อยู่กับเขาท่ามกลางพวกเขา และนี่คือ “กระแสเรียก” ของคริสตชนทุกคนที่จะทำให้ “คริสต์มาส” เกิดขึ้นทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะวันที่ 25 ธันวาคม ของแต่ละปี
( 0 Votes )













