ชีวิตจิตนักธุรกิจคาทอลิก (3)

apr_Amos-prophet_C-1049

อาโมส (2)

ประกาศกอาโมสไม่ใช่คนประเภทเอาแต่สวดอธิษฐาน “พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า” เพื่อรอวันพระเจ้าทรงเรียกไปสวรรค์ หรือดีกว่านั้นอีกนิดหนึ่ง คือ เอาแต่สวดอธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าพร้อมแล้วพระเจ้าข้า ข้าพเจ้ายินดีทำตามน้ำพระทัย” แล้วก็งอมืองอเท้า คอยว่าเมื่อไรพระองค์จะเรียกใช้ มิฉะนั้นก็ไม่คิดจะทำอะไรทั้งสิ้น ไม่พยายามพัฒนาตัวเองให้มีคุณภาพชีวิตตามแต่โอกาสจะอำนวยให้เลือก และเลือกด้านที่ดีกว่าไปตามสถานการณ์เฉพาะหน้าเรื่อยไป อาโมสมีความคารวะและภักดีต่อพระยาห์เวห์ ในพระธรรมเดิมยังไม่มีคำสอนเรื่องความรักพระเจ้า เพราะเป็นคำสั่งใหม่ (new commandment) ของพระเยซู อาโมสจึงรู้แต่คำว่าภักดี แต่ทว่า “ภักดีของอาโมส” นั้นลึกซึ้งยิ่งนัก เพราะเป็นความภักดีที่รู้สึกว่าพระยาห์เวห์ทรงอยู่ใกล้ชิด รู้เห็น และมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตของตนในทุกแง่ทุกมุม พร้อมเสมอให้พระองค์ทรงใช้งาน โดยไม่ใฝ่ฝันว่าจะต้องมีตำแหน่งใดในอาณาจักรของพระองค์ ชีวิตประจำวันชี้ช่องทางไปทางไหนหรือให้ทำอะไรที่จะเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ และมนุษยสัมพันธ์ ก็เก็บสะสมไว้เรื่อยๆ เพื่อให้ชีวิตมีคุณภาพยิ่งๆขึ้นไว้ อะไรจะได้ใช้หรือไม่ได้ใช้โดยตรงไม่สนใจคิดหยุมหยิม คิดรวมๆอยู่อย่างเดียวว่า ให้มีคุณภาพชีวิตไว้ พระเจ้าแสดงพระประสงค์ให้ทำอะไร อะไรที่แล้วๆมาทั้งหมดในชีวิต ย่อมมีประโยชน์ใช้ได้หมด อย่างเช่น ประสบการณ์ทั้งหมดของเปโตร ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การประมง การมีภรรยาและแม่ยาย การวางตัวและพูดจาไม่เหมาะสมกับพระเยซูเจ้า ฯลฯ ทั้งหมดมีประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ปฐมประมุขของพระศาสนจักร เช่นเดียวกัน สำหรับอาโมส ทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิตมีประโยชน์หมด เมื่อพระยาเวห์ทรงเรียกให้ไปทำหน้าที่ประกาศกต่างแดน ทำไมจึงทรงเลือกที่จะเรียกอาโมส เพราะอาโมสได้พัฒนาคุณภาพชีวิตตามกระแสเรียก (คือไม่ละโอกาสใดเลยที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตตนทุกย่างก้าวของชีวิต) ทำให้กลายเป็นผู้พร้อมที่สุดในพันธกิจ พระยาห์เวห์เพียงแต่เสริมเฉพาะส่วนที่ยังขาดเท่านั้น ก็ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อาโมส (3)

ทำไมต้องให้อาโมสไปที่เบธเอล กรุงเบธเอลเป็นที่ตั้งของมหาวิหารของอาณาจักรฝ่ายเหนือ เหมือนกรุงเยรูซาเลมเป็นที่ตั้งของมหาวิหารของอาณาจักรฝ่ายใต้ ที่นั่นมีมหาปุโรหิตและคณะปุโรหิตดูแลและประกอบพิธีกรรมเหมือนที่กรุงเยรูซาเลม เป็นถิ่นที่อาโมสคุ้นเคยจากการเป็นนักธุรกิจ ได้เคยนำสินค้ามาขายและซื้อสินค้ากลับไปขาย คงได้เคยติดต่อค้าขายกับคณะปุโรหิตและผู้เกี่ยวข้องกับมหาวิหารเบธเอล จึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปประกาศพระวาจาของพระยาห์เวห์ได้อย่างคล่องสะดวก และคงจะไม่ได้เข้าไปประกาศครั้งเดียว แต่หลายครั้งจนผู้คนรู้จักชวนกันมาฟังมากขึ้นทุกที จนปุโรหิตบางคนรู้สึกไม่สบายใจ เพราะมีแต่ประณามความประพฤติของชาววังและเศรษฐีคหบดี ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้อุปถัมภ์หลักของมหาวิหารทั้งสิ้น หากปล่อยให้ดำเนินต่อไป อาจมีอันเป็นไปถึงขึ้นการสูญเสียตำแหน่งในมหาวิหาร เกรงใจกันต่อไปไม่ไหวแล้ว ต้องสกัดกั้นห้ามเข้าบริเวณพระวิหารเด็ดขาด ตำรวจทำหน้าที่ต่อ ขับไล่ออกจากราชอาณาจักรฝ่ายเหนืออย่างเด็ดขาด ในฐานะบุคคลไม่พึงประสงค์ (Persona Ingrata)

อาโมสจำเป็นต้องกลับบ้าน ดูแลธุรกิจของตนต่อไป หาเวลาว่างสรุปเรื่องที่ได้เทศน์สอนในมหาวิหารแห่งเบธเอล มีผู้ขอคัดลอกต่อๆไปเพื่อนำไปอ่านในมหาวิหารแห่งเยรูซาเลมและวิหารอื่นๆ และในที่สุดผู้รวบรวมคัมภีร์พันธสัญญาเดิม ก็ได้รับการดลใจจากพระจิตเจ้าให้เก็บงานเขียนของอาโมสไว้ด้วย นับเป็นคัมภีร์ชิ้นแรกที่ผู้สร้างเหตุการณ์บันทึกเหตุการณ์จากความทรงจำของตัวเอง ตอนต่อไปจะพิเคราะห์ดูว่าท่านเขียนอะไรไว้บ้างที่น่าพิเคราะห์เป็นชีวิตจิต

หมายเหตุ ขณะนั้นศาสนาพระยาเวห์มีมหาวิหาร 2 แห่ง (Temple) และมีวิหารประจำถิ่น (sanctuary ยังไม่ใช่ synagogue) อีกมากมายที่มีปุโรหิตทำพิธีและดูแล แต่ทั้ง 2 แห่งถูกทำลายเมื่อพลเมืองถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย ครั้นกลับจากการเป็นเชลยที่กรุงบาบิโลนแล้ว และมีการสร้างมหาวิหารเยรูซาเลมหลังที่ 2 (ประมาณ ก.ค.ศ.528) ก็ให้ลดฐานะวิหารประจำถิ่นทั้งหลายลงเป็นเพียงธรรมสถาน (synagogue) มีเพียงแต่การศึกษาคัมภีร์และสวดอธิษฐาน ไม่มีพิธีกรรมตามบัญญัติของโมเสส จึงไม่จำเป็นต้องมีปุโรหิตประจำเหมือนมหาวิหาร ในประเทศอิสราเอลปัจจุบันคงมีแต่ธรรมสถาน (synagogue) เต็มไปหมด มีแรบบาย (rabbi) รับผิดชอบ เพราะไม่มีมหาวิหาร (Temple) และไม่มีวิหารประจำถิ่น (sanctuary) จึงไม่มีปุโรหิต (priest) และมหาปุโรหิต (high-priest) อย่างสมัยพระเยซูเจ้า


( 1 Vote )ประกาศกอาโมส 2
Tags:     อาโมส      วิหาร      ภักดี
Latest Articles