ชีวิตจิตของนธค.(2)

ชีวิตจิตของนธค.(2)
ชีวิตจิตเริ่มมีแบบแผนปฏิบัติ
นักบุญเบเนดิกท์ (St. Benedict 480 - 547) วางเกณฑ์ปฏิบัติเพื่อชีวิตจิตของคณะฤๅษีว่า Ora et labora = จงภาวนาและทำงาน (Pray and Work) ส่วนบทเพลงถวายพระจิตมีข้อความว่า In labore requies = ในการทำงานนั้นเองท่านจะได้พักผ่อนในพระจิตเจ้า (ซึ่งเป็นการภาวนายอดเยี่ยม) ไม่มีใครพูดถึงเรื่องการศึกษา เพราะสมัยนั้นโอกาสศึกษามีน้อยมาก เพราะไม่มีสถาบันการศึกษาที่รวมถึงห้องสมุด พระศาสนจักรจึงรับผิดชอบเรื่องนี้ทั้งหมด โดยกำหนดให้มีนักบวชจำนวนหนึ่งทุ่มเทให้กับการศึกษาซึ่งถือว่าเป็นการทำงาน เพื่อเป็นผู้มีความรู้สูงสุดให้มีหน้าที่สอนเณรและพระสงฆ์อื่น ๆ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการทำงาน ส่วนเณรต้องใช้เวลาส่วนใหญ่เรียนซึ่งถือว่าเป็นการทำงาน และบังคับให้มีเวลาสวดตามสูตรและอธิษฐาน (จะใช้สูตรตายตัวหรือไม่ก็ได้) รวมกันและภาวนาส่วนตัวไม่ต่ำกว่าวันละ 2 ชั่วโมง พระสงฆ์คือผู้ผ่านการเป็นเณรไปแล้วและต้องทำงานอภิบาลสัตบุรุษ ก็ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่กับการอภิบาลซึ่งถือว่าเป็นการทำงาน และมีเวลาเล็กน้อยติดตามความรู้ใหม่ ๆ ที่พระศาสนจักรประกาศโดยสรุปจากบรรดานักวิชาการของพระศาสนจักร ซึ่งก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานอภิบาล จึงต้องสงวนเวลาวันละไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงเพื่อสวดรำพึงภาวนาและมิสซา สำหรับฤๅษีต้องใช้เวลาเข้าวัดสวดภาวนามากถึงวันละไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงและบางวันก็มากกว่า แล้วแต่วันฉลองระดับใด สำหรับวันธรรมดาต้องตื่นแต่ตี 4 เพื่อรำพึง 1 ชั่วโมง ต่อจากนั้นก็ร้องเพลงสดุดีอีก 1 ชั่วโมง (ซึ่งผู้ไม่ใช่ฤๅษีจะใช้อ่านเพื่อประหยัดเวลา) ต่อด้วยมิสซา จบมิสซาแล้วก็ร้องเพลงโมทนาคุณอีกราวครึ่งชั่วโมง (ซึ่งผู้ไม่ใช่ฤๅษีใช้วิธีอ่านอย่างเร็วใน 10 นาที) รับประทานอาหารเช้าแล้วก็แยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าที่ ถึง 9.00 น.หยุดเข้าวัดสวดโดยร้องเพลงสดุดีครึ่งชั่วโมงทำงานต่อถึงเที่ยง เข้าวัดสวดโดยร้องเพลงสดุดีครึ่งชั่วโมง รับประทานอาหารเที่ยงแล้วพักผ่อน บ่าย 3 โมงเข้าวัดสวดร้องเพลงสดุดีครึ่งชั่วโมง ทำงานตามหน้าที่ถึง 17.00 น. เข้าวัดสวดร้องเพลงประมาณ 1 ชั่วโมงทำงานต่อจนถึง 19.30 น. หยุดงานประจำวันรับประทานอาหารค่ำ สังสันทน์กันตามอัธยาศัย 21.00น.เข้าวัดสวดร้องเพลงสดุดีประมาณครึ่งชั่วโมง แยกย้ายกันเข้าห้องส่วนตัว ทำความสะอาดร่างกายและเข้านอน ใครทำได้อย่างนี้อย่างเคร่งครัด ถือว่าเป็นนักพรตผู้ศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนพากันขอเป็นที่พึ่งจนเกิดอัศจรรย์มากมายตามมา พระศาสนจักรก็จะติดตามผลงานและรับรอง โดยประกาศเป็นนักบุญอย่างเป็นทางการ
สำหรับผู้ไม่ใช่ฤๅษีและปรารถนาความศักดิ์สิทธิ์ ก็พยายามสวดโดยอ่านคนเดียวหรือเป็นกลุ่มซึ่งจะสวดในเวลาใดและแบ่งช่วงอย่างไรก็ทำได้ตามอัธยาศัย แต่ต้องสวดให้ครบเป็นวัน ๆ ไป บางครั้งมีงานต้องทำทั้งวัน จึงเหมารวดเดียวจบตอนก่อนนอน ถ้านอนไม่หลับก็สวดล่วงหน้าวันพรุ่งนี้ได้ครึ่งหนึ่ง พรุ่งนี้เหลือสวดอีกครึ่งหนึ่งตอนไหนก็ได้ ทั้งนี้เป็นการช่วยให้ยืดหยุ่นได้เมื่อคาดคะเนว่าพรุ่งนี้จะยุ่งมากจนไม่มีเวลาสวด อาจลงเอยที่ต้องถ่างตาสวดจนจบในค่ำต่อไป หากหลับคาหนังสือสวดโดยไม่ทันจบก็ถือว่าพระสวดทดแทนให้จบไปแล้ว วันรุ่งขึ้นเริ่มต้นกันใหม่ แบบนี้สัตบุรุษไม่ค่อยเห็นความศักดิ์สิทธิ์
สัตบุรุษบางคนอยากพัฒนาจิตวิญญาณอย่างนักพรต ก็พยายามสวดให้ครบกระบวนการทุกวัน ซึ่งก็ต้องจัดสรรเวลาให้ดี ก็คงต้องเจียดเวลามาให้อย่างเพียงพอ แต่ถ้าไม่มีความรู้ทางเทววิทยาเพียงพอก็จะอ่านอย่างนกอย่างกาเพราะเข้าใจความหมายน้อย ผู้เชี่ยวชาญทางอภิบาลจึงกำหนดการสวดอย่างอื่นแทน ซึ่งไม่ต้องใช้ความรู้มากนักก็ทำได้ เช่น การสวดสายประคำ การเฝ้าศีล การเดินรูป 14 ภาค การอ่านหนังสือศรัทธา ก็ถือว่ามีความศรัทธาเทียบได้กับพระสงฆ์ หรือฤๅษี ภคินีในอาราม แต่ก็ไม่ค่อยได้เป็นนักบุญกัน นอกจากฤๅษีและภคินีในอารามที่สวดร้องเพลงได้ตามเวลากำหนด แต่ก็พอใจกัน เพราะถือว่าได้เกาะชายเสื้อหล่อขึ้นสวรรค์ มีความอุ่นใจ ดีกว่าเคว้งคว้างอยู่กลางหาว
( 0 Votes )












