july 1

กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์

วันที่ 16 ตุลาคม 2014 ยน. 16: 7-8

......เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ที่เราไปนั้นก็เป็นประโยชน์
แก่ท่าน เพราะถ้าเราไม่ไปพระผู้ช่วยเหลือก็จะไม่เสด็จมาหาท่าน แต่ถ้าเรา
ไปเราจะส่งพระองค์มาหาท่าน เมื่อพระองค์เสด็จมา พระองค์จะทรงสำแดง
ให้โลกเห็นความหมายของบาป ของความถูกต้อง และของการตัดสิน

 

แบ่งปันพระวรสาร วันที่ 16 ตุลาคม 2014 


มิชชันนารีกลุ่มหนึ่งเดินทางไปประกาศข่าวดีในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในประเทศอัฟริกา ความเป็นอยู่ของชาวบ้านเรียบง่าย ชีวิตประจำวันชิดสนิทกับธรรมชาติ รวมทั้งการดูเวลาก็ดูจากการขึ้น การตกของดวงอาทิตย์ มิชชันนารีจึงสร้างนาฬิกาแดดกลางหมู่บ้านเพื่อจะสอนการดูเวลาจากนาฬิกาแดดให้แก่ชาวบ้าน

นาฬิกาแดดถูกสร้างเสร็จอย่างรวดเร็วด้วยความร่วมมือของชาวบ้าน เริ่มวันแรกมิชชันนารีก็เริ่มอธิบายการดู
เวลาจากเงาของเข็มนาฬิกาแดด ที่ทอดเป็นเงาและขยับเคลื่อนเป็นเส้นโค้งครึ่งวงกลม ทุกคนในหมู่บ้านต่างให้ความ
สนใจกับนาฬิกาแดดนี้มาก เพราะเป็นสิ่งแปลกใหม่ของพวกเขา

สัปดาห์ต่อมา มิชชันนารีทั้งคณะจะต้องเดินทางไปหมู่บ้านอื่นชั่วคราว แต่พอกลับมายังหมู่บ้านนาฬิกาแดดนี้
อีกครั้ง ทุกคนก็ประหลาดใจที่เห็นนาฬิกาแดดอยู่ในที่ร่มภายใต้หลังคาจาก มิชชันนารีจึงถามหัวหน้าหมู่บ้านว่าทำไม
ไปสร้างหลังคาคลุมเล่า หัวหน้าหมู่บ้านตอบว่า พวกเราเห็นนาฬิกาแดดมันถูกแสงอาทิตย์เผาตลอดทั้งวัน เดี๋ยวสีของ
มันจะลอกดูเก่าก่อนกำหนด จึงสร้างหลังคาให้ร่มแก่มัน มันจะได้อยู่กับเราได้นานๆ?!!!!!

เรื่องเล่าเรื่องนี้คงทำให้นึกขำถึงความไร้เดียงสาของชาวบ้านหมู่บ้านนี้ในอัฟริกา แต่อย่าเพิ่งไปหัวเราะพวกเขา
พวกเรา/ตัวเราเอง อาจจะเคยอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นเหมือนกันโดยเราไม่รู้ตัว และการตัดสินใจ การกระทำของเรา
ในเหตุการณ์นั้นอาจจะเหมือนกับการสร้างหลังคาให้กับนาฬิกาแดดเช่นเดียวกันนี้ได้

คุณธรรมหนึ่งที่จะช่วยเราไม่ให้ “ปล่อยไก่” เช่นนี้ ก็คือ คุณธรรมการวินิจฉัยแยกแยะ (discernment)
ซึ่งเราภาวนาวอนขอจากพระจิตเจ้า

นักบุญแคทเธอลินอธิบายเกี่ยวกับการวินิจฉัยแยกแยะนี้ว่า เป็นความสัมพันธ์ที่ดี และการดำเนินชีวิตที่สนิทสนมกับพระเจ้า ผู้เป็น “ความจริง” (Truth) และเนื่องจาก การวินิจฉัยแยกแยะนี้ต้องหยั่งรากลึกในความจริง จึงสามารถ
จัดอันดับก่อนหลังให้แก่คุณธรรมแห่งความรักได้อย่างถูกต้องสำหรับคนอื่นทุกคน ความสว่างจากคุณธรรมวินิจฉัยนี้
ซึ่งเกิดจากความมีเมตตาจิตจะเป็นผู้ป้อนคำสั่งแก่ความรักของเราสำหรับเพื่อนมนุษย์ กิจการงานต่างๆ จะถูกจัดอันดับ
เร่งด่วนด้วยคุณธรรมวินิจฉัยแยกแยะนี้ ซึ่งเป็นศูนย์รวมพลังของวิญญาณในการรับใช้พระเจ้าอย่างกล้าหาญ และอย่าง
ซื่อสัตย์ต่อศีลธรรม

คุณธรรมวินิจฉัยแยกแยะก่อเกิดจากความเมตตาอารี หัวใจที่เปิดเผย ไม่เห็นแก่ตัว รักผู้อื่น จะนำไปสู่กิจการแห่งความรักต่อทุกคน และจะยิ่งทำให้คุณธรรมวินิจฉัยแยกแยะของเราเฉียบแหลมขึ้น

คุณธรรมวินิจฉัยแยกแยกะเป็นคุณธรรมที่จัดระเบียบของเหตุการณ์ของทุกสิ่งทุกอย่างตามลำดับก่อนหลัง
และตามความสำคัญของมัน และนำให้เราสำนึกตระหนักว่า เราต้องมีส่วนร่วม มีหน้าที่รับผิดชอบอะไรบ้างแก่ทุกคน
และทุกเหตุการณ์


แบ่งปันพระวรสาร วันที่ 16 ตุลาคม 2014 

“การวินิจฉัยแยกแยะนี้ เปรียบเสมือนแสงสว่างที่ไล่ความมืดออกไป ละลายความอวิชชาให้จางหายไป
และเสริมแต่งคุณธรรม กิจการดีงาม การวินิจฉัยแยกแยะนี้เป็นบ่อเกิดความสุขุมที่ไม่มีใครจะมาหลอกลวงได้ เป็นกำลัง
ที่ไม่มีใครจะมาเอาชนะได้ เป็นความมั่นคงสม่ำเสมอจนถึงที่สุด แผ่กระจายครอบคลุมจากฟ้าสู่ดิน ครอบคลุมถึงการ
รู้จักพระเจ้าจนถึงการรู้จักตัวเอง ครอบคลุมความรักพระเจ้าถึงความรักเพื่อนมนุษย์ ด้วยแสงสว่างอันสุกใสนี้
วิญญาณจึงสามารถเห็นและเห็นอย่างถูกต้อง ถึงแม้ตัวเองจะมีความอ่อนแอมากมายก็ตาม”

(นักบุญ แคทเธอลีน แห่ง เซียนา
จากหนังสือ The Dialogue
Paulist Press, Mahwah; 1980)


( 0 Votes )การวินิจฉัยแยกแยะ และคุณธรรม