Jan1 14
 
 
 
 

กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์

วันที่ 9 ตุลาคม 2014 มธ. 6: 31-34

.......ดังนั้น อย่ากังวลและกล่าวว่า “เราจะกินอะไร?” หรือจะดื่ม
อะไร?” หรือเราจะนุ่งห่มอะไร?” เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้คนต่างศาสนาแสวงหาพระบิดาของท่านผู้สถิต

ในสวรรค์ทรงทราบแล้วว่า ท่านต้องการ
ทุกสิ่งเหล่านี้ จงแสวงหาพระอาณาจักรของพระเจ้า และความชอบธรรม
ของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มทุกสิ่งเหล่านี้ให้ เพราะฉะนั้น
ท่านทั้งหลายอย่ากังวลถึงวันพรุ่งนี้ เพราะวันพรุ่งนี้จะกังวลสำหรับตนเอง
แต่ละวันมีทุกข์พออยู่แล้ว

 

แบ่งปันพระวรสาร วันที่ 9 ตุลาคม 2014


ในนครแห่งหนึ่ง ในสมัยที่มนุษย์เริ่มรู้จักทำความสะอาดฟันของตนตอนเช้าด้วยการใช้แปรงสีฟัน
ความนิยมการใช้แปรงสีฟันนี้กระจายไปทุกครอบครัว ทุกหมู่บ้าน ทุกจังหวัดของนครนี้ เจ้านครจึงมีบัญชาให้สร้าง
โรงงานทำแปรงสีฟันแก่ประชาชนของตนแทนการซื้อจากนครอื่น ชีวิตของทุกคนก็เป็นสุขสำราญดีด้วยสุขภาพฟันที่ดี
ทุกคน.... จนกระทั่งมาวันหนึ่ง เกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้น นั่นคือโรงงานทำแปรงสีฟัสเกิดไฟไหม้ เครื่องจักร อาคารโรงงาน
ถูกไหม้เป็นจุณไปหมด จึงหมายความว่า ต่อจากนั้นไปจะไม่มีแปรงสีฟันใหม่มาใช้แล้ว ทุกคนเกิดความทุกข์ในใจ
ต่างคนต่างร่ำร้องต่อเจ้านครว่า ตนเองจะทำอย่างไรดีกับสุขภาพฟันของตน.... เจ้านครคิดอยู่นาน ปรึกษากับเสนาบดี
ของตน.... จนในที่สุดเกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างไม่มีใครคาดคิดถึง..... จึงให้ประกาศราชโองการ ให้แก่ประชาชนทุกคนว่า “นับแต่นี้ต่อไป ให้ทุกคนถอนฟันของตนทุกซี่หมดทุกคน พวกเราจะได้ไม่ต้องใช้แปรงสีฟัน”???!!!

มนุษย์เราช่างมีความคิดสร้างสรรค์เสมอ ไม่ว่าสมัยไหน ท่ามกลางความยากลำบากของชีวิต เรามักจะสรรหา
ทางออกได้เสมอ แต่ทางออก ทางแก้ไขนี้จะเป็นการแก้ไขสถานการณ์ แก้ไขอุปสรรคได้จริงแท้ประการใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ
วิจารณญาณของมนุษย์เราแต่ละคน แต่ละสังคมในสภาพสิ่งแวดล้อม สภาพสังคม วัฒนธรรม ศีลธรรม และศาสนาที่
แตกต่างกัน

เราอาจจะนึกขำถึงทางแก้ไขของเจ้านครท่านนี้ ที่ให้ประชาชนของตนถอนฟันทิ้งเสียเพื่อแก้ปัญหาการไม่มี
แปรงสีฟันใช้...... แต่สภาพนี้ยังมีปรากฎให้เห็นในสังคมมนุษย์ในสมัยปัจจุบันนี้ เราคริสตชนแต่ละคนควรพิจารณา
ตัวเองด้วย ว่าตนเองได้ใช้วิธีแก้ปัญหาแบบ “ถอนฟัน” เพื่อไม่ต้องใช้ “แปรงสีฟัน” เช่นนี้หรือเปล่า นี่เป็นสิ่งที่ท้าทายเรา
ในสมัยปัจจุบัน

เหตุการณ์ “ถอนฟัน” เพื่อไม่ต้องใช้ “แปรงสีฟัน” นี้ยังมีให้เห็นทั่วไป อาทิเช่น.-

- ประชากรมนุษย์โลกเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะนี้มีมากกว่า 7 พันล้านคน และประมาณการไว้ในช่วงปี ค.ศ. 2050 จะมีประชากรโลกสูงถึง 8 ถึง 10 พันล้านคน...... มนุษย์เราจึงคิดเริ่มคุมกำเนิด
ในประเทศยากจน เกิดพฤติกรรมการทำแท้ง (abortion) มากขึ้นในประเทศร่ำรวย....
(เปรียบเสมือนถอนฟันเพื่อไม่ต้องใช้แปรงสีฟันไหม?)

- จิตตารมณ์แห่งการร่วมรับทรมาน ในความเจ็บป่วยของมนุษย์มีทางออกใหม่อีกทางหนึ่งคือ กฎหมายที่ยอม
ให้แพทย์ร่วมมือกับคนป่วยที่จะลาจากโลกนี้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องทรมานต่อไป ที่เราเรียกว่า mercy killing-
Euthanasia การุณย์ฆาต......
(เปรียบเสมือนถอนฟันเพื่อไม่ต้องใช้แปรงสีฟันไหม?)

- สภาพสังคมเริ่มเสื่อมทรามลง เพราะความโลภ โกรธ หลง ฯลฯ มนุษย์เราโดยเฉพาะเยาวชนหาทางออก
โดยความเคลิบเคลิ้มจากยาเสพติดต่างๆ (drug addiction) เพื่อลืมสภาพชีวิตที่ย่ำแย่ของตนชั่วคราว....

(เปรียบเสมือนถอนฟันเพื่อไม่ต้องใช้แปรงสีฟันไหม?)

- แสวงหาความร่ำรวยโดยทางลัด โดยการคอร์รัปชั่น โดยการโกง ฉ้อฉลต่างๆ แทนการสู้ทนชีวิต
ความขยันขันแข็ง อุตสาหะ มุมานะอดทน....
(เปรียบเสมือนถอนฟันเพื่อไม่ต้องใช้แปรงสีฟันไหม?)

- สภาพสิ่งแวดล้อมของธรรมชาติ เป็นสิ่งที่พระประทานให้ทุกคนได้ใช้ ได้ชม แต่มีบางกลุ่มที่เห็นแก่ตัว
เห็นแก่ความสุข เห็นแก่ความร่ำรวยของตัวเอง ใช้ทรัพยากรทางธรรมชาตินั้นมากเกินควร เร่งรีบก่อนถึง
เวลาอันควรจนเกิดการทำลายสภาพสิ่งแวดล้อม เกิดมลภาวะ เกิดสิ่งปฏิกูล เกิดพิษภัยทางธรรมชาติ
เป็นปัญหาของสังคมส่วนรวม....
(เปรียบเสมือน ถอนฟันเพื่อไม่ต้องใช้แปรงสีฟันไหม?)


( 0 Votes )มนุษย์เราช่างมีความคิดสร้างสรรค์เสมอ