aug 4
 


กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์

วันที่ 6 มีนาคม 2014 มธ. 5: 40-42

......ผู้ใดอยากฟ้องท่านที่ศาลเพื่อจะได้เสื้อยาวของท่าน ก็จงแถมเสื้อ
คลุมให้เขาด้วย ผู้ใดจะเกณฑ์ให้ท่านเดินไปกับเขาหนึ่งหลัก จงไปกับเขา
สองหลักเถิด ผู้ใดขออะไรจากท่านก็จงให้ อย่าหันหลังให้ผู้ที่มาขอยืมสิ่งใด
จากท่าน

ลก. 6: 30-31

…….จงให้แก่ทุกคนที่ขอท่าน และอย่าทวงของของท่านคืนจากผู้ที่
ได้แย่งไป ท่านอยากให้เขาทำต่อท่านอย่างไร ก็จงทำต่อเขาอย่างนั้นเถิด

 

     ประเพณีในกลุ่มชาวฟรังก์ (ฝรั่งเศส) เมื่อหมดฤดูเก็บเกี่ยว พวกเขาก็จะฉลองกันทุกหมู่บ้านเป็นงาน
ฉลองเต็มสัปดาห์ เป็นการขอบคุณพระเจ้าสำหรับผลผลิตต่างๆ ที่ชุมชนได้เก็บเกี่ยวเป็นอาหารสำหรับวันนี้
และตลอดปี

     มีธรรมเนียมหนึ่งที่ดีงามที่ปฏิบัติกันทั่วไปในหมู่บ้านต่างๆ นั่นคือ เขาจะตั้งใหใส่เหล้าองุ่นใบมหึมา
ไว้กลางหมู่บ้าน แล้วให้แต่ละครอบครัวนำเหล้าองุ่นของตนที่ตนเองหมักเอง หรือที่เก็บไว้ในปีก่อน มาแบ่งปันกันโดยนำมาเทใส่ในไหยักษ์นี้ แล้วใคร ครอบครัวใด ต้องการจะดื่มเท่าไรก็นำเหยือกออกมาไขก๊อก นำไปดื่มตามที่ต้องการของมื้อนั้น

     ในหมู่บ้านหนึ่งทุกสิ่งทุกอย่างก็ดำเนินมาด้วยดีตามธรรมเนียมประเพณีอันดีงามมานาน จนมีหัวหน้าครอบครัวคนหนึ่ง เกิดความคิดขึ้นมาว่า “เอ...... ถ้าเราจะนำน้ำเปล่าไปใส่ในไหแทนเหล้าองุ่น เราก็จะสามารถเก็บเหล้าองุ่นที่รสดีแสนอร่อยหอมหวานของเราไว้ดื่มเอง จะดีกว่าไหมหนอ?” ความคิดแปลงเป็นการกระทำ และเขาก็กระทำเช่นนี้มาเป็นเวลานานหลายวัน..... จนกระทั่งตัวเขาเองเริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างกับเหล้าองุ่นที่เขาไปไขก๊อกมาดื่มที่บ้านว่า มันค่อยๆ ขาดรสชาด ความกลมกล่อมของมันจางลง ถามเพื่อนๆ ต่างก็มีความเห็นอย่างเดียวกัน และยิ่งวันก็ยิ่งจืดชืดลง ทำให้ชายผู้คิดริเริ่มการกระทำนอกรีตนั้นเกิดสงสัยขึ้นมาว่า
น้ำเปล่าของตนที่เอาไปผสมมันไม่น่าจะทำให้เหล้าองุ่นจืดชืดลงได้เช่นนี้ จนกระทั่งหัวหน้าหมู่บ้านเกิดความสงสัย จึงเฝ้าดูสถานการณ์ และโดยไม่ทันให้ใครรู้ตัวก็สั่งให้มีการตรวจสอบเหล้าองุ่นที่แต่ละครอบครัวนำมาเทใส่ลงในไหยักษ์ จึงทราบถึงเหตุผล เพราะปรากฎว่า มีจำนวนถึงครึ่งหนึ่งของครอบครัวในหมู่บ้านนำน้ำเปล่ามาผสมลงในไหยักษ์..... ชายคนแรกถึงกับตกตะลึง นี่ไม่ใช่มีเพียงเขาคนเดียวที่คิดทำอย่างนี้ นี่มีถึงครึ่งหมู่บ้านเชียวหรือ?!!!

ข้อรำพึงแบ่งปัน
     สังคมมนุษย์ในโลกปัจจุบันแสดงความเห็นแก่ตัวมากขึ้นมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะสิ่งแวดล้อม
การแข่งขันชิงดีชิงเด่นมีมากขึ้น ความเจริญด้านเทคโนโลยี การสื่อสารต่างๆ รวดเร็ว ทำให้มนุษย์เรารู้เรื่อง
ราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกได้อย่างละเอียดและทันเวลา เป็นผลบังคับให้คนเราตื่นตัวตลอดเวลา และพยายาม
ทำให้ตัวเองดีกว่า ได้มากกว่า ได้เร็วกว่า ได้ถาวรกว่า เพราะเหตุนี้จึงมีการเอาเปรียบซึ่งกันและกันในทุกองค์กร
ในทุกบริษัท ในทุกสังคม

     แต่พระวาจาตามพระวรสารตอนนี้ กลับให้เราทำในทางตรงกันข้าม สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายเรามากใน
โลกปัจจุบัน

 

แบ่งปันพระวรสาร วันที่ 6 มีนาคม 2014 


     แต่จากเรื่องเล่า เราก็เห็นผลของมันอยู่แล้ว ที่ว่าถ้าทุกคนนำเหล้าองุ่นมาใส่ในไหกลางของหมู่บ้าน
ทุกคนก็จะได้ไวน์รสดีดื่มทั่วหน้ากัน หมายถึงทุกคนไม่เอาเปรียบกัน ทุกคนจริงใจต่อกัน เสมอภาคกัน เสียสละให้แก่กันแบบเท่าๆ กัน ผลดีก็คือทุกคนดีตาม ไม่มีใครเสียหาย ไม่มีใครเดือดร้อน ทุกคนเหนื่อย
แต่ได้ผลดีคุ้มค่า แต่ถ้าใครเริ่มแอบนำน้ำเปล่าแทนเหล้าองุ่นไปเทลงในไหกลาง ก็เป็นการแสดงว่าตัวเอง
เริ่มเอาเปรียบคนอื่น โดยคิดว่ามีตัวเองคนเดียวที่เทน้ำเปล่าผสมลงไป คงไม่ทำให้เหล้าองุ่นจืดจางลง
ตัวเองไม่ต้องลงทุนด้วยเหล้าองุ่น แต่ได้เหล้าองุ่นจากส่วนกลางมาดื่มกันทั้งครอบครัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปรากฎว่าไม่ใช่มีเพียงแต่เขาคนเดียวที่เทน้ำเปล่าผสมลงไป กลับมีอีกหลายคนทำเช่นเดียวกัน ผลที่ได้คือ
เหล้าองุ่นจากไหกลางของหมู่บ้านมีรสจืดชืด ไม่น่าดื่ม มิหนำซ้ำยังทำให้ผู้ที่ไม่ได้เอาเปรียบคนอื่น ผู้ที่ยังนำเหล้าองุ่นของตนมาเทลงในไหกลับเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหาย เพราะเขาได้เหล้าองุ่นที่ถูกเจือจางลดคุณภาพลง ยังความขุ่นข้องหมองใจระหว่างกัน

สภาพสังคมโลกมนุษย์เช่นนี้ในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ท้าทายคริสตชนเรามาก


( 0 Votes )จงให้แก่ทุกคนที่ขอท่าน