Apr 3

 

กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์

วันที่ 31 ตุลาคม 2013 1 โครินธ์ 13: 1-3
....แม้ข้าพเจ้าพูดภาษาของมนุษย์และของทูตสวรรค์ได้ ถ้าไม่มี
ความรัก ข้าพเจ้าก็เป็นเพียงฉาบหรือฉิ่งที่ส่งเสียงอึกทึก แม้ข้าพเจ้าจะประกาศพระวาจา เข้าใจธรรมล้ำลึกทุกข้อ และมีความรู้ทุกอย่าง หรือมีความเชื่อพอที่จะเคลื่อนภูเขาได้
ถ้าไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็ไม่มีความสำคัญแต่อย่างใด แม้ข้าพเจ้าจะแจกจ่ายทรัพย์สินทั้งปวงให้แก่คนยากจน หรือยอมมอบตนเองให้นำไปเผาไฟเสีย ถ้าไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็มิได้รับประโยชน์ใด

ยากอบ 2: 14-17
…..พี่น้องทั้งหลาย จะมีประโยชน์ใด หากผู้หนึ่งอ้างว่ามีความเชื่อ แต่ไม่มีการกระทำ ความเชื่อเช่นนี้จะช่วยให้เขารอดพ้นได้หรือ ถ้าพี่น้องชายหญิงคนใดขัดสนเครื่อง นุ่งห่ม และไม่มีอาหารประจำวัน แล้วท่านคนหนึ่งพูดกับเขาว่า “จงไปเป็นสุขเถิด ขอให้อบอุ่นและอิ่มเถิด” แต่มิได้ให้สิ่งที่จำเป็นสำหรับร่างกายแก่เขา จะมีประโยชน์ใดเล่า ความเชื่อก็เช่นเดียวกัน หากไม่มีการกระทำก็เป็นความเชื่อที่ตายแล้ว

 

ความเมตตาอารีเป็นผลของความเชื่อ

การที่เราคริสตชนเชื่อ (to believe) หมายความว่า เราสำนึกตระหนักถึงพระเจ้าที่ทรงชีวิตจริง
และเนื่องจากพระเจ้าเป็นความรัก (Deus Caritas est) ผู้ที่เชื่อจึงจำเป็นต้องเริ่มด้วยการแสวงหาความรัก
พระบัญญัติของพระเจ้าที่ให้เรารักพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง จึงนำเราคริสตชนสู่พลังที่ก่อเกิดจากความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า นั่นคือ ความเมตตา อารี (charity)

นักบุญเปาโลกล่าวถึงเรื่องนี้ในบทจดหมายถึงชาวโครินธ์ฉบับแรก “แม้ข้าพเจ้าจะประกาศพระวาจา เข้าใจธรรมล้ำลึกทุกข้อ และมีความรู้ทุกอย่าง หรือมีความเชื่อพอที่จะเคลื่อนภูเขาได้ ถ้าไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็ไม่มีความสำคัญแต่อย่างใด” (1 คร. 13: 2) นักบุญยอห์นสรุปว่า ทุกเรื่องอยู่ในความเมตตาอารีนี้ และเพราะเหตุนี้เองการที่ทุกคนคะยั้นคะยอเชื้อเชิญให้เรารักคนอื่นจึงเป็นกฎข้อแรกของชีวิตคริสตชน

นักบุญยากอบก็ไม่ลังเลใจเลยที่ยืนยันว่า ความเชื่อที่มิได้แสดงออกด้วยการปฏิบัติช่วยเหลือคนอื่น
ก็เป็นความเชื่อที่ตาย (dead) ที่นักบุญอัครสาวกท่านนี้กล่าวเช่นนี้ ก็เพื่อจะอธิบายว่า จริงอยู่ยังมีความเชื่อ
ที่ไม่มีความเมตตาอารี (a kind of faith without charity) แต่ผลของความเชื่อชนิดนี้ น่าสะพึงกลัวสักเพียงใด
เยี่ยงความเชื่อของปีศาจ ด้วยคำอธิบายนี้ เราจึงสามารถเข้าใจได้ว่า ความเมตตาอารีจึงเป็นผลที่บริสุทธิ์ของความเชื่อ (charity is the purest effect of faith) เปรียบเสมือนเป็นดอกไม้ที่ชูออกจากกิ่งของต้นไม้

เพื่อที่จะได้มีความเชื่อ จำต้องมีความรักก่อน และความเชื่อต่างๆ ที่พระคัมภีร์กล่าวถึงมีรากมาจาก
ความรัก ความเมตตา อารี ทั้งสิ้น

- Monsignor Romano Guardini
Magnificat Year of Faith Companion


( 0 Votes )ความเมตตาอารีเป็นผลของความเชื่อ