Apr 7

กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์

วันที่ 27 มิถุนายน 2013 ยอห์น 5: 19-24

……พระเยซูเจ้าตรัสแก่เขาว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า
พระบุตรไม่ทำสิ่งใดตามใจของตน แต่ทำเฉพาะสิ่งที่ได้เห็นพระบิดาทรง
กระทำเท่านั้น เพราะสิ่งใดที่พระบิดาทรงกระทำ พระบุตรก็ย่อมกระทำเช่น
เดียวกัน เพราะพระบิดาทรงรักพระบุตร และทรงแสดงให้พระบุตรเห็นทุกสิ่ง
ที่ทรงกระทำ และจะทรงแสดงให้พระบุตรเห็นการกระทำทิ่ยิ่งใหญ่กว่านี้อีก
เพื่อให้ท่านทั้งหลายรู้สึกประหลาดใจ พระบิดาทรงทำให้ผู้ตายกลับคืนชีวิต
และประทานชีวิตให้ฉันใด พระบุตรก็ประทานชีวิตให้แก่ผู้ที่พอพระทัยฉันนั้น
เพราะพระบิดาไม่ทรงพิพากษาผู้ใด แต่ทรงมอบการพิพากษาทั้งหมดให้
พระบุตร

 

บท “ข้าพเจ้าเชื่อ” : มนุษย์
(The Creed : A Man)

     บทภาวนา “ข้าพเจ้าเชื่อ” (The Creed) เปรียบเสมือนกับ “คน” (a man) คนหนึ่ง บทภาวนานี้แบ่งออกเป็น 3 ตอนดังนี้คือ.- ตอนแรก เป็นส่วนของศีรษะ (the head/the mind) ตอนที่สอง เป็นส่วนของหน้าอก/หัวใจ (chest/heart) ตอนที่สาม เป็นส่วนของมือและเท้า (hands and feet)

ตอนแรก เกี่ยวข้องกับสติปัญญาของเรา (the mind) เป็นถ้อยคำของคำภาวนาที่เผยความเข้าใจเผยความสัมพันธ์ระหว่างพระเป็นเจ้าและมนุษยชาติ ถ้าหากขาดความเข้าใจนี้แล้ว ถ้อยคำของคำภาวนาที่สืบเนื่องเกี่ยวกับการบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระคริสต์ (Incarnation) เกี่ยวกับพระศาสนจักร (the Church) และศีลศักดิ์สิทธิ์ (sacraments) เราคริสตชนก็คงไม่สามารถเข้าใจได้ ตามปรกติสสารในโลกเมื่อกลายสภาพเป็นสสารอีกอย่างก็หมดสภาพของตอนแรก แต่สำหรับพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้า เมื่อทรงบังเกิดรับเอากายเป็นมนุษย์ในครรภ์ของพระแม่มารีย์ พระองค์ยังคงพระเทวภาพของพระองค์ และเช่นกันศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ยังคงความสัมพันธ์กับพระเจ้า ศีลศักดิ์สิทธิ์จึงไม่ใช่เครื่องหมายภายนอกที่ว่างเปล่า ไม่ใช่ข้อสัญญาลมๆ แล้งๆ แต่เป็นท่อธารพระหรรษทานเหนือโลกเหนือธรรมชาติ..... ความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับมนุษยชาติยังคงอยู่ในตอนสอง และ ตอนสามของบทภาวนา “ข้าพเจ้าเชื่อ”

ตอนที่สอง เป็นหัวใจ (heart) ของบทภาวนา “ข้าพเจ้าเชื่อ” เป็นหัวใจของคริสตศาสนา เพราะเป็นข้อความเชื่อเกี่ยวกับการไถ่กู้ (redemption) มนุษยชาติ ถ้าหากขาดการไถ่กู้จากบาปโดยการสิ้นพระชนม์บนกางเขนและการกลับคืนชีพ (resurrection) ของพระเยซูคริสต์แล้ว คริสตศาสนาก็ไม่มีความ หมาย พระศาสนจักรจะกลายเป็นสังคมของบุคคลที่ชื่นชอบที่รำลึกถึงกันเท่านั้น และศีลศักดิ์สิทธิ์ จะกลายเป็นเครื่องหมายที่ว่างเปล่า..... ถ้าร่างกายขาดหัวใจ โลหิตก็ไม่สามารถไหลสู่สมอง (ร่างกายก็จะเป็นอัมพาต) เช่นกันถ้าขาดธรรมล้ำลึก (mystery) แห่งการไถ่กู้ (redemption) มนุษยชาติเรา คริสตชนก็จะไม่มีทางที่จะรู้ สำนึก ตระหนัก ถึงสภาพอันเลวร้าย (predicament) ของเราที่เป็นคนบาป และในขณะเดียวกัน เราก็จะไม่มีทางรู้ซึ้งถึงความรักอันหาที่เปรียบมิได้ของพระเจ้าที่ให้แก่เรามนุษย์โดยยอมให้พระบุตรสิ้นพระชนม์เพื่อเรา..... ธรรมชาติสิ่งสร้างต่างๆ (creation) รอบตัวเราจะดูจืดชืด ถ้าหากเรามองไม่เห็นอัศจรรย์ มองไม่เห็นการวิวัฒนาการขั้นตอนสู่แผนการณ์แห่งการไถ่กู้มนุษยชาติ

 

ตอนที่สาม ของบทภาวนา “ข้าพเจ้าเชื่อ” แสดงความเชื่อต่อบทบาทของพระจิตเจ้า (the Holy Spirit) พระจิตเจ้าทำให้พระศาสนจักรเป็นชุมชนของผู้ศักดิ์สิทธิ์ (comm of holy people) ผูกสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า โดยผ่านสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ (ศีลศักดิ์สิทธิ์) และนำเราให้ดำเนิน ชีวิตด้วยความหวังแห่งการกลับคืนชีพ และชีวิตนิรันดร ชุมชนนี้ก่อเกิดเป็นจริงด้วยพันธกิจแห่ง
ความรัก การอุทิศตนแด่พระเจ้าทุกวัน และชีวิตแห่งการเสียสละ และนี่ก็คือการเป็นมือและเท้าของพระคริสต์บนโลกนี้

     ถ้าขาดศีรษะ เราคงไม่เห็นว่าเรามาจากไหนและจะไปทางไหน (ไม่รู้ว่าเรามาจากพระเจ้า - exitus และกำลังไปหาพระเจ้า – reditus) …… ถ้าหากขาดหัวใจ เราก็ยังคงตกอยู่ในบาปและตายในบาป......ถ้าขาดมือและเท้า (ขาดพันธกิจแห่งความรัก) เราก็คงไม่สามารถเดินก้าวสู่ชีวิตนิรันดรได้

- คุณพ่อ Guy Mansini OSB
(จาก Magnificat Year of Faith Companion)

(ตรวจทานโดย คุณพ่อไพบูลย์ อุดมเดช C.Ss.R)


( 0 Votes )บท “ข้าพเจ้าเชื่อ” : มนุษย์