oct 3

 

กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์

วันที่ 25 เมษายน 2013 มัทธิว 4: 8-11

.........อีกครั้งหนึ่งปีศาจนำพระองค์ไปบนยอดเขาสูงมาก
ชี้ให้พระองค์ทอดพระเนตรอาณาจักรรุ่งเรืองต่างๆ ของโลก แล้วทูลว่า
“เราจะให้ทุกสิ่งนี้แก่ท่าน ถ้าท่านกราบนมัสการเรา พระเยซูเจ้าจึงตรัสว่า
“เจ้าซาตาน จงไปให้พ้น ยังมีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า จงกราบนมัสการ
องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน และรับใช้พระองค์แต่ผู้เดียวเท่านั้น”
ปีศาจจึงได้ละพระองค์ไป แล้วทูตสวรรค์ก็เข้ามาปรนนิบัติรับใช้พระองค์

 

EVIL vs. LIVE
(ตอนจบ)


ฉ - พระเจ้าไม่ต้องการเห็นความชั่วร้าย (evil) และความทุกข์ทรมาน (suffering) ในโลกเลย
และพระองค์ไม่มีส่วนในความชั่วร้าย และความทุกข์นี้เลย ช - มนุษย์ทนทุกข์ทรมานเพราะบาป (บาปกำเนิด บาปของตัวเอง - บาปส่วนตัว และบาปส่วนรวม
– บาปสังคม) บาปทำให้เกิดความชั่วร้ายนั่นคือ “การขาดความดีงาม” (absence of good)
(นักบุญเอากุสติโน)
ซ - พระเยซูคริสต์ (ด้วยความเป็นมนุษย์แท้ของพระองค์) ทรงรับความทุกข์ทรมาน เพื่อไถ่โทษบาป
เพื่อไถ่กู้มนุษยชาติจากบาป และเพื่อสอนให้เราสู้ทนความทุกข์ยากต่างๆ นี้ โดยร่วมกับพระ-ทรมานของพระองค์เพื่อใช้โทษความผิด/บาปของตัวเราเอง และของคนอื่นด้วย

ฌ - เราคริสตชนควรมองและเข้าใจถึงความทุกข์ทรมานนี้ในบริบทของชีวิตมนุษย์แท้ของพระเยซู-
คริสต์ที่มุ่งสู่จุดสมบูรณ์แห่ง “ปาสกา” นั่นคือ ความตายบนกางเขนการกลับฟื้นคืนชีพ และการเสด็จมาของพระจิตเจ้า
ญ - ความทุกข์ทรมาน เป็นมรดกตกทอดสืบเนื่องจากความบาปของมนุษยชาตินับแต่เริ่มแรก
แต่พระเจ้ามิได้นิ่งดูดาย พระองค์กลับรับผลของบาปนี้โดยทางพระบุตรเพื่อ “กลับสิ่งร้าย
ให้กลายเป็นดี” ด้วยพระคุณฟื้นฟูต่างๆ ของพระจิตเจ้า (the transforming action of the
Holy Spirit) ที่นำมนุษยชาติสู่ความรอด

ฎ - ความทุกข์ทรมานในตัวมันเองมีแต่คุณค่าด้านลบ แต่ก็มีคุณค่าด้านคำสั่งสอน และการชดเชย
บาปเมื่อเราน้อมรับด้วยความเชื่อ คุณค่านี้นำมนุษย์ให้เข้าใกล้ชิดพระเจ้าโดยทางพระเยซูคริสต์ ผู้ถูกตรึงกางเขน ถูกทอดทิ้ง (abandoned) และสิ้นชีพ ความสำนึกถึงคุณค่านี้ ทำให้ความทุกข์ทรมานกลายเป็น “ศีลศักดิ์สิทธิ์” แห่งการพบพระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงรับความทุกข์ทรมานนี้เป็นของพระองค์เอง (it becomes more profoundly the “sacrament” of the encounter with God because God made it his own).
ในประสบการณ์อันยาวนานของพระศาสนจักรทั้งในระดับสากลและท้องถิ่น ผนวกกับข้อคำสอน ข้อแนะนำชีวิตจิตต่างๆ ของบรรดานักบุญและปิตาจารย์ทั้งหลาย เราคริสตชนฆราวาสก็มีขุมทรัพย์แห่งความปรีชาญาณในการมีส่วนร่วมในงานฆราวาสแพร่ธรรม ดังนี้ :- ……../3

(i) interiorize/internalize : ปลูกจิต/ฝังใจ เริ่มในจิตใจตัวเราเองก่อนว่า ต้องการอะไร จะไปทางไหน เป้าหมายคืออะไร เพื่ออะไร เพื่อใคร (ii) agonize : ทดสอบ/เจ็บปวด ทดสอบความคิดกับตัวเองก่อนว่า เป็นจริงได้ไหม จะต้องเจ็บปวดแค่ไหนไหม (iii) rationalize : ชั่งเหตุผล ชั่งน้ำหนักเหตุผลทั้งที่สนับสนุน ทั้งที่ต่อต้านด้วย ต้องทุ่มเทแค่ไหน ใช้เวลานานแค่ไหน (iv) realize : สำนึก/ทำให้เป็นจริง มั่นใจในแผนงานแต่ละขั้นตอน ลงลึกถึงแนวทางปฏิบัติทุกระดับ จัดสรรทรัพยากรทุกด้าน ซักซ้อม ทดสอบและทำให้เป็นจริง (v) personalize : เป็นของฉัน/ฉันทำเอง เป็นเจ้าของงาน ลงมือทำเอง ตัวเองสำนึกตระหนักเองแล้ว ถึงแม้ผู้ร่วมงานคนอื่นจะล่าถอย ตัวเองต้องยืนหยัดต่อไป
(vi) exteriorize : เกี่ยวข้องคนอื่น ขยายวงออกนอกตัว ออกนอกบ้าน เชิญคนอื่นให้มีส่วนร่วม (vii) evangelize : ประกาศข่าวดี เชื้อเชิญ ประกาศแนะนำ นำคนอื่นให้ตื่นเต้น กระตือรือล้นร่วมสนับสนุนด้วย (viii) commize/advertise : สื่อสารประชาสัมพันธ์ สื่อสาร โฆษณา ให้คนอื่นรับรู้ รู้จัก และมาร่วมงานเป็นหนึ่งเดียวกัน (ix) internationalize/globalize : นานาชาติ/โลกาภิวัตน์ กระจายสู่โลกกว้างออกไปด้วย สู่คณะอื่น สู่องค์กรอื่น สู่นานาชาติ เป็นงานระดับชาติ ระดับโลก ระดับโลกาภิวัตน์ เป็นการรวมพลัง ของผู้ที่คิดอ่าน เห็นด้วย เป็นหนึ่งเดียวกัน (x) stabilize : มั่นคง เมื่อทุกอย่างดำเนินไปด้วยดี ทำให้มั่นคง สามารถปฏิบัติ สามารถดำเนินต่อไปได้ด้วยตัวมันเองให้ถาวรต่อไป
ด้วยความเข้าใจใหม่แห่ง “การแพร่ธรรมต่อต้านความอธรรม” นี้ เราคริสตชนก็จะสามารถ ทำ (act)
เปลี่ยน (change) ฟื้นฟู (transform) กลับกลาย (convert): E.V.I.L. ให้เป็น L.I.V.E. ความอธรรม ให้เป็น ชีวิต ……..4

เนื้อหาสาระจาก - How Long, O Lord? Interfaith Perspective on
Suffering, Protest and Grace
โดย Christopher Pramuk จาก New Theology Review ฉบับ November 2004 - God and Suffering Course of Missionary Formation 2004-2005 : Medicine in mission, No.8

 


( 0 Votes )EVIL vs. LIVE (ตอนจบ)