april 2

Pope Francis : "Miserando atque eligendo"...
Lowly but chosen, literally in Latin by “having mercy” by “choosing him”

(พระเยซู) ทรงทอดพระเนตรด้วยความอารี
และทรงเลือกเขา (น.บ. มัทธิว)

because He (Jesus) saw him (St. Matthew) through
the eyes of mercy and choose him.
- St. Bede the Venerable regarding the
calling of St. Matthew (Mt. 9:9;
Mk.2:14 and Lk. 5:27-28)

     ในปี ค.ศ. 1953 หนุ่ม Jorge Bergoglio ขณะอายุ 17 ปี ประทับใจมากต่อคำเทศน์เกี่ยวกับกระแสเรียกของนักบุญมัทธิว และนี่เป็นก้าวแรกของการตอบรับกระแสเรียกของ Jorge Bergoglio สู่สังฆภาพในคณะสงฆ์เยซูอิต

     ขณะรับการแต่งตั้งเป็นพระสังฆราชแห่ง Buenos Aires พระคุณเจ้า Bergoglio ทรงเลือกถ้อยคำนี้เป็นคำขวัญประจำตำแหน่ง และยังคงไว้สำหรับตำแหน่งพระสันตะปาปาด้วย เพราะเป็นพระองค์เอง (Pope Francis) ที่ถูก “ทอดพระเนตรด้วยความอารี และ ถูกเลือก” โดยพระจิตเจ้า (ผ่านทางพระคาร์ดินัล) เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 2013

     ตราสัญญลักษณ์บนโล่ห์สีฟ้า แสดงตราของคณะเยซูอิต ดาวสีทองห้าแฉก หมายถึง พระแม่มารีย์ และช่อดอกไม้โกฐชฎามังสี (nard) หมายถึง นักบุญยอแซฟ

 

 

กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์

วันที่ 18 เมษายน 2013 มาระโก 5: 3-8

.......ชายคนนี้อาศัยอยู่ตามหลุมศพ ไม่มีใครล่ามเขาไว้ได้ แม้จะใช้
โซ่ล่ามก็ตาม มีผู้ใช้โซ่ตรวนล่ามเขาหลายครั้ง เขาก็หักโซ่ตรวน ไม่มีใคร
ทำให้เขาสยบได้ เขาอยู่ตามหลุมศพและตามภูเขาตลอดวันตลอดคืน
ส่งเสียงร้องเอ็ดอึงและใช้หินทุบตีตนเอง เมื่อเห็นพระเยซูเจ้าแต่ไกล
เขาก็วิ่งเข้ามากราบเฉพาะพระพักตร์ ร้องเสียงดังว่า “ข้าแต่พระเยซูบุตร
ของพระเจ้าผู้สุงสุด ท่านมายุ่งเกี่ยวกับข้าพเจ้าทำไม ข้าพเจ้าวอนขอท่าน
ในพระนามของพระเจ้า อย่าทรมานข้าพเจ้าเลย” ทั้งนี้เพราะพระเยซูเจ้า
ตรัสสั่งปีศาจว่า “เจ้าปีศาจ จงออกจากชายผู้นี้”

 

 

EVIL vs. LIVE
(ตอนที่ 2)

 

ข - ในความทุกข์ยากลำบากต่างๆ ของมนุษย์ พระเจ้าร่วมรับ/ทนทุกข์ด้วย พร้อม/ในผู้ตกทุกข์ยากแต่ละคน
พระองค์ยอมเป็นศูนย์กลางของไม้กางเขนที่ผู้เคราะห์ร้าย ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ (victim) ของความชั่วร้ายนั้นๆ ถูกตรึงบนไม้กางเขนนี้ (God at the centre of every cross where people are crucified) พระองค์อยู่กับผู้ทุกข์ยากอย่างใกล้ชิดในความมืด ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมด้วยพระพรแห่งความเมตตาสงสาร ร่วมทุกข์ด้วย (God’s immediate presence and compassion in the heart of darkness)

 

ค - พระเจ้าทำงานผ่านมนุษย์คนอื่น จากพระธรรมเก่า เราคริสตชนมักจะคุ้นกับความจริงที่พระยาเวห์ทรง
แสดงพลังอำนาจเหนือธรรมชาติโดยตรงจากพระองค์สู่มนุษย์ สู่ภาวะธรรมชาติ แต่ในพระธรรมใหม่ พลังอำนาจของพระเจ้าแสดงออกด้วยความเข้าใจใหม่ จากพระเยซูคริสต์ พระบุตร พระบุคคลที่สองในพระตรีเอกภาพ ที่บังเกิดเป็นมนุษย์แท้เหมือนเรา ได้แสดงให้เห็นเด่นชัดว่าพระองค์อยู่ในทุกคน เพราะฉะนั้นเราทำหรือไม่ทำอะไร/บางสิ่งบางอย่างกับเพื่อนมนุษย์ เราก็ทำหรือไม่ทำกับพระองค์ด้วย (มธ. 25:40) และนี่คือพระหรรษทานของพระเจ้า (Grace) ในโลกปัจจุบันสำหรับมนุษยชาติ เพราะเหตุนี้ในโลกปัจจุบันนี้คริสตชนเราจึงจำต้องเปิดใจกว้าง เปิดหัวใจของเราสำหรับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่ตกทุกข์ยาก ผู้ยากจน ผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ผู้ด้อยโอกาสต่างๆ พระเจ้ามาอยู่ในโลกในรูปแบบของมนุษย์ที่มีใจเมตตาอารี เอาใจใส่ดูแลผู้อื่น (God comes to us in the incarnation of caring people) และภาษาของพระเจ้าก็คือมนุษยชาติ นั่นเอง (human beings are God’s language) ด้วยภาษาแห่งพระพรนี้ (the language of grace) มนุษย์เราสามารถทนทุกข์อยู่รอดได้ ไม่ใช่เพราะเราเข้าใจเรื่องเทววิทยา แต่เพราะเรามีเพื่อนคนหนึ่งมาจับมือเรา เมื่อเราทุกข์ยาก มาอยู่กับเราเมื่อเราอยู่โดดเดี่ยว อยู่ในความมืด แม้มาอยู่แบบเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรเลยสักคำ การมาอยู่เป็นเพื่อนของเพื่อนคนนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะบรรเทาใจ ปลอบใจ ปลอบโยนเขาไม่ให้ท้อแท้สิ้นหวัง การมาอยู่ด้วยของเพื่อนเป็นการเชิญพระจิตแห่งพระเจ้ามาอยู่ในใจของผู้ตกทุกข์ยาก ให้มีพละกำลังขึ้นทั้งกายและใจ จริงอยู่ไม่มีใครเลยที่จะหนีความทุกข์ยากของชีวิต ความไม่แน่นอนของชีวิตหรือความตาย แต่พระเจ้าจะไม่ยอมปล่อยให้มนุษย์คนใดคนหนึ่งต้องเผชิญความทุกข์ทรมานนี้โดยโดดเดี่ยวลำพัง (Indeed, nobody escapes suffering, finitude or death but God would have no person suffer these realities of the human condition alone) ด้วยความเข้าใจใหม่ในความทุกข์ยาก (suffering) ในบริบทของพระพรจากพระเจ้า (Grace) ผ่านเพื่อนมนุษย์ที่เสียสละเพื่อผู้อื่น (selflessness) ย่อมทำให้สังคมมนุษย์ในโลกปัจจุบันน่าอยู่ยิ่งขึ้น


ง. - ชีวิตขององค์พระเยซูคริสต์เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์เราทุกคน แม้พระองค์เป็นพระเจ้าแต่
พระองค์ยอมบังเกิดมาเพื่อเป็นมนุษย์เยี่ยงเรา และยอมทนทุกข์ทรมาน ถูกตรึงบนไม้กางเขน สิ้นพระชนม์ เพื่อพระประสงค์ของพระบิดาในการกอบกู้มนุษยชาติได้สำเร็จและทรงกลับคืนพระชนม์ชีพ

 

     ชีวิตของพระองค์ได้ให้คำตอบต่อคำถามของมนุษย์เราว่า “ทำไมเหตุการณ์ชั่วช้าจึงเกิดกับผม/
ฉันได้?!” ...เพราะมันได้บังเกิดกับพระองค์เช่นกันแล้วเมื่อสองพันปีก่อนและผลของเหตุการณ์ร้าย
กลับกลายเป็นดีด้วยการฟื้นคืนชีพ การกลับเป็นขึ้นมา การไถ่กู้มนุษยชาติจากปีศาจจึงสำเร็จ......
สภาพเช่นเดียวกันก็จะเป็นเช่นนั้นสำหรับเราทุกคนด้วย...เมื่อเราเห็นเงามืด (shadow) ทอดอยู่ทางเดินข้างหน้าเรา เราก็รู้ว่าอีกด้านหนึ่งจะต้องมีลำแสงส่องอยู่ด้วยแน่ๆ จึงมีเงาได้...เมื่อเราพบประสบความ
ทุกข์ยาก ความลำบากของชีวิต ความชั่วร้าย (evils) เราก็รู้ว่าอีกด้านหนึ่ง อีกฟากฝั่งหนึ่งมีพระเจ้าอยู่และพระองค์เฝ้ามองดูเราด้วยพระทัยเอาใจใส่ (care) ด้วยดวงพระทัยที่เมตตาสงสารเรา(compassionate)...ในชีวิตมนุษย์ของพระเยซูคริสต์ เมื่อพระองค์เห็นความทุกข์ยากลำบากของชีวิต พระองค์ประทานการรักษาด้วยความเมตตาธรรม ผู้ที่ได้สัมผัสพระองค์ได้เห็นความรัก ความเมตตา
ของพระบิดาเจ้า...และนี่คือแบบอย่าง “การแพร่ธรรมของการดำเนินชีวิตมนุษย์” สำหรับเราทุกคนได้ปฏิบัติ


จ - คริสตศาสนาคาทอลิก สืบทอดจากพระเยซูคริสตเจ้า ยืนยันถึงความเชื่อในพระเจ้า พระหรรษทาน
พระพรจากศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ (Graces) และกางเขน (Cross) ของพระองค์ คริสตศาสนาโดยผ่าน
คริสตชนจึงมีหน้าที่รับผิดชอบที่จะให้โลกมนุษย์มีชีวิตพัฒนาด้วยคุณธรรมความดี ด้วยความเสียสละ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืม ไม่ปฏิเสธถึงสภาพเลวร้ายของสังคมรอบข้างที่เป็นผลจากความชั่วช้า (evils) ของมนุษย์ด้วยกันเอง เพราะเหตุนี้ในขณะที่คริสตชนกำลังเฉลิมฉลองการกลับคืนชีพของพระคริสต์ (Easter) เราคริสตชนก็ไม่ลืมกางเขนแห่งวันศุกร์พระตาย (The Cross of Good Friday) มนุษย์ทุกคนและแต่ละคนเป็นกระจกเงาสะท้อน ภาพของพระเจ้า เป็นการยืนยันถึงความรัก ความเอาใจใส่ของพระองค์กับมนุษย์ทุกคนซึ่งพระองค์หวังพึ่งมือของเราที่จะเป็นผู้มอบให้ คริสตชนเราจึงต้องเป็นผู้ประท้วงความชั่วร้าย ความขาดคุณธรรม ความอยุติธรรม ความทุกข์ยากลำบากของโลกปัจจุบันมิใช่เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุ หรืออยู่ดีๆ เกิดขึ้นเอง หรือเกิดขึ้นเพราะพระเจ้าให้เกิด แต่มันเกิดขึ้นเพราะตัวมนุษย์ด้วยกันเอง ที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้เพราะความโลภ ความเอารัดเอาเปรียบ เพราะกำลังอำนาจของคนที่อยู่เหนือคนอื่น ประเทศอื่น เป็นสิ่ง/สภาพ/เหตุการณ์ชั่วร้ายที่มนุษย์ก่อเกิดขึ้นเองทั้งนั้น จึงเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของมนุษย์ด้วยกัน โดยเฉพาะคริสตชนที่จะลบล้าง ปรับเปลี่ยนแก้ไขสถานการณ์เหล่านี้ จากร้ายให้เป็นดี เพื่อพระอาณาจักรพระเจ้าจะเป็นจริง นับแต่โลกนี้และเพื่อยืนยันว่า “พระเจ้า คือ ความรัก” และนี่คือการแพร่ธรรมของมนุษย์ ที่จะต่อต้านความอธรรม (EVIL) เพื่อจะได้มีชีวิต (LIVE)
ในพระเจ้าตลอดไป

 

(ยังมีต่อ)

 

 

 


( 0 Votes )EVIL vs. LIVE
Tags:     EVIL vs. LIVE
Latest Articles