feb 10

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2013 มาระโก 5: 35-36, 41-42

……ขณะกำลังตรัสอยู่นั้น มีคนมาจากบ้านหัวหน้าศาลาธรรม
บอกเขาว่า “บุตรหญิงของท่านตายแล้ว ไปรบกวนพระอาจารย์อีกทำไมเล่า”
แต่พระเยซูเจ้าทรงได้ยินเขาพูดดังนั้น จึงตรัสแก่หัวหน้าศาลาธรรมว่า
“อย่ากลัวเลย จงมีความเชื่อไว้เถิด”........
........ทรงจับมือเด็กตรัสว่า “ทาลิธาคูม” แปลว่า “หนูเอ๋ย เราสั่งให้
หนูลุกขึ้น” เด็กหญิงคนนั้นก็ลุกขึ้นทันที และเดินไปมา เด็กคนนั้นอายุ
สิบสองขวบแล้ว คนทั้งหลายต่างประหลาดใจอย่างยิ่ง

 

สมาชิกกลุ่มแบ่งปัพพระวาจา
ขอรวมจิตใจภาวนาต่อพระเจ้า
สำหรับ สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16
ในวาระที่สมณสมัยของพระองค์จะสิ้นสุดในวันนี้
เวลา 20.00 น (เวลาวาติกัน – ตีสอง
ของวันที่ 1 มีนาคม 2013 เวลาประเทศไทย)

พวกเราขอแสดงกตัญญุตาจิตแด่พระองค์
ที่ทรงเป็นผู้นำพระศาสนจักรคาทอลิกเป็นเวลาแปดปี
ได้ทรงมอบความคิดอ่านที่กระจ่างชัดขึ้น
แด่บรรดาคริสตชน ด้วยคำสอนและ
คำอธิบายที่ลึกซึ้ง อันเป็นพื้นฐานสำหรับ
ความเชื่อที่มั่นคง และการนำมาปฏิบัติ
ในชีวิตประจำวันของพวกเรา


ขอให้พวกเราร่วมใจภาวนาเพื่อการเลือกตั้ง
สมเด็จพระสันตะปาปาองค์ใหม่ ที่จะมีขึ้น
ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

 


ธรรมชาติของ “ความเชื่อ”
(The Nature of Faith)

 

     ความเชื่อเป็นของขวัญจากพระเจ้า ของขวัญชิ้นนี้มีคุณลักษณะสามประการคือ:

 

- ข้อแรกสุด ก็คือ ของขวัญนี้ (ความเชื่อ) จุดความสว่างในความคิดอ่านของเรา นำเราให้รู้ความจริงเกี่ยวกับพระเจ้า
- ข้อที่สอง ความเชื่อเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้า ซึ่งเราไม่อาจแสวงหาได้ด้วยวิธีอื่น
- ข้อที่สาม ความเชื่อนำเราสู่ชีวิตนิรันดรที่ได้เริ่มต้นแล้ว ณ ที่นี่ (here) ขณะนี้ (now)

 

     ความเชื่อนำทางให้รู้จักความจริงเกี่ยวกับพระเจ้าซึ่งเราไม่มีทางที่จะรู้ได้นอกจากพระองค์ทรงพระประสงค์ที่จะเผยให้เรารู้ ก่อนอื่น ขอบอกตรงนี้ว่า เรากำลังพูดถึงความจริงเกี่ยวกับพระเจ้าที่เรารู้ได้ทางความเชื่อนี้ ไม่เกี่ยวกับความจริงที่เราได้จากการขบปัญหาทางปรัชญา ทางความเชื่อ เรารู้จักพระในฐานะเป็นมิตร มิตรภาพนำมาซึ่งการเปิดเผยตนเอง การเผยเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง เพราะเหตุนี้เมื่อพระเจ้าทรงมอบความเชื่อให้เป็นของขวัญแก่เรา พระองค์ก็ทรงเผยเรื่องส่วน ตัวบางประการของพระองค์แก่เรา พระองค์ทรงบอกเราเกี่ยวกับชีวิตภายในของพระองค์ที่เป็นสามพระบุคคล ในฐานะที่เป็นพระบิดา และพระบุตร และพระจิต ซึ่งเราต้องรู้และรักพระองค์ พระองค์ยังทรงบอกเราว่า พระองค์ทรงสร้างสรรพสิ่ง ไม่ใช่เพราะพระองค์มีความจำเป็นต้องสร้าง แต่เพราะพระองค์ทรงมีพระประสงค์จะแบ่งปันชีวิตของพระองค์ให้แก่เรา พระองค์ตรัสถึงบาปของเรา และถึงพระบุตรของพระองค์ผู้ทรงช่วยเราให้รอด ผู้ทรงไถ่เราพ้นจากบาปของเรา พระองค์ตรัสถึงแผนการที่พระองค์ดำริดำเนินการเพื่อเรา ซึ่งบัดนี้สำเร็จแล้วในพระเยซูเจ้า ในแบบที่พระองค์เป็นเจ้าบ่าวของพระศาสนจักรและเป็นเจ้าผู้ครองสิ่งสร้างใหม่ พระองค์ทรงสื่อสารกับเรา บอกให้เรารู้สาระอันล้ำค่าแก่เราที่เลยระดับที่สติปัญญาของมนุษย์หรือเทวดาจะคิดได้

 

     แต่ก็เพราะความเชื่อที่นำเราให้รู้จักพระเจ้าเป็นการส่วนตัวในความสัมพันธ์แห่งความวางใจนี้เอง ความเชื่อจึงเป็นของขวัญที่อยู่ในความเสี่ยง(ที่จะสูญเสีย) ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเราว่า ของขวัญแห่งความเชื่อนี้จะได้รับการตอบรับไหม? หากบอกว่า “ข้าพเจ้าเชื่อสิ่งที่พระองค์ตรัส” ก็เท่ากับ “ข้าพเจ้าเชื่อพระองค์” การตอบรับ “ครับ/ค่ะ” สำหรับสิ่งที่พระองค์บอกเรา ก็เท่ากับการตอบรับ “ครับ/ค่ะ” สำหรับมิตรภาพที่พระองค์ให้เรา แต่ในทางกลับกัน ถ้าตอบปฎิเสธ “ไม่” ต่อสิ่งที่พระองค์บอกก็เท่ากับการตอบปฎิเสธ “ไม่” ต่อมิตรภาพของพระองค์ด้วย มิตรภาพต้องเป็นไปอย่างอิสระ พระเจ้า ไม่บังคับจิตใจหรือเจตนารมณ์ของเรา หากเรากล่าว “ครับ/ค่ะ” ที่เป็นการยอมรับว่าเราเชื่อ จะต้องไม่ใช่เพราะเราถูกบังคับ แต่เพราะหัวใจของเรายอมรับการเชื้อเชิญของพระเจ้าผู้ที่เราทั้งไว้วางใจอันเนื่องมาจากการได้รู้จักพระองค์ และขณะเดียวกัน เราก็รู้จักพระองค์อันเนื่องมาจากการมีความไว้วางใจพระองค์นั้นด้วย การตอบรับ “ครับ/ค่ะ” อันหมายถึงการยอมรับความเชื่อนี้ก็คือสัมพันธภาพกับพระเจ้าที่เราจำเป็นต้องมีเป็นเบื้องต้น

 

     ความเชื่อเปรียบประดุจดั่งเมล็ดพันธ์ มันมีชีวิต มันเติบโต มันตั้งท้องเพื่อเกิดดอกออกผลให้เก็บเกี่ยว ทั้งๆ ที่มันยังถูกฝังในดิน ความเชื่อเปรียบเหมือนตะเกียงส่องแสงสว่างท่ามกลางความมืดยามวิกาล และด้วยแสงนี้ที่เป็นตัวช่วย เราจึงสามารถมองเห็นได้แม้ว่าจะเป็นเวลาเที่ยงคืนก็ตาม ขณะนี้เราเห็นอย่างเลือนรางในความมืด แต่รุ่งอรุณกำลังมา และความเชื่อของเราเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตนิรันดร

- คุณพ่อ John Dominic Corbett, O.P
จาก Magnificat – Year of Faith Companion

 

 

(ขอขอบคุณ คุณพ่อจำเนียร กิจเจริญ ที่ได้กรุณาช่วยตรวจสอบ แก้ไข คำแปลนี้ครับ)

 

 


( 0 Votes )ธรรมชาติของ “ความเชื่อ”