jan 3

 

กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์


วันที่ 3 มกราคม 2013 ลูกา 11: 1-4


......วันหนึ่ง พระเยซูเจ้าทรงอธิษฐานภาวนาอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง
เมื่อทรงอธิษฐานจบแล้ว ศิษย์คนหนึ่งทูลพระองค์ว่า “พระเจ้าข้า โปรดสอนเราให้
อธิษฐานภาวนาเหมือนกับที่ยอห์นสอนศิษย์ของเขาเถิด” พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า
“เมื่อท่านทั้งหลายอธิษฐานภาวนา จงพูดว่า
“ข้าแต่พระบิดา พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ
พระอาณาจักรจงมาถึง
โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายทุกวัน
โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย
เหมือนข้าพเจ้าทั้งหลายให้อภัยแก่ผู้อื่น
โปรดช่วยข้าพเจ้าทั้งหลายไม่ให้แพ้การประจญ”

                             สวัสดีปีใหม่ 2013

           ขอปีใหม่   ใหม่ความคิด  ลด ละ เลิก

               จิตบานเบิก  รู้พอเพียง  ดีสนอง

           รู้แบ่งปัน   รู้ปล่อยวาง   ธรรมครรลอง

           รู้ปรองดอง   สมานฉันท์   ไทยแดนดิน

         Wishing you Peace & Joy in the New Year

 

 

     ถ้อยคำในบทภาวนา “ข้าแต่พระบิดาฯ” สัมพันธ์กับคำสอนขององค์พระเยซูคริสต์ ที่ผู้ประพันธ์พระวรสารทั้งสี่ได้
บันทึกไว้ดังนี้.-


ก. ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย:
      มธ. 11: 25-26 : เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ข้าแต่พระบิดา เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน
                                 ข้าพเจ้าสรรเสริญพระองค์ที่ทรงปิดบังเรื่องเหล่านี้จากบรรดาผู้มี
                                 ปรีชาและรอบรู้ แต่ทรงเปิดเผยแก่บรรดาผู้ต่ำต้อย ถูกแล้ว พระบิดา
                                 เจ้าข้า พระองค์พอพระทัยเช่นนั้น

 

      ยน. 17: 4-5 : ข้าพเจ้าทำให้พระองค์ทรงได้รับพระสิริรุ่งโรจน์ในโลกนี้แล้ว โดยปฏิบัติ
                             ภารกิจจนสำเร็จตามที่ทรงมอบหมายกับข้าพเจ้า บัดนี้พระบิดาเจ้าข้า
                            โปรดประทานพระสิริรุ่งโรจน์กับข้าพเจ้า พระสิริรุ่งโรจน์ที่ข้าพเจ้าเคยมี
                             ร่วมกับพระองค์ตั้งแต่ก่อนสร้างโลก

ข. พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ:
      มธ. 11: 27 : พระบิดาทรงมอบทุกสิ่งแก่ข้าพเจ้า ไม่มีใครรู้จักพระบุตร นอกจากพระบิดา
                           และไม่มีใครรู้จักพระบิดา นอกจากพระบุตรและผู้ที่พระบุตรเปิดเผยให้รู้

 

      ยน. 12: 28 : “ข้าแต่พระบิดาเจ้า โปรดประทานพระสิริรุ่งโรจน์แด่พระนามของพระองค์เถิด”
                           แล้วมีเสียงดังจากฟ้าว่า “เราได้ให้พระสิริรุ่งโรจน์แล้ว และจะให้อีก”

 

      ยน. 17: 6 ; ข้าพเจ้าได้แสดงพระนามของพระองค์กับมนุษย์ที่พระองค์ทรงนำจากโลก
                        มามอบให้ข้าพเจ้า เขาทั้งหลายเป็นของพระองค์ และพระองค์ทรงมอบเขา
                         กับข้าพเจ้า เขาได้ปฏิบัติตามพระวาจาของพระองค์

 

ค. พระอาณาจักรจงมาถึง:
      ลก. 17: 20 : เมื่อชาวฟาริสีทูลถามว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าจะมาถึงเมื่อใด”
                           พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้ามิได้มาอย่างที่จะ
                           สังเกตเห็นได้”

 

      ยน. 18: 36 : พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “อาณาจักรของเรามิได้มาจากโลกนี้ ถ้าอาณาจักร
                          ของเรามาจากโลกนี้ ผู้รับใช้ของเราก็คงจะต่อสู้เพื่อมิให้เราถูกมอบให้ชาวยิว
                           แต่อาณาจักรของเราไม่ได้เป็นของโลกนี้”

 

      ลก. 10: 11 : แม้แต่ฝุ่นจากเมืองของท่านที่ติดเท้าของเรา เราจะสลัดทิ้งไว้ปรักปรำท่าน
                           จงรู้เถิดว่า พระอาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว”

 

ง. พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์
      ลก. 22: 42 : “พระบิดาเจ้าข้า ถ้าพระองค์มีพระประสงค์ โปรดทรงนำถ้วยนี้ไปจาก
                           ข้าพเจ้าเถิด แต่อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพเจ้า ให้เป็นไปตามพระประสงค์
                            ของพระองค์เถิด” 

 

      ฮีบรู 10: 7 : ข้าพเจ้าจึงทูลว่า ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่ ในม้วนหนังสือมีข้อความเขียน
                          เกี่ยวกับข้าพเจ้าไว้ว่า ข้าพเจ้ามาเพื่อปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระองค์

 

      ยน. 4: 34 : พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับเขาว่า “อาหารของเรา คือการทำตามพระประสงค์ของ
                         พระผู้ทรงส่งเรามา และการประกอบภารกิจของพระองค์ให้สำเร็จลุล่วงไป”

 

      ยน. 6: 38 : เพราะเราลงมาจากสวรรค์ มิใช่เพื่อทำตามใจของเรา แต่เพื่อทำตามพระ
                         ประสงค์ของผู้ทรงส่งเรามา

 

จ. โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้
      มธ. 6: 25 : “ฉะนั้น เราบอกท่านทั้งหลายว่า อย่ากังวลถึงชีวิตของท่านว่าจะกินอะไร
                         อย่ากังวลถึงร่างกายของท่านว่าจะนุ่งห่มอะไร ชีวิตย่อมสำคัญกว่าอาหาร
                          และร่างกายสำคัญกว่าเครื่องนุ่งห่มมิใช่หรือ”

 

      ลก. 11: 9-10 : เราบอกท่านทั้งหลายว่า จงขอเถิด แล้วท่านจะได้รับ จงแสวงหาเถิด แล้วท่าน
                               จะพบ จงเคาะประตูเถิด แล้วเขาจะเปิดประตูรับท่าน เพราะคนที่ขอย่อมได้รับ
                               คนที่แสวงหาย่อมพบ คนที่เคาะประตูย่อมมีผู้เปิดประตูให้

 

ฉ. โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้าเหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น
      มธ. 18: 21-22 : เปโตรเข้ามาทูลถามพระเยซูเจ้าว่า “พระเจ้าข้า ถ้าพี่น้องทำผิดต่อข้าพเจ้า
                                ข้าพเจ้าต้องยกโทษให้เขาสักกี่ครั้ง

                                 ถึงเจ็ดครั้งหรือไม่ พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า
                                “เราไม่ได้บอกท่านว่าต้องยกโทษให้เจ็ดครั้ง

                                  แต่ต้องยกโทษให้เจ็ดคูณเจ็ดสิบครั้ง”

 

      มก. 11: 25 : ขณะที่ท่านยืนอธิษฐานภาวนา จงให้อภัย ถ้าท่านมีเรื่องบาดหมางกับผู้ใด
                          เพื่อว่าพระบิดาของท่านผู้สถิตบนสวรรค์จะทรงอภัยความผิดให้ท่านด้วย”

      ลก. 23: 34 : พระเยซูเจ้าตรัสว่า “พระบิดาเจ้าข้า โปรดอภัยความผิดแก่เขาเถิด เพราะเขา
                          ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร” ทหารนำเสื้อผ้าของพระองค์ไปจับสลากแบ่งกัน

 

ช. โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การผจญ
      ลก. 22: 31 : ซีโมน ซีโมน จงฟังเถิด ซาตานได้ขอและพระเจ้าทรงอนุญาตให้ซาตาน
                           ทดสอบท่านทั้งหลายเหมือนฝัดข้าวสาลี

 

      มธ. 26: 41 : จงตื่นเฝ้าและอธิษฐานภาวนาเพื่อจะได้ไม่เข้าสู่การทดลอง จิตใจพร้อมแล้วก็
                            จริง แต่เนื้อหนังอ่อนกำลัง

 

      ยน. 17: 12 : เมื่อข้าพเจ้าอยู่กับบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงมอบให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเฝ้ารักษา
                           เขาเหล่านั้นไว้ในพระนามของพระองค์ ข้าพเจ้าเฝ้ารักษาไว้และไม่มีผู้ใด
                          พินาศ เว้นแต่ผู้ที่ต้องพินาศ เพื่อให้เป็นจริงตามพระคัมภีร์

 

ซ. แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้ายเทอญ
      มก. 9 : 29 : พระองค์ตรัสตอบว่า “ปีศาจชนิดนี้ขับไล่ออกไม่ได้เลย นอกจากด้วยการ
                           อธิษฐานภาวนาเท่านั้น”

 

      ยน. 17: 15 : ข้าพเจ้าไม่ได้วอนขอพระองค์ให้ทรงยกเขาออกจากโลก แต่วอนให้ทรง
                           รักษาเขาให้พ้นจากมารร้าย

 

*******************************

 

23 มิติในบทภาวนา “ข้าแต่พระบิดา”

 

1. ความสัมพันธ์ : ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย
2. ความตระหนัก : พระองค์สถิตในสวรรค์
3. สักการบูชา : พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ
4. การคาดหวัง : พระอาณาจักรจงมาถึง
5. การเสกให้ศักดิ์สิทธิ์ : พระประสงค์จงสำเร็จ
6. ความเป็นเอกภพ : ในแผ่นดิน
7. การเจริญรอยตาม : ดังในสวรรค์
8. การวอนขอ : โปรดประทาน
9. ความจำเป็น : อาหารประจำวัน
10. ความเฉพาะเจาะจง : แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้
11. การเป็นทุกข์ถึงบาป : โปรดประทานอภัย
12. ภาระหน้าที่ : แก่ข้าพเจ้า
13. การให้อภัย : เหมือนข้าพเจ้าให้อภัย
14. ความรักและเมตตา : แก่ผู้อื่น
15. การนำ : โปรดช่วยข้าพเจ้า
16. ความคุ้มครอง : ไม่ให้แพ้การผจญ
17. ความรอด : แต่โปรดช่วยให้
18. ความถูกต้อง : พ้นจากความชั่วร้ายเทอญ
19. ความเชื่อ : เหตุว่า พระอาณาจักร
20. ความสุภาพ : พระอานุภาพ
21. ความเคารพ : และพระสิริรุ่งโรจน์
22. ความนิรันดร : เป็นของพระองค์ตลอดนิรันดร
23. การยืนยัน : อาแมน

 

Source : WORD search Hebrew + Greek Dictionary
From : The Beautiful Christian Mind
by : Dominic F. Dixon

 

 




( 0 Votes )ถ้อยคำในบทภาวนา