oct 16


กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์


วันที่ 25 ตุลาคม 2012 มัทธิว 13: 44-46

      “อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในทุ่งนา
คนที่พบก็ฝังซ่อนสมบัตินั้นและยินดีกลับไปขายทุกสิ่งที่มี นำเงินมาซื้อ
นาแปลงนั้น”
“อาณาจักรสวรรค์ยังเปรียบได้อีกกับพ่อค้าที่แสวงหาไข่มุกเม็ดงาม
เมื่อได้พบไข่มุกที่มีค่าสูง เขาจะไปขายทุกสิ่งที่มี นำเงินมาซื้อไข่มุกเม็ดนั้น”

 


The New Evangelization – การประกาศข่าวดีแบบใหม่


(คำบรรยายของพระคาร์ดินัล โยเซฟ รัทซิงเกอร์ – สมณมนตรี สมณกระทรวงแห่งพระสัจธรรม
แก่ครูคำสอนในโอกาสสัมมนาฉลองปี “ปีติมหาการุญ ค.ศ. 2000”
บทแปลนี้ได้รับการตรวจ แก้ไข โดยคุณพ่อทัศไนย์ คมกฤส)
(ตอนที่ 4/6)

 

2. พระอาณาจักรพระเจ้า (The Kingdom of God)

     เพื่อที่จะโน้มน้าวจิตใจให้กลับใจ การประกาศให้มนุษย์สำนึกถึงพระเจ้าผู้ทรงชีวิตเป็นจุด
เริ่มต้นและเป็นเงื่อนไขพื้นฐาน คำสอนของพระเยซูเจ้ามีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง และนี่ก็ต้อง
เป็นหัวใจของการประกาศข่าวดีแบบใหม่

      คำหลักของการประกาศของพระเยซูเจ้าคือ “พระอาณาจักรพระเจ้า” แต่อาณาจักร
พระเจ้านี้ไม่ใช่เป็นสิ่งของ ไม่ใช่โครงสร้างของสังคมหรือการเมือง หรือโลกในอุดมการณ์
(utopia) พระอาณาจักรพระเจ้า ก็คือพระเจ้าเอง พระอาณาจักรพระเจ้า หมายถึง:

           o พระเจ้ามีจริง
           o พระเจ้าทรงชีวิต
           o พระเจ้าทรงอยู่กับเรา
           o พระเจ้าทรงทำงานในโลก
           o พระเจ้าทรงทำงานในชีวิตของเรา/ ในชีวิตข้าพเจ้า

     พระเจ้ามิใช่ “ปฐมเหตุ” ที่อยู่ห่างไกลจากเรา พระเจ้ามิใช่สถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลก
พระเจ้าผู้สร้างสิ่งสร้างต่างๆ แล้วปล่อยให้ผ่านไปโดยพระองค์ไม่เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งสร้างนั้นๆ
ตรงกันข้าม พระเจ้าประทับอยู่กับกาลเวลาปัจจุบัน พระองค์ทรงเป็นอยู่จริงในแต่ละเหตุการณ์
แต่ละกิจกรรมของชีวิต ของผม/ฉัน ในแต่ละขณะ แต่ละเวลาของประวัติศาสตร์ของเรา

     ในการสัมมนาครั้งหนึ่ง ก่อนที่นักเทววิทยา J.B. Metz จะเกษียณจากมหาวิทยาลัยแห่ง
Munster ท่านได้กล่าวบางสิ่งบางอย่างที่พวกเราคาดไม่ถึง ก่อนหน้านั้นโดยตลอด นักเทววิทยา
ท่านนี้สอนลูกศิษย์ว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการกระทำของมนุษย์เอง รวมทั้งการก่อเกิดของคริสต-
ศาสนาบนโลกนี้ก็เป็นเรื่องหัวเลี้ยวหัวต่อของมนุษยชาติ วัฒนธรรมโลกียวิสัยนิยม คุณลักษณะ
ของสังคมโลก Metz ก็สอนว่าเป็นมนุษย์ที่เป็นต้นเหตุ ต่อจากนั้น Metz ก็สอนเรื่องเทววิทยาใน
บริบทการเมือง คุณลักษณะด้านการเมืองของความเชื่อ เรื่อง “ความทรงจำที่อันตราย” และ
คำบรรยายเรื่องเทววิทยา หลังจากช่วงชีวิตที่ยาวและค่อนข้างลำบากนี้ มาในวันนี้ วันเกษียณ
Metz กลับมาบอกเราว่า ปัญหาที่แท้จริงของเรานี้ก็คือ “วิกฤติแห่งพระเจ้า” การไม่มีพระเจ้า

ค้นหาพระเจ้าไม่พบ ความศรัทธาที่ว่างเปล่า (ที่ไม่มีพระเจ้า) เทววิทยาต้องกลับไปเป็นตาม
ชื่อจริงๆ ของวิชานี้คือ การพูดถึงพระเจ้า การพูดกับพระเจ้า (theo-logy)

     Metz พูดถูกต้องแล้ว สิ่งที่จำเป็นสิ่งเดียวของมนุษย์คือ พระเจ้า ไม่ว่าเราจะเชื่อว่ามี
พระเจ้าหรือไม่ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดำเนินต่อไปเปลี่ยนแปลงไป วิวัฒนาการต่อไป แต่เป็นสิ่งน่า
เศร้าที่คริสตชนบางคนบ่อยครั้งดำเนินชีวิตราวกับว่าโลกนี้ไม่มีพระเจ้า (si Deus non daretur)
เรามักใช้ชีวิตตามคำโฆษณาที่ว่า พระเจ้าไม่อยู่ที่นี่ และถึงแม้อยู่ พระองค์ก็ไม่ใช่ของที่นี่
(God does not exist, and if he exists, he does not belong).

     เพราะฉะนั้น การประกาศข่าวดี ก่อนอื่นหมด ต้องพูดถึงพระเจ้า ประกาศถึงพระเจ้า
เที่ยงแท้แต่พระองค์เดียว ผู้ทรงเป็นพระผู้สร้าง พระผู้ประทานความศักดิ์สิทธิ์ พระผู้พิพากษา
(ดูคำสอนของพระศาสนจักร)

     ณ ที่นี้ เราควรสำนึกว่าเราควรปฏิบัติตนอย่างไร เราไม่อาจทำให้คนอื่นรู้จักพระเจ้าได้
ด้วยเพียงคำพูดของเราแต่อย่างเดียว เราไม่มีทางรู้จักใครคนหนึ่งจริงๆ ถ้าหากเรารู้ผ่านคนอื่น
ไม่ใช่โดยตรง ตัวต่อตัว การประกาศพระเจ้าก็คือการเริ่มต้นความสัมพันธ์กับพระองค์ นั่นก็คือ
การเรียนรู้ที่จะภาวนา การภาวนาก็คือความเชื่อที่ลงมือกระทำด้วย และด้วยการมีประสบการณ์
ชีวิตกับพระเจ้าด้วยตัวเราเองเท่านั้นที่จะเป็นพยานถึงการเป็นอยู่ การประทับอยู่ของพระเจ้า
ให้ปรากฎแก่ผู้อื่น เพราะเหตุนี้ การรวมกันเป็นกลุ่มเพื่อภาวนา ชุมชนที่ภาวนาด้วยกัน จึงเป็น
เรื่องสำคัญ และการภาวนาในรูปแบบต่างๆ เหล่านี้ ต่างเสริมซึ่งกันและกัน (complementarity)
ไม่ว่าจะเป็นการภาวนาส่วนตัว (อยู่ในห้องคนเดียวตามลำพังต่อหน้าพระเจ้า) หรือการประกอบ
กิจศรัทธาต่างๆ ร่วมกัน (para-liturgical) และการภาวนาตามพิธีกรรม (liturgical)

     แน่นอน พิธีกรรมก็คือการภาวนา และเป้าหมายแรกมิใช่เพื่อตัวเราเอง (อย่างเช่นการ
ภาวนาส่วนตัวหรือเป็นกลุ่ม) แต่เพื่อพระเจ้า พิธีกรรมก็คือกิจกรรมของพระเจ้า (actio divina)
พระเจ้าริเริ่ม และเราตอบรับในกิจกรรมของพระเจ้านี้

     การพูดเกี่ยวกับพระเจ้าและพูดกับพระเจ้าต้องไปด้วยกัน การประกาศพระเจ้าเป็น
แนวทางสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า ความเป็นหนึ่งเดียวในฐานะบิดาและลูกที่พระคริสต์
ทรงเผยให้เรารู้จักและทำให้มีชีวิตชีวาในชีวิตของเรา ด้วยเหตุนี้พิธีกรรม (ศีลศักดิ์สิทธิ์) จึงมิใช่
เป็นเรื่องลำดับที่สองรองต่อจากการประกาศพระเจ้าผู้ทรงชีวิตแต่กลับเป็นการทำให้ความสัมพันธ์
ของเรากับพระเจ้าเป็นความจริง

     เกี่ยวกับหัวข้อนี้ ข้าพเจ้า (พระคาร์ดินัล รัทซิงเกอร์) ขอตั้งข้อสังเกตต่อคำถามเกี่ยวกับ
พิธีกรรม การประกอบพิธีกรรมของเราขณะนี้มักจะเน้นไปทางด้านสมอง (rationalistic) เกินไป
พิธีกรรมกลายเป็นการสอนด้วยเป้าหมายที่จะให้คำพูดของเราเป็นที่เข้าใจแก่คนอื่น ผลที่ตามมา
ก็เลยทำให้ธรรมล้ำลึก (mystery) กลายเป็นความจืดชืด ซ้ำซาก ไม่น่าสนใจ การใช้คำพูดมาก
เกินไปโดยไม่จำเป็น การใช้ประโยคเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่คิดว่าจะให้ความเข้าใจและความ
ไพเราะแก่ผู้ฟัง (สัตบุรุษ)

     แต่นี่เป็นความผิดพลาดมิใช่เฉพาะด้านเทววิทยาเท่านั้น แต่ด้านจิตวิทยาและด้านอภิบาล
ด้วย คลื่นแห่งความวิเวกนิยม (esoterism) การแผ่กระจายของความนิยมวิธีการของเอเซียใน
การเสาะแสวงหาการผ่อนคลายความสงบทางด้านจิตใจและการสลัดตนเอง แสดงให้เห็นว่า
พิธีกรรมของเรายังขาดอะไรบางอย่าง ในสภาพของโลกทุกวันนี้ เราต้องการความเงียบ
เราต้องการที่จะสัมผัสความล้ำลึกของความมหัศจรรย์รอบข้างตัวเรา เราต้องการความสวยงาม
แห่งจิตใจ

     พิธีกรรมมิใช่ผลผลิตของพระสงฆ์ผู้ประกอบพิธีหรือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ พิธีกรรม (the Liturgy
– the rite) อย่างที่เป็นทุกวันนี้เป็นผลจากกระบวนการนับเป็นเวลาหลายศตวรรษที่เป็นผลจาก
ประสบการณ์ของความเชื่อของคริสตชนทุกชั่วอายุคนที่ผ่านมา (all the generations).

     ถึงแม้ว่าผู้ที่ร่วมในพิธีกรรมอาจจะไม่เข้าใจคำพูด คำภาวนาแต่ละคำ แต่พวกเขามองออก
ถึงความหมายอันลึกซึ้ง สามารถสัมผัสความล้ำลึกที่อยู่เหนือคำพูด คำภาวนาต่างๆ ผู้ประกอบ
พิธีกรรมไม่ใช่ศูนย์กลางของพิธีกรรม ผู้ประกอบพิธีกรรมที่อยู่ต่อหน้าสัตบุรุษไม่ใช่อยู่ตรงนั้นใน
นามของตนเอง เขาพูดด้วยตนเองก็จริงแต่ไม่ใช่ในนามของตน เขาพูดในฐานะเป็นองค์พระ-
คริสตเจ้า (in persona Christi) เราไม่สนใจต่อความสามารถส่วนตัวของผู้ประกอบพิธีกรรม
เราสนใจเฉพาะความเชื่อของเขาเท่านั้น ด้วยวิธีนี้พระคริสต์จึงปรากฎเด่นชัด “พระองค์จะต้อง
ทรงยิ่งใหญ่ขึ้น ส่วนข้าพเจ้าจะต้องด้อยลง” (ยน. 3:30)


(ยังมีต่อ)


( 0 Votes )The New Evangelization -  The Kingdom of God
Tags:     The Kingdom of God
Latest Articles