oct 3

 

กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์


วันที่ 4 ตุลาคม 2012 ลูกา 10: 23-24
......แล้วพระองค์ทรงหันพระพักตร์ไปยังบรรดาศิษย์ตรัสกับเขาโดยเฉพาะ
“นัยน์ตาของท่านเป็นสุขที่มองเห็นสิ่งต่างๆ ที่ท่านเห็น เราบอกท่านทั้งหลายว่า
ประกาศกและกษัตริย์จำนวนมากปรารถนาจะเห็นสิ่งที่ท่านได้เห็น แต่ก็ไม่ได้เห็น
ปรารถนาจะได้ฟังสิ่งที่ท่านได้ฟัง แต่ก็ไม่ได้ฟัง”

โรม 9: 16, 18, 21
……ดังนั้น ทุกสิ่งจึงเกิดขึ้นกับพระเมตตาของพระเจ้า ไม่ขึ้นกับความตั้งใจ
หรือความอุตสาหะของมนุษย์ ........ดังนั้น พระเจ้ามีพระประสงค์จะเมตตาผู้ใด
ก็ทรงเมตตาผู้นั้น และทรงประสงค์จะทำให้ผู้ใดมีจิตใจแข็งกระด้าง พระองค์ก็ทรง
ทำเช่นนั้นได้ ........ช่างปั้นย่อมมีอำนาจเหนือก้อนดินเหนียวมิใช่หรือ ช่างปั้นย่อม
ใช้ดินก้อนเดียวกันปั้นให้เป็นภาชนะที่มีเกียรติ หรือภาชนะธรรมดาก็ได้

มาร์โก 4: 26-27
.......พระองค์ยังตรัสอีกว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้ายังเปรียบเสมือน
คนที่นำเมล็ดพืชไปหว่านในดิน เขาจะหลับหรือตื่น กลางคืนหรือกลางวัน เมล็ดนั้น
ก็งอกชึ้นและเติบโตเป็นเช่นนี้ได้อย่างไรเขาไม่รู้

มัทธิว 24: 36
......”ส่วนเรื่องวันและเวลานั้นไม่มีใครรู้เลย ทั้งบรรดาฑูตสวรรค์และแม้แต่
พระบุตร นอกจากพระบิดาเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น”

*******************************************************************

 

 

เก่ง หรือ เฮง

     ในโลกของวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านประสาทวิทยา (neurology) ได้มีการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความคิด ความปรีชาญาณ กับแนวทางการบริหารจัดการธุรกิจ ผลการศึกษาพบว่ามนุษย์เราใช้ความเฉลียวฉลาดคิดเฉลี่ยเพียง 10 เปอร์เซนต์เท่านั้นเองในการจัดการเรื่องธุรกิจ...........จึงมีคำถามจากที่ประชุมสัมมนาแห่งหนึ่ง (Intuition and Management) ว่า “ถ้ามนุษย์เราสามารถใช้สมองของเราได้มากกว่านั้นจนครบ 100 เปอร์เซนต์ โลกธุรกิจจะเจริญก้าวหน้าขึ้นกว่านี้อีกสักเพียงใด”?!.....

     .......แต่กลับมีคำถามอีกคำถาม (ซึ่งเป็นคำถามอีกด้านหนึ่งของเหรียญเดียวกัน) ขึ้นมาจากที่ประชุมว่า ..........”แล้วในความเป็นจริงของชีวิต มนุษย์เราจะสามารถใช้สมองให้เต็มที่ได้จริงหรือ และอย่างไร”?!..... เรื่องจากชีวิตของ สมชาย และ สมยศ คงให้คำตอบได้บ้างดังนี้:-

     .......สมชาย และ สมยศ เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เล็ก เรียนในโรงเรียนเดียวกัน สมชายเรียนเก่งได้คะแนนดีเสมอทุกเทอม ส่วนสมยศเรียนแบบพอเอาตัวรอดไปได้ ยิ่งวิชาเลขคณิตแล้ว ก็ยิ่งไม่เอาไหนเลย

     เมื่อเรียนจบ และได้เข้าทำงาน สมชายก็เป็นคนขยันขันแข็ง ทำงานดี หัวหน้าพอใจในผลงาน ชีวิตการงานก็ค่อนข้างราบเรียบธรรมดา ส่วนสมยศซึ่งทำกิจการค้าขายอิสระของตนเอง เพราะไม่มีบริษัทไหนยอมรับเขาเข้าทำงาน กลับร่ำรวยจากการซื้อมาขายไปแบบซื่อสัตย์สุจริต ไม่คดโกงใคร

     วันหนึ่งสมยศโชคดีถูกล๊อตเตอรี่รางวัลเลขท้าย 2 ตัว ของกองสลากกินแบ่งรัฐบาล และไปขึ้นเงินรางวัล สมชายก็ซักถามสมยศว่า ทำไมเขา  (สมยศ) ถึงโชคดีขนาดนี้ ไม่ว่าทำอะไรก็ขึ้น ดีไปหมดทุกอย่าง อย่างเช่นล๊อตเตอรี่ฉบับนี้ คิดอย่างไรจึงซื้อหมายเลขที่ถูกรางวัลได้....

     ......สมยศก็เล่าให้ฟังว่า คืนวันก่อนที่จะซื้อล๊อตเตอรี่ ฝันว่ามีเทวดามาร้องเพลงให้ฟัง เทวดาเข้าแถวเจ็ดแถว แต่ละแถวมีเทวดาแปดองค์  ตัวเลขมันชัดเหลือเกิน เขา (สมยศ) จึงเลือกล็อตเตอรี่ที่มีหมายเลขสองตัวสุดท้าย “หกสิบสาม” จึงถูกรางวัลล๊อตเตอรี่นี่ไงล่ะ..........สมชายฟังแล้วหูผึ่ง ถามสมยศไปว่า แกไปเอาตัวเลขหกสิบสามมาได้อย่างไร แปดคูณเจ็ด ต้องได้ห้าสิบหกต่างหาก?!

     สมยศก็ตอบสวนกลับว่า “เออ! จริงซินะ ฉันคูณตัวเลขผิด แต่ถ้าฉันคูณตัวเลขถูก ฉันก็คงไม่ถูกล๊อต- เตอรี่งวดนี้แน่ แต่แกก็เก่งเลขเสมอ คิดตัวเลขได้ถูกต้องเสมอ แต่ไม่เคยถูกล๊อตเตอรี่เลย......

     .......และนี่คือ “ความลึกล้ำ” (Mystery) ของชีวิต......


( 0 Votes )เก่ง หรือ เฮง