aug 3

กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์


วันที่ 16 สิงหาคม 2012 โรม 9: 23-26
     และทรงแสดงพระสิริรุ่งโรจน์อันยิ่งใหญ่ของพระองค์ต่อผู้ที่สมควรจะได้
รับพระกรุณาธิคุณซึ่งพระองค์ทรงกำหนดไว้แล้ว เพื่อรับพระสิริรุ่งโรจน์ คือพวกเรา
ซึ่งพระองค์ทรงเรียกมา ทั้งจากชาวยิวและจากคนต่างชาติ ดังที่พระองค์ตรัสไว้ใน
หนังสือประกาศกโฮเชยาว่า เราจะเลือกผู้ที่ไม่ใช่ประชากรของเราว่า “เป็นประชากร
ของเรา” และเรียกผู้ที่ไม่เป็นที่รักว่า “เป็นที่รัก และในสถานที่ซึ่งได้มีคำกล่าวว่า
“ท่านทั้งหลายไม่ใช่ประชากรของเรา” ที่นั่นเขาจะถูกเรียกเป็น “บุตรของพระเจ้า
ผู้ทรงชีวิต”

มธ. 4: 23-25
     พระองค์เสด็จไปทั่วแคว้นกาลิลีทรงสั่งสอนในศาลาธรรม ทรงประกาศ
ข่าวดีเรื่องพระอาณาจักร ทรงรักษาโรคและความเจ็บไข้ทุกชนิดของประชาชน
กิตติศัพท์เกี่ยวกับพระองค์เลื่องลือไปทั่วแคว้นซีเรีย ประชาชนจึงนำผู้เจ็บป่วยด้วย
โรคต่างๆ ผู้ที่ถูกความทุกข์เบียดเบียน ผู้ถูกปีศาจสิง ผู้เป็นลมบ้าหมู และผู้ที่เป็นง่อย
มาเฝ้าพระองค์ พระองค์ทรงรักษาคนเหล่านั้นให้หายจากโรคและความเจ็บไข้
ประชาชนมากมายจากแคว้นกาลิลี จากทศบุรี จากกรุงเยรูซาเลม จากแคว้นยูเดีย
และจากฟากโน้นของแม่น้ำจอร์แดนต่างติดตามพระองค์

 

 

ผม/ดิฉัน เป็นใคร?
(Who Am I?)
(ตอนที่ 6/7)

  แพร่ธรรม


     ในการสื่อสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน เพื่อนชุมชน เพื่อนสังคมนั้น เป็นมโนธรรมของมนุษย์ตามภาพลักษณ์ของชีวิตของพระเจ้าในตัวเราที่จะมอบสิ่งดีงามให้แก่คนอื่น สิ่งดีงามนี้ ก็คือความรัก
ความเมตตากรุณา โอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปัน การให้อภัยฯ จึงเป็นความจำเป็นที่เรา
คริสตชนจะสัมพันธ์กับคนอื่นในเรื่องที่สำคัญที่สุดของชีวิตมนุษย์ นั่นคือ การที่จะรู้ รู้จัก และรัก
พระเจ้าที่แท้จริง และรับพระหรรษทานแห่งความเชื่อ เพื่อความรอด เราคริสตชนจึงต้องแพร่ธรรม
ให้คนอื่น ตามที่นักบุญเปาโลได้กล่าวไว้ว่า “หากข้าพเจ้าไม่ประกาศข่าวดี ข้าพเจ้าย่อมได้รับความ
วิบัติ” (1 โครินธ์ 9:16)

 

     การบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระเยซู เป็นพันธกิจแห่งการเข้ามาเกี่ยวข้องสัมผัสทุกคน เพราะเหตุนี้ เราจึงต้องเชื่อมสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ทุกคนเช่นกัน

     การบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระเยซู จากมุมมองของพันธกิจการแพร่ธรรม มิได้หมายถึง การรับเอากายมนุษย์เท่านั้น แต่ยังหมายถึงความจริงที่ว่า พระเจ้าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับความเป็นอยู่ ความยุ่งเหยิงในชีวิตมนุษย์ทุกคนด้วย

     การที่พระเยซูรับสภาพของมนุษย์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาชีวิต ความต้องการของชีวิต ความทุกข์ยากทรมาน ความล้มเหลว ความฝัน และความหวังต่างๆ เป็นการยืนยันว่า ทั้งหมดนี้ก็คือเนื้องานของการแพร่ธรรมนั่นเอง (ของการลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระองค์ที่นำ
พระเจ้าเข้ามาสู่มนุษย์ และนำมนุษย์สู่พระเจ้า)

     ไม่มีสถานภาพชีวิตฆราวาสลักษณะใดเลยที่พระเจ้าไม่รู้จัก หรือไม่คุ้นเคย พระเยซูคริสต์ ทรงรับสถานภาพชีวิตมนุษย์ทั้งหมดโดยไม่มีการยกเว้นเลย พระองค์ทรงรับรู้ถึงความหิว ความอิ่ม การยิ้ม การร้องไห้ ความฝัน ความห่วงใยในความรอดของมนุษย์ ความสำเร็จที่นำพาบางคนมาสู่พระองค์ ความสูญเสียหลายๆ คนที่ไม่ติดตามพระองค์ ฯลฯ ยกเว้นบาป

     เพราะการบังเกิดเป็นมนุษย์ได้นำพระองค์สู่สถานภาพชีวิตมนุษย์ดังกล่าวทั้งหมดนี้
พระอาณาจักรพระเจ้าจึงถูกนำไป ณ ที่นั้น (สถานภาพชีวิตมนุษย์) เช่นกันไม่มีสถานภาพชีวิตใดที่การแพร่ธรรมเข้าไม่ถึง ส่วนหนึ่งของพันธกิจของพระเยซูคริสต์ ก็เพื่อเผยพระเจ้าที่เข้าถึงสถานภาพชีวิตมนุษย์ได้ทุกรูปแบบ 

     พระเยซูคริสต์จะช่วยให้เราทุกคนสามารถประกาศพระอาณาจักรพระเจ้า ด้วยวิธีที่เหมาะสมตาม
ประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคน พระอาณาจักรพระเจ้าทรงพูดกับมนุษย์ทุกคน ในทุกเหตุการณ์ ในทุก
ลักษณะโดยไม่มีการยกเว้น

เพราะเหตุนี้ พระเยซูคริสต์จึงช่วยให้เราสามารถได้ยิน และได้เห็นพระเจ้าในชีวิตของเรา:
     - เห็นพระองค์ เมื่อเราสุขสบาย
     - เห็นพระองค์ ในยามสันติ
     - เห็นพระองค์ ในยามสงคราม
     - เห็นพระองค์ ขณะประสบความหายนะทางเศรษฐกิจ
     - เห็นพระองค์ ในความสูญเสียต่างๆ

     ณ ทุกขณะของชีวิต พระเจ้าทรงเป็นเจ้าทรงควบคุมบัญชาการให้เราเสมอ ไม่มีช่วงไหนในชีวิตของเราเลยที่พระอาณาจักรพระเจ้าไม่ได้ส่งสัญญาณสื่อการดลใจที่เหมาะสม ที่ถูกต้องให้แก่เรา


From : Transformed into an Apostle
by : H.E. Luis Antonio Tagle
Omnis Terra – May 2007

ความเข้าใจใหม่ของการประกาศพระวรสาร/ การแพร่ธรรมควรได้รับการปรับความเข้าใจในบริบทต่อไปนี้.-
     - จาก ความเข้าใจดั้งเดิมว่า คริสต์ศาสนามาจากการแพร่ธรรมที่มาจากต่างประเทศ
       (ทวีปยุโรป) มาเป็นความเข้าใจใหม่ว่า คริสต์ศาสนาเริ่มต้นในกลุ่มชุมชนเล็กๆ ของท้องถิ่นได้ด้วยพระพรเชื้อแป้งพระอาณาจักรพระเจ้า
     - จาก ความรอดด้วยการกลับใจเปลี่ยนศาสนา มาเป็นความรอดของชีวิตทุกด้าน
     - จาก สภาพสนามแพร่ธรรม มาเป็นพันธกิจแพร่ธรรมผนวกกับชีวิตร่วมเป็นหนึ่ง
        เดียวในชุมชนและ พระศาสนจักรท้องถิ่น
     - จาก โครงสร้างแผนงานแพร่ธรรม มาเป็นการประกาศข่าวดีด้วยอำนาจของ
       พระจิตเจ้า
     - จาก แนวทางการปฏิบัติที่มีมานานจนเป็นสถาบันที่ล้าสมัย มาเป็นพันธกิจที่มีชีวิต
        เจริญเติบโต และเต็มไปด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
     - จาก แนวทางแพร่ธรรม ตามกระบวนการบรรทัดฐานเหมือนกันทั่วโลก มาเป็นการ
       แพร่ธรรมตามบริบทของวัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตของชุมชนท้องถิ่น

ภายใต้บรรยากาศของการฟื้นฟู เปลี่ยนแปลง และปรับปรุงเยี่ยงนี้ การประกาศข่าวดีแพร่ธรรมจึงจะพัฒนาไปได้


From : Fidei Donum: a 50-year Journey
by : Fr. Vito Del Prete PIME
Omnis Terra – March 2007 (ยังมีต่อ)


( 0 Votes ) แพร่ธรรม