Aug 1

กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์

วันที่ 9 สิงหาคม 2012 ลูกา 3: 21-22
ขณะนั้นประชาชนทั้งหมดกำลังรับพิธีล้าง พระเยซูเจ้าก็ทรงรับ
พิธีล้างด้วย และขณะที่ทรงอธิษฐานภาวนาอยู่นั้นท้องฟ้าก็เปิดออก
และพระจิตเจ้าเสด็จลงมาเหนือพระองค์ มีรูปร่างที่เห็นได้ดุจนกพิราบ
แล้วมีเสียงจากสวรรค์ว่า “ท่านเป็นบุตรที่รักของเรา เป็นที่โปรดปราน
ของเรา”


                                       ลูกา 9: 34-36
ขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้น เมฆก้อนหนึ่งลอยมาปกคลุมเขาไว้
เมื่ออยู่ในเมฆเขากลัวมาก เสียงหนึ่งดังออกมาจากเมฆว่า “ท่านผู้นี้เป็น
บุตรของเรา ผู้ที่เราได้เลือกสรรจงฟังท่านเถิด” เมื่อสิ้นเสียงนั้นแล้ว
ศิษย์ทั้งสามก็เห็นพระเยซูเจ้าเพียงพระองค์เดียว เขาเก็บเรื่องนี้เป็น
ความลับไม่ได้บอกเรื่องที่เห็นให้ผู้ใดรู้เลยในเวลานั้น

++++++++++++++

Aug 2

พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
12 สิงหาคม พ.ศ. 2555

 

ในคอลัมน์ “หมายเหตุ อุดมสาร” คุณพ่ออนุชา ไชยเดช
ได้ถามพวกเราคริสตชนว่า “เสียงของพระเยซู คุณได้ยินไหม?”
(อุดมสารฉบับวันที่ 17-23 มิถุนายน 2012) วันนี้จึงขอส่ง
“ข้อคิด” จากคุณพ่อ Ron Rolheiser “เสียงของพระเจ้า”
มาให้เรารำพึงด้วย

 

 


     มนุษย์เราเป็นสิ่งสร้างประเสริฐสุดของพระเจ้า มนุษย์จึงมีประสาทสัมผัส ความรู้สึก ความคิด
จิตใจ ที่ไว ที่สูงส่ง ที่ลึกซึ้งกว่าสิ่งสร้างที่มีชีวิตอื่นๆ ทั้งหมด

     ประสาทสัมผัสที่ต้องการจะเน้น ณ ที่นี้ ก็คือ การได้ยิน การฟัง ความจริงประวัติศาสตร์มนุษยชาติเริ่มต้นด้วยประสาทสัมผัส การได้ยิน การฟัง เป็นอันดับแรก เพราะพระเจ้าผู้สร้าง (God the Creator) “ทรงตรัส” (ปฐมกาล 1:3-27) และสิ่งถูกสร้างและมนุษย์ “ได้ยิน” และ “ฟัง” จึงได้เกิด (ปฐมกาล 1:3-31) และประวัติศาสร์แห่งความรอดของมนุษยชาติก็สำเร็จด้วยการได้ยิน การฟังของแม่พระ และคำตอบ FIAT ของพระนาง
(ลูกา 1: 26-38)

     โลกของเราทุกวันนี้เต็มไปด้วยเสียง เสียงพูด เสียงร้อง เสียงที่เปล่งออกมา เสียงอุทาน เสียงตะโกน เสียงร้องไห้ เสียงหัวเราะ เสียงกรีดร้อง เสียงร้องเรียน ต่างๆ มากมายจนเราหูอื้อ และในเสียงต่างๆ เหล่านี้
ย่อมต้องมีองค์ประกอบ 2 ประการ คือ:-

ก. คน : คนที่ออกเสียง คนที่เปล่งเสียง คนที่ร้อง คนที่ตะโกน คนที่พูด
            คนที่กรีดร้อง คนที่ร้องเรียน คนที่ร้องไห้ ฯลฯ
ข. เหตุการณ์ : สาเหตุที่ทำให้คนต้องออกเสียง พูด ร้องตะโกน ร้องเรียน ร้องไห้
                        ฯลฯ

     พวกเราอาจจะเป็น “คน” คนนี้ก็ได้ที่ประสบกับเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องพูด ต้องตะโกน
ร้องเรียน ร้องเรียก ฯลฯ

     แต่ยังมีองค์ประกอบอีกประการหนึ่ง ซึ่งก็หนีไม่พ้น “คน” เหมือนกัน นั่นก็คือ “คน” ที่ได้ยิน (hear) “คน” ที่ฟัง (listen) คำร้อง คำเรียก คำพูด คำตะโกน คำเรียกร้อง ฯลฯ เหล่านี้ จึงขอเสนอข้อคิดที่สามารถใช้เป็นบทรำพึง บทภาวนาส่วนตัวของเราว่าเราจะสามารถเป็น “ผู้ที่ได้ยิน” เป็น “ผู้ที่ฟัง” เสียงต่างๆ เหล่านี้ และทำอะไรบางอย่างได้ไหม ตามที่คุณพ่อ Ron Rolheiser ได้แบ่งปันในบทแบ่งปันพระวาจาประจำสัปดาห์ ฉบับวันจันทร์ที่ 19 มีนาคม ค.ศ. 2012 ดังนี้.-

เสียงของพระเจ้า

• เราได้ยินเสียงของพระเจ้าในคำกระซิบ ในคำพูดเสียงเบาๆ..... พอๆ กับได้
   ยินเสียงของพระองค์ในเสียงฟ้าร้อง ในพายุ
   เราได้ยินเสียงของพระเจ้าพูดกับเรา เมื่อเราเห็นชีวิต เห็นความชื่นชมยินดี
   เห็นแสงสี การมีสุขภาพดี อารมณ์ดีรื่นเริง..... เราก็ได้ยินเสียงของพระองค์
   เช่นกัน เมื่อเราเห็นความตาย ความทุกข์ทรมาน ความยากจนข้นแค้น
   ความหมดอาลัยตายอยากในจิตใจ 

 

• เราได้ยินเสียงของพระเจ้าที่เรียกเราให้ยกจิตใจสูงขึ้น ดึงตัวเราขึ้น เชื้อเชิญเราเข้าสู่ความศักดิ์สิทธิ์..... ในทางกลับกัน เราก็ได้ยินเสียงของ

   พระองค์เช่นกัน เมื่อเราถูกดูถูก ถูกเหยียดหยาม นำเราสู่ความสุภาพ ทำให้เราเท้าติดดิน เป็นคนธรรมดา แต่รู้จักรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
  เราได้ยินเสียงของพระเจ้าบ่อยครั้งอย่างไม่คาดฝัน อย่างกับว่ามาจากต่างแดน มาจากคนแปลกหน้า
   แต่ก็ยังจำเสียงของพระองค์ได้พอๆ กับเสียงที่คุ้นหูที่พระองค์เรียกเรากลับบ้าน
• เสียงของพระเจ้าบ่อยครั้งปรากฎเป็นเสียงที่ท้าทายเรา ที่ดึงเราให้ยืดจนสุดสายป่านของเราเพื่อเปิดหัวใจของเรา..... พอๆ กับเสียงแผ่วเบาที่

  บรรเทาที่ปลอบใจเรา
  เสียงของพระเจ้าเข้ามาในชีวิตของเรา เปรียบประดุจอำนาจที่ยิ่งใหญ่....... ถึงแม้ว่าจะเป็นอำนาจที่
  เปราะบาง เสมือนพระกุมารที่นอนอยู่บนรางหญ้า
• เสียงของพระเจ้าได้ยินอย่างเด่นชัดท่ามกลางคนยากจน....... เป็นเสียงที่เรียกร้องให้เราไปหาพวกเขา โดยผ่านองค์กรบรรเทาทุกข์ต่างๆ
  เสียงของพระเจ้าเรียกร้องเราให้ดำเนินชีวิตแต่ละวันโดยไม่ต้องกลัว (do not be afraid)……
  ให้กลัวอยู่อย่างเดียว คือการไม่ทำตามน้ำพระทัยของพระองค์ (holy fear)
• เราได้ยินเสียงของพระเจ้าในพระพรต่างๆ ที่พระจิตเจ้าประทานให้เรา....... และในขณะเดียวกันเสียงนี้ก็ให้กำลังใจเราอย่าย่อท้อต่อความยุ่งยาก

  ของโลกนี้ และของชีวิตของเราด้วย
  เราได้ยินเสียงของพระเจ้าเสมอ ทุกครั้งที่เรารู้สึกชื่นชมยินดีและกตัญญูขอบพระคุณพระเจ้า.........
  ถึงแม้ว่าเสียงเดียวกันนี้จะขอให้เราปฏิเสธตัวเราเอง ตายต่อตัวเราเอง และอย่าปล่อยให้จิตใจผูกพัน
  กับของของโลกนี้

(หมายเหตุ - ความจริงยังมีองค์ประกอบที่สำคัญอีกข้อหนึ่ง นั่นก็คือ “คน” ที่เป็นต้นเหตุของ
  เหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดเสียงร้อง เสียงตะโกน เสียงร้องเรียน ฯลฯ...... แต่ข้อนี้ไม่ได้
  เป็นประเด็นในบทแบ่งปันของคุณพ่อ Rolheiser วันนี้จึงไม่มีการกล่าวถึง “คน” คนนี้

  สำหรับเรา เราก็คงต้องการเป็น “คน” ได้ยิน “คนฟัง” มากกว่าเป็น
  “คนต้นเหตุ” ใช่ไหมครับ?

  สมาชิกท่านใดสนใจรับบทแบ่งปันพระวาจาประจำสัปดาห์นี้ (ภาษาอังกฤษ)
  โปรดส่ง email ถึงคุณพ่อ Ron Rolheiser ได้โดยตรงที่ email address
   อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย คุณพ่อ Rolheriser เป็นพระสงฆ์
  คณะ OMI อยู่ที่ San Antonio, Texas, U.S..A.)

 


( 0 Votes )เสียงของพระเจ้า