Mar_22

    

กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์  
วันที่ 5  เมษายน  2012                กิจการ 2: 42-42
......คนเหล่านั้นประชุมกันอย่างสม่ำเสมอเพื่อฟังคำสั่งสอนของ
บรรดาอัครสาวก  ดำเนินชีวิตร่วมกันฉันพี่น้อง  ร่วม  “พิธีบิขนมปัง” และ
อธิษฐานภาวนา  พระเจ้าทรงบันดาลให้บรรดาอัครสาวกทำปาฏิหาริย์และ
เครื่องหมายอัศจรรย์เป็นจำนวนมาก  ทุกคนจึงมีความยำเกรง

ฮีบรู 11: 1-4, 5, 7-8, 11, 17, 21, 27-29
……ความเชื่อคือความมั่นใจในสิ่งที่เราหวังไว้  เป็นข้อพิสูจน์ถึงสิ่งที่มองไม่เห็น  เพราะความเชื่อนี้  คนในสมัยก่อนจึงได้รับการยกย่องในพระ-คัมภีร์  เพราะความเชื่อ เราจึงเข้าใจว่าพระวาจาของพระเจ้าเนรมิตสร้างโลก ดังนั้น  สิ่งที่มนุษย์มองเห็นได้จึงเกิดขึ้นจากสิ่งที่มนุษย์มองไม่เห็น  เพราะความเชื่อ อาแบลจึงถวายเครื่องบูชาที่ดีกว่าเครื่องบูชาของ คาอินแด่พระเจ้าทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ชอบธรรม  โดยพระเจ้าทรงรับรองบรรณาการของเขา เพราะความเชื่อนี้แม้ว่าอาแบลล่วงลับไปแล้ว  เขาก็ยังพูดอยู่ทั้งๆ ที่ตายแล้ว เพราะความเชื่อ

 พระเจ้าทรงรับตัวเอโนคไปโดยเขาไม่ต้องประสบความตาย  ไม่มีใครพบเขาเพราะพระเจ้าทรงรับเขาไปแล้วก่อนที่เขาจะถูก ยกไปก็มีคำยกย่องว่า เขาเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า........  เพราะความเชื่อ เมื่อโนอาห์ได้รับคำเตือนของพระเจ้าเกี่ยวกับเรื่องที่ยังมิได้เห็น  เขาจึงมีความ ยำเกรงพระองค์และสร้างเรือใหญ่เพื่อช่วยให้ครอบครับของตนรอดตาย และเพราะความเชื่อนี้เอง  เขาตัดสินลงโทษโลก และได้เป็นทายาทแห่งความ ชอบธรรมซึ่งบังเกิดมาจากความเชื่อ  เพราะความเชื่ออับราฮัมเชื่อฟังเมื่อพระ เจ้าทรงเรียกให้ออกเดินทางไปสู่สถานที่ที่เขาจะได้รับเป็นมรดก  เขาออก เดินทางไปโดยไม่รู้ว่าจะไปไหน........  

เพราะความเชื่อ  แม้นางซาราห์จะพ้นวัย ให้กำเนิดแล้ว  พระเจ้ายังทรงบันดาลให้ตั้งครรภ์ได้  เพราะนางเชื่อว่าพระองค์ ผู้ทรงสัญญาจะทรงซื่อสัตย์ต่อคำสัญญานั้น.....  เพราะความเชื่อ  เมื่อพระเจ้า ทรงลองใจ อับราฮัมจึงถวายอิสอัค  เขาผู้ได้รับพระสัญญาก็ถวายบุตรคนเดียวของตน.......  เพราะความเชื่อ ก่อนจะสิ้นใจ  ยาโคบจึงอวยพรบุตรแต่ละ คนของโยเซฟ และก้มลงนมัสการพระเจ้าโดยใช้ไม้เท้ายันตัวไว้........... เพราะความเชื่อ โมเสสจึงออกจากประเทศอียิปต์โดยไม่กลัวพระพิโรธของกษัตริย์  เขาไม่หวั่นไหวเหมือนได้เห็นพระเจ้าที่มนุษย์มองเห็นไม่ได้  เพราะความเชื่อ  เขาจึงทำฉลองปัสกาและประพรมเลือด  

เพื่อมิให้ผู้ทำลาย บุตรคนแรกมาแตะต้องบุตรของชาวอิสราเอล  เพราะความเชื่อ  ชาวอิสราเอล จึงเดินผ่านทะเลแดงราวกับเดินบนดินแห้ง ส่วนชาวอียิปต์ซึ่งพยายามทำเช่น เดียวกันต่างจมน้ำตายสิ้น

 

Mar_33

Happy Easter

สุขสันต์วันปาสกา  

วันอาทิตย์ 8 เมษายน 2012  


วันพระเจ้ามาก่อน..... วันมนุษย์มาทีหลัง 

มีชายชาวยิวคนหนึ่งและครอบครัวอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเยเมนใกล้อ่าวเอเดน  อาชีพของเขาเป็นช่างเจียระไนเพชรพลอย (jeweler)  เขาเป็นช่างที่มีฝีมือดีมาก  มีศิลปะในการออกแบบทำเครื่องประดับได้อย่างสวยงาม  แต่ที่สำคัญกว่านั้น  เขาเป็นคนดี เป็นคนซื่อสัตย์ และศรัทธาในพระเจ้า  เขาถือว่าทุกสิ่งที่เขามี  ทุกอย่างที่เขาเป็น  พระเจ้าเป็นผู้ประทานให้  ทัศนคติชีวิตของเขาจึงมองเป็นด้านบวกเสมอ  ทำให้เขาร่าเริง ยิ้มแย้ม แจ่มใสกับทุกคน  มีความสุข  ทุกสัปดาห์เขาทำงานหกวัน  ผลิตผลงานที่ดีสวยงาม และเมื่อถึงวันพระเจ้า (Sabbath)  เขาจะปิดร้านไม่ทำงาน  ชายคนนี้ประกอบอาชีพเป็นช่างเจียระไนเพชรพลอยมานานหลายสิบปี  และด้วยฝืมือที่ดี มีศิลปะ ลูกค้าของเขาจึงขยายตัวเพิ่มมากขึ้น  ทำให้ฐานะครอบครัวของเขาเริ่มดีขึ้นด้วย  ซึ่งเขาก็ขอบพระคุณพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอว่า  เป็นเพราะพระพรของพระเจ้า  ครอบครัวของเขาจึงมีความเป็นอยู่สุขสบายเช่นนี้ตรงข้ามร้านของช่างเจียระไนเพชรพลอยคนนี้  เป็นร้านขายเครื่องหนังของชายอีกคนหนึ่งที่ไม่นับถือพระเจ้า  เขาไม่มีความเชื่อในพระเจ้าเลย  ชายคนหลังนี้ถือคติว่า  ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นผลจากการทำงานของมนุษย์เอง  จะดีจะชั่ว จะมีจะจน ก็อยู่ที่ตัวมนุษย์เราเอง  เขามุ่งแต่ทำงานอย่างคร่ำเครียด  อารมณ์เคร่งขรึมไม่ยิ้มแย้มกับใครแม้กระทั่งลูกค้าของเขาเอง  เขาเป็นคนที่ไม่มีความสุขในการทำงาน และในครอบครัวเลย......  ตรงกันข้ามกับชายที่เจียระไนเพชรพลอย   และสิ่งนี้ยิ่งทำให้คนขายเครื่องหนังไม่มีความสุขมากขึ้น

 วันหนึ่งชายคนขายเครื่องหนัง  เกิดความคิดที่จะทดสอบว่า  ช่างเจียระไนเพชรพลอยจะยังมีความเชื่อในพระเจ้าสักเพียงใดถ้าหากเกิดความทุกข์ร้อนกับตัวเขา........

......โดยเขา (คนขายเครื่องหนัง)  นำแหวนวงหนึ่งไปให้ชายที่เจียระไนเพชรพลอย  บอกว่าแหวนของ

เขาชำรุดช่วยซ่อมแซมให้ด้วย  วันนั้นเป็นวันพุธ และบอกว่าจะมาขอรับคืนในวันศุกร์

ช่างเจียระไนเพชรพลอยรับแหวนมาส่องดูและกล่าวว่า  แหวนวงนี้สวยดี แต่รอยชำรุดนี้คงเพิ่งเกิดขึ้น

(และเป็นจริงตามนั้น  เพราะชายคนขายเครื่องหนังแกล้งทำชำรุดเพื่อเป็นเหตุให้มาขอซ่อม)  แต่ขอเวลาหน่อย

เพราะขณะนี้กำลังซ่อมสร้อยคอให้แก่ลูกค้าอีกคนหนึ่ง  พูดแล้วช่างเจียระไนเพชรพลอยก็นำแหวนวงนี้ใส่เข้าลิ้นชักโต๊ะทำงานของตนต่อหน้าชายคนขายเครื่องหนังซึ่งเป็นเจ้าของแหวน



วันรุ่งขึ้น (วันพฤหัสบดี) คนขายเครื่องหนังก็แวะมาถามว่าได้เริ่มซ่อมแหวนแล้วหรือยัง  ข่างเจียระไนเพชรพลอยตอบว่ายัง  กำลังซ่อมสร้อยคอให้ลูกค้าคนอื่นอยู่  จึงยังไม่ได้แตะต้องแหวนวงนั้นเลย  คิดว่าบ่ายนี้คงจะเริ่มซ่อมแหวนให้ได้  เพราะว่ากำลังทำความสะอาดขัดเงาสร้อยคอเกือบจะเสร็จแล้ว

ชายคนขายเครื่องหนังจงใจมาถามในวันพฤหัสฯ  เพื่อจะดูว่าแหวนของตนยังอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของช่างเจียระไนเพชรพลอยหรือไม่  และเมื่อได้ฟังว่าช่างเจียระไนเพชรพลอยจะเริ่มซ่อมแหวนตอนบ่าย  เขาจึงวาง แผนกลับมาช่วงหยุดพักทานข้าวเที่ยงขณะช่างเจียระไนเพชรพลอยไม่อยู่ในห้อง  เพื่อแอบเข้ามาขโมยและนำแหวนที่ตนเองแกล้งนำมาให้ซ่อมไปโยนทิ้งลงในทะเลใกล้อ่าวเอเดน.....  พร้อมกับยิ้มและพูดกับตนเองว่า  “ตอนนี้จะดูซิว่า  ช่างเจียระไนเพชรพลอยจะทำอย่างไรเมื่อหาแหวนที่ตนนำมาให้ซ่อมไม่พบ  และเขาจะยังศรัทธาคงความเชื่อแน่นแฟ้นของตนกับพระเจ้าอยู่อีกต่อไปไหม?”

เมื่อกลับมาทำงานต่อในตอนบ่ายวันพฤหัสฯ  ช่างเจียระไนเพชรพลอยรีบทำความสะอาดสร้อยคอให้เสร็จแล้วส่งคืนเจ้าของ  เสร็จแล้วเขาจึงกลับไปที่โต๊ะทำงานเปิดลิ้นชักเพื่อนำแหวนของคนขายเครื่องหนังมาซ่อม........    แต่แล้ว........ เขาก็ตกตะลึงเพราะแหวนไม่อยู่แล้ว  ช่างเจียระไนเพชรพลอยพยายามลำดับเหตุการณ์

คิดว่าตนเองได้นำแหวนกลับบ้านหรือเปล่า  หรือว่ามันติดอยู่ในกระเป๋าเสื้อคลุมหรือไม่?......   พลางคิดในใจว่า

ค่ำนี้คงต้องไปค้นหาที่บ้านว่าได้เผลอนำแหวนจากลิ้นชักไปเก็บไว้ที่ไหนกันแน่  แต่ตลอดเวลาช่างเจียระไนเพชร-

พลอยก็รำพึงภาวนาในใจกับพระเจ้าว่า  ทุกสิ่งทุกอย่างคงลงเอยด้วยดี  เพราะพระเจ้าเป็นองค์ความเมตตาและ  ความรัก และเราทั้งครอบครัวก็ฉลองวันพระเจ้าทุกสัปดาห์อยู่แล้ว (Merit of the Sabbath)

ค่ำนั้น เมื่อกลับถึงบ้าน  ช่างเจียระไนเพชรพลอยก็รีบไปค้นที่เสื้อคลุมและลิ้นชักโต๊ะทำงาน  แต่ก็ไม่พบ

แหวนวงนั้น  จึงคิดว่า  ถ้าไม่อยู่ที่บ้านก็ต้องอยู่ที่ร้าน  พรุ่งนี้คงจะต้องไปค้นหากันใหม่ที่ร้านให้ทั่วทุกซอกทุกมุม

เพราะอยู่ดีๆ แหวนทั้งวงจะหายไปไหนไม่ได้

วันรุ่งขึ้นเป็นวันศุกร์วันก่อนวันพระเจ้า  มีเวลาทำงานครึ่งวัน  เพราะช่วงบ่ายจะต้องไปจ่ายตลาดเพื่อ

เตรียมอาหารฉลองวันพระเจ้า.......  ช่างเจียระไนเพชรพลอยพยายามค้นหาทั่วทั้งร้านก็ไม่พบแหวน  ขณะนั้นชายคนขายเครื่องหนังก็กลับมาอีกพร้อมกับทวงแหวนคืน  ช่างเจียระไนเพชรพลอยก็ไม่ว่ากระไร  ตอบไปว่ายังไม่ได้ซ่อม  ขอให้มารับแหวนในวันแรกของสัปดาห์หน้า  เพราะวันนี้ต้องเตรียมตัวฉลองวันพระเจ้าแล้วไม่มีเวลาซ่อมให้  (ช่างเจียระไนเพชรพลอยทำใจแข็งไม่เผยความจริงกับชายคนขายเครื่องหนังว่าตนเองยังหาแหวนไม่พบ)  ส่วนคนขายเครื่องหนังกลับยิ้มในใจ  ตอบไปว่า  ก็ได้จะมารับแหวนคืนในวันอาทิตย์....... แต่ในความเป็นจริงแล้ว   ในใจของช่างเจียระไนเพชรพลอยกลับร้อนผ่าวๆ ด้วยความกังวลว่า  เขาจะเอาแหวนวงนั้นคืนมาจาก



ไหน?......  แต่เขาก็ทำใจ  ตัดใจบอกกับตัวเองว่า  ไม่เป็นไร พระเจ้าจะจัดการให้เอง  คิดแล้ว  เขาก็ปิดร้านเพื่อไปตลาดซื้ออาหาร ข้าวของเพื่อเตรียมอาหาร Sabbath……

แล้ววัน Sabbath ของครอบครัวช่างเจียระไนเพชรพลอยก็ผ่านไปด้วยดี........  และวันอาทิตย์ก็มาถึง

วันที่ต้องทำตามคำสัญญาที่ได้ให้แก่คนขายเครื่องหนัง.....

......เมื่อรุ่งเช้าของวันอาทิตย์มาถึง  และก็เป็นจริงตามที่คาดไว้  คนขายเครื่องหนังรีบมาพบที่ร้านขาย

เพชรพลอยแต่เช้าพร้อมกับบอกขอแหวนคืน.....  ช่างเจียระไนเพชรพลอยตอบว่า ยินดีที่จะทำตามที่ได้สัญญาไว้  พูดแล้วเขาก็ไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงาน  และนำแหวนวงเดียวกันนั้น  (ซึ่งขณะนี้ได้ทำการซ่อมให้เรียบร้อยแล้ว)

มาคืนให้แก่คนขายเครื่องหนัง  (เขาอุตส่าห์มาที่ร้านในวันอาทิตย์แต่เช้าเพื่อรีบซ่อมแหวนวงนั้นให้เสร็จ  เพราะ

ระหว่างวัน Sabbath ชาวยิวจะทำงานไม่ได้เลย)

.......เมื่อคนขายเครื่องหนังได้รับแหวนของตนคืนมา  ก็ตกตะลึงตาค้าง  คิดในใจว่า  นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?  เขาแทบไม่เชื่อกับตาว่า  เขาได้รับแหวนของตนคืน  จึงพูดกับช่างเจียระไนเพชรพลอยว่า  “แหวนวงนี้ไม่ใช่ของผม  มันเป็นแหวนวงใหม่ที่คุณเอามาคืนแทน  เป็นไปไม่ได้ที่แหวนวงเดิมจะกลับมาอยู่ที่นี่   มัน.........” 

(เขาฉุกคิดขึ้นมาได้จึงชะงัก ไม่พูดต่อ.....)

......ช่างเจียระไนเพชรพลอยจึงถือโอกาสนี้  พูดสวนกลับไปว่า “ทำไมจึงสงสัยว่านี่ไม่ใช่แหวนของคุณ 

คุณเองเป็นคนเอามันมาให้ซ่อม และผมก็ได้ซ่อมให้คุณแล้ว  และคืนให้คุณเช้านี้ตามสัญญา.....  หรือว่าคุณรู้ 

อะไรเบื้องหลังเกี่ยวกับแหวนวงนี้  จงบอกความจริงมาซะโดยดี.....” คนขายเครื่องหนังบอกว่า  เขาได้ข่าวมาว่าแหวนของเขาถูกขโมยและถูกโยนลงทะเล........

......ช่างเจียระไนเพชรพลอยจึงย้อนกลับไปอย่างรุนแรงว่า  “ทำไมคุณถึงได้รู้รายละเอียดเหล่านี้ได้  หรือว่าเป็นคุณเองที่เป็นคนขโมยไปและโยนทิ้งลงทะเล  เป็นคุณเองใช่ไหม?  และทำไมคุณถึงทำเช่นนี้????!!!!!”

คนขายเครื่องหนังเมื่อถูกต้อนจนจนมุมเช่นนี้  ก็หน้าซีด เหงื่อแตก  พูดตะกุกตะกักว่า   “คุณรู้ราย ละเอียดเรื่องนี้ได้อย่างไร และคุณได้แหวนวงนี้กลับมาได้อย่างไร?   ช่วยเล่าให้ผมฟังหน่อย” ช่างเจียระไนเพชรพลอยหยุดคิดสักครู่หนึ่งก็ตอบว่า “ก็ได้ เพื่อเอาบุญ และเพื่อจะได้เป็นบทเรียนสอนใจด้วย......”

ช่างเจียระไนเพชรพลอยเล่าให้ฟังว่า  ตนเองรู้ว่าแหวนไม่ได้อยู่ในลิ้นชักเมื่อตอนบ่ายวันพฤหัสฯ ก็คิดว่าลืมแหวนไว้ที่บ้าน กลับไปหาที่บ้านก็ไม่พบจึงกลับมาค้นที่ร้านใหม่ในวันศุกร์ แต่ก็ไม่พบอีก แน่นอนต้องร้อนใจ


เพราะรู้ว่าการทำของของลูกค้าหายเป็นความผิดใหญ่หลวง  แต่ในใจยังวางใจในพระเจ้าว่าพระองค์จะทรงช่วยหาทางแก้ไข จนพบของที่หายไปได้......  เมื่อปิดร้านในบ่ายวันศุกร์แล้ว  ก็รีบไปที่ตลาดเพื่อซื้ออาหารมาเตรียม

มื้อ Sabbath  และได้ไปพบปลาตัวหนึ่งที่แม่ค้าคะยั้นคะยอให้ตนเองช่วยซื้อเพื่อนำมาทำอาหารฉลองวันพระเจ้า  ปรกติตนจะไม่รับประทานปลาเพราะราคาแพง  แต่วันนั้น  ตัดสินใจซื้อปลาก็เพราะต้องการฉลองกลบเกลื่อน ความวิตกกังวล (ที่แหวนหาย)  เมื่อถึงบ้านได้มอบปลาให้ภรรยาเพื่อนำไปเตรียมทำอาหาร และขณะที่เธอกำลัง  ล้างปลา ขอดเกล็ดปลา หั่นปลา ผ่าท้องเพื่อเอาไส้ออกมาทำความสะอาด......  “คุณรู้ไหมว่าอะไรหลุดออกมา  

จากท้องปลา......  เป็นแหวนของคุณนี่เอง......  เป็นพระเจ้าที่ทำการคืนแหวนวงนี้มาให้ผมซ่อมเพื่อคืนคุณในเช้าวันนี้”.....!!!!!   .......ทั้งหมดนี้  ขอขอบพระคุณพระเจ้าที่เราซื่อสัตย์ต่อวันฉลองพระเจ้า”  (Merit of the Sabbath)

……(ควันหลงจากเหตุการณ์นี้)    ......หลังจากนั้น  ชาวบ้านยิวของหมู่บ้านนี้ก็ได้เห็นภาพที่น่ารัก

......ช่างเจียระไนเพชรพลอยอธิบายเรื่องของพระเจ้าให้กับคนขายเครื่องหนังที่หน้าตลาดทุกบ่ายเป็นเวลานาน

หลายปี  เพราะคนขายเครื่องหนังผู้ไม่มีความเชื่อในพระเจ้า กำลังสนใจที่จะหันมานับถือศาสนา และมีความ

เชื่อในพระเจ้า

(จากเรื่อง Merit of the Sabbath

เล่าโดย         Cherie Karo Schwartz

จากหนังสือ    Because God Loves Stories:  An Anthology

of Jewish story telling

Simon & Schuster, New York; 1997)


( 0 Votes )วันพระเจ้ามาก่อน .... วันมนุษย์มาทีหลัง