Mar_333

 

     

กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์  

 

วันที่ 29  มีนาคม  2012

   ยอห์น 7: 28-29

......ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงสอนในพระวิหาร  พระองค์ตรัสเสียงดังว่า 

“ท่านทั้งหลายรู้จักเรา และรู้ว่าเรามาจากไหน  เราไม่ได้มาตามใจตนเอง 

พระองค์ผู้ทรงส่งเรามาทรงสัจจะ  ท่านไม่รู้จักพระองค์  แต่เรารู้จักพระองค์ 

เพราะเรามาจากพระองค์ และพระองค์ทรงส่งเรามา 

ยอห์น 8: 14-16, 19

.......พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า  “แม้เราจะเป็นพยานให้ตนเอง 

คำยืนยันเป็นพยานของเราก็น่าเชื่อถือ  เพราะเรารู้ว่า  เรามาจากไหน 

และกำลังจะไปไหน  แต่ท่านทั้งหลายไม่รู้ว่า  เรามาจากไหน และกำลังจะ 

ไปไหน  ท่านพิพากษาตามมาตรการของมนุษย์  แต่เราไม่พิพากษาผู้ใด 

และถึงแม้ว่าเราพิพากษาผู้ใด  คำพิพากษาของเราก็น่าเชื่อถือ  เพราะเรา 

ไม่อยู่คนเดียว  แต่พระบิดาผู้ทรงส่งเรามานั้น ทรงอยู่กับเราด้วย 

.......เขาเหล่านั้นจึงทูลถามพระองค์ว่า  “พระบิดาของท่านอยู่ที่ใด” 

พระเยซูเจ้าตรัสว่า  “ท่านทั้งหลายไม่รู้จักทั้งเรา  ทั้งพระบิดาของเรา 

ถ้าท่านรู้จักเรา ท่านคงรู้จักพระบิดาของเราด้วย”


*****************************

 


------ 2 ------ 

บทภาวนา :  ข้าพเจ้าเชื่อถึงพระเป็นเจ้า (CREDO)

 สมการ : เชื่อ + แต่...... = (เท่ากับ) ?????

ท่านเชื่ออะไร?  และเชื่ออย่างไร?

  • · ถ้าข้าพเจ้าเชื่อว่า  พระคัมภีร์คือพระวาจาพระเจ้า 

แต่ข้าพเจ้าไม่อ่าน ไม่ศึกษา ไม่รำพึง ภาวนา พระวาจาศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ 

เท่ากับว่า  ข้าพเจ้าปฏิเสธที่จะฟังพระองค์ 

  • · ถ้าข้าพเจ้าเชื่อว่า  ความเชื่อของคาทอลิกเป็นความเชื่อที่แท้จริง 

แต่ข้าพเจ้าไม่ประกาศข่าวดีนี้แก่ผู้อื่นทั้งใกล้และไกล 

เท่ากับว่า  ข้าพเจ้าละทิ้งเพื่อนพี่น้องของข้าพเจ้า 

  • · ถ้าข้าพเจ้าเชื่อในชัยชนะของกางเขน 

แต่ข้าพเจ้าตัดสินความเพื่อนมนุษย์อย่างรุนแรงในความผิดพลาดของเขา  

เท่ากับว่า  ข้าพเจ้าไม่รับรู้พลังการไถ่กู้ของพระคริสตเจ้า 

  • · ถ้าข้าพเจ้าเชื่อในความรอดที่พระเจ้ามอบให้แก่มนุษย์อย่างมากมาย 

แต่ข้าพเจ้ายังทำใจไม่ได้ ยังติเตียนตนเอง ไม่ยกโทษให้กับตนเอง 

เท่ากับว่า  ข้าพเจ้าปฏิเสธความรักของพระเจ้า 

ไม่ยอมรับว่าพระเจ้าเป็นองค์ความรัก (Deus Caritas Est)

  • · ถ้าข้าพเจ้าเชื่อว่าพระเจ้าทรงสร้างสวรรค์และแผ่นดิน 

แต่ข้าพเจ้ากลับทำลายไม่ดูแลสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ 

เท่ากับว่า  ข้าพเจ้าไม่รักษามรดกที่พระเจ้ามอบให้แก่มนุษยชาติ 

  • · ถ้าข้าพเจ้าเชื่อว่า  พระเจ้าเป็นผู้สร้างชีวิตทุกชีวิต 

แต่ข้าพเจ้ากลับถือว่า ทารกที่ไม่ให้ปฏิสนธิ หรือไม่ให้คลอด (ทำแท้ง)  

เป็น “สิทธิทางเลือก” (pro-choice)  ของมนุษย์ (บิดา-มารดา)

เท่ากับว่า  ข้าพเจ้าถือว่าพระเจ้าเป็นภาระของชีวิต 

ไม่ใช่  “เจ้าของชีวิต” (pro-life)

….../3

------ 3 ------

  • · ถ้าข้าพเจ้าเชื่อว่า  มนุษย์ทุกคนถูกสร้างในภาพลักษณ์ของพระเจ้า 

แต่ข้าพเจ้ากลับปฏิบัติตนให้สิทธิศักดิ์ศรีแก่บุรุษเหนือสตรี  

และคนผิวขาวเหนือคนผิวดำ 

เท่ากับว่า  ข้าพเจ้าสะท้อนภาพลักษณ์ความลำเอียงเลือกที่รัก มักที่ชัง  

ที่ไม่เที่ยงธรรม ซึ่งไม่ใช่ภาพลักษณ์ของพระเจ้า 

  • · ถ้าข้าพเจ้าชอบฟังมิสซาภาษาลาตินทั้งๆ ที่ข้าพเจ้าไม่พูด และไม่เข้าใจภาษาลาติน 

แต่ข้าพเจ้ากลับบ่นความข้องใจในบทอ่านที่แปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทย 

เท่ากับว่า   ข้าพเจ้าทำให้พระเจ้าเป็นใบ้ (และตัวข้าพเจ้าเป็นคนหูหนวก) 

  • · ถ้าข้าพเจ้าเชื่อว่าเสียงมโนธรรม เป็นเสียงแรกจากพระเจ้า 

แต่ข้าพเจ้าไม่สนใจในคำสอนของพระศาสนจักร 

เท่ากับว่า  ข้าพเจ้าเปรียบเสมือนเรือที่ปราศจากหางเสือ 

ลอยอยู่กลางทะเลท่ามกลางปัญหา และความยุ่งเหยิงของโลก 

  • · ถ้าข้าพเจ้าเชื่อว่าพระคริสต์เป็นผู้พิพากษาทั้งคนเป็นและคนตาย 

แต่ข้าพเจ้ายังใช้เวลาทุกวันในการวิพากษ์วิจารณ์ความผิดของผู้อื่น 

เท่ากับว่า  ข้าพเจ้าแย่งชิงบัลลังก์การพิพากษาจากพระเจ้า 

  • · ถ้าข้าพเจ้าเชื่อในการกลับคืนชีพของชีวิตกาย 

แต่ข้าพเจ้าไม่ดูแลรักษาชีวิตกาย (ที่เปรียบเสมือนพระแท่นบูชาพระเจ้า 

บนโลกนี้)  ตามจิตตารมณ์คริสตชนที่ดี  

เท่ากับว่า ข้าพเจ้าไม่เกรงกลัวที่จะผิดหวังและเสียใจในวันสุดท้ายของชีวิต 

  • · ถ้าข้าพเจ้า เชื่อถึงพระจิตเจ้า พระบุคคลที่สามในพระตรีเอกภาพ 

แต่ข้าพเจ้ากลับดื้อดึงดำเนินชีวิตประจำวันอย่างกระด้างกระเดื่องต่อพระจิตเจ้า 

เท่ากับว่าข้าพเจ้าไม่ฟังเสียงของพระองค์ (พระจิตเจ้า) ผู้ธำรงรักษา 

มนุษยชาติและโลกมนุษย์ 

  • · ถ้าข้าพเจ้าเชื่อในในการบังเกิดเป็นมนุษย์ขององค์พระบุตร 

แต่ข้าพเจ้ากลับใช้ร่างกายสนองตัณหาและความชั่วช้าของเนื้อหนัง 

เท่ากับว่า  ข้าพเจ้ากลับกลายเป็นผู้ทำลายสิ่งสร้างประเสริฐสุดของ 

พระเจ้า และความเป็นมนุษย์ที่ไร้มลทินขององค์พระเยซูคริสตเจ้า 


------ 4 ------

  • · ถ้าข้าพเจ้าเชื่อในการประทับอยู่ขององค์พระเยซูคริสต์ในศีลมหาสนิท 

แต่ข้าพเจ้ากลับไม่ฟื้นฟูเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยศีลศักดิ์สิทธิ์นี้ 

เท่ากับว่า  ข้าพเจ้าเพิกเฉยไม่สำนึกถึงการประทับของพระคริสต์บนโลกนี้ 

  • · ถ้าข้าพเจ้าเชื่อว่าเราทุกคนเป็นพี่น้องชาย-หญิงในพระคริสต์ 

แต่ข้าพเจ้าปฏิเสธที่จะแบ่งปันเวลา ความสามารถ และ ทรัพย์สมบัติ 

เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ 

เท่ากับว่า  ข้าพเจ้าปฏิเสธที่จะรับองค์พระคริสต์เป็นพี่ชายของข้าพเจ้า 

(จาก Walk the Talk : Or Be Convicted by our Convictions

โดย   คุณพ่อ Rick Potts CssR.

Liguorian  ฉบับ January 2009)

*********************************


( 0 Votes )ท่านเชื่ออะไร?  และเชื่ออย่างไร?