มธ 5 : 13, 14, 24

“ท่านทั้งหลายเป็นเกลือดองแผ่นดิน ถ้าเกลือจืดไปแล้ว จะเอาอะไรมาทำให้เค็มอีกเล่า เกลือนั้นย่อมไม่มีประโยชน์อะไร นอกจากจะถูกทิ้งให้คนเหยียบย่ำ ท่านทั้งหลายเป็นเกลือแสงสว่างส่องโลก เมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาจะไม่ถูกปิดบัง....... จงวางเครื่องบูชาไว้หน้าพระแท่น กลับไปคืนดีกับพี่น้องเสียก่อน แล้วจึงค่อยกลับมาถวายเครื่องบูชานั้น

2 โครินธ์ 4: 16-18.....เราไม่ท้อถอย แม้ว่าร่างกายภายนอกของเรากำลังเสื่อมสลายไป จิตใจของเราที่อยู่ภายในก็ได้รับการฟื้นฟูขึ้นในแต่ละวัน ความทุกข์ยากลำบากเล็กน้อย ของเราในปัจจุบันนี้กำลังเตรียมเราให้ได้รับสิริรุ่งโรจน์นิรันดรอันยิ่งใหญ่หาที่เปรียบมิได้ เราจึงไม่มุ่งมั่นในสิ่งที่แลเห็นได้แต่มุ่งมั่นในสิ่งที่แลเห็นไม่ได้ สิ่งที่แลเห็นได้เป็นสิ่งที่คงอยู่ชั่วคราว แต่สิ่งที่แลเห็นไม่ได้คงอยู่นิรันดร 

Jan_Creation-Hands

มิติต่างๆ ของชีวิต

ชีวิตมนุษย์ เป็นพรประเสริฐที่เราแต่ละคนได้รับจากพระเจ้า โดยผ่านคุณพ่อ คุณแม่ ของเรา มนุษย์เราแต่ละคนเป็นสิ่งสร้างตามภาพลักษณ์ของพระเจ้า และเราก็เป็นผู้สานต่องานสร้างของพระเจ้าด้วย (co-creator)

งานสร้างแต่ละงานนั้น สะท้อนภาพลักษณ์ของพระตรีเอกภาพจากมุมมองของทั้งชีวิตทางโลก และ ชีวิตทางสวรรค์ด้วยดังนี้:-

ประการแรก : เป็นจิต วิญญาณ บริสุทธิ์นิรันดรภาพ  (the Creative Idea) ที่ “สร้าง” (Create) ทุกสิ่งทุกอย่าง (มิใช่ในมิติเวลาให้ครบบริบูรณ์ตามการเป็นอยู่นิรันดรภาพ ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีจุดสิ้นสุดปลายทางของความรักแต่เป็นการลำดับนิรันดรของพระเจ้าแท้...........นี่คือภาพลักษณ์ของพระบิดาการนับเท่านั้น)

ประการที่สอง :เป็นพระวจนาตถ์ (the Word) ของพระบิดาที่รับเอากาย (incarnated)  บังเกิดเป็นมนุษย์ที่สัมผัสมนุษย์ และให้มนุษย์จับต้องทางสรีระได้ (physical matter) ดำเนินชีวิตมนุษย์แท้อาบเหงื่อต่างน้ำ รับทุกข์ทรมาน ลำบากยากเข็ญ ทรงเป็นศูนย์รวมของพลัง (the Creative Energy) แม้อยู่ในนิรันดรภาพทางเทวภาพ แต่ยอมลดตัวลง (kenosis) มีจุดจบของชีวิตกาย (crucified) เพื่อฟื้นคืนชีพ (resurrected) เพื่อนำมนุษยชาติสู่นิรันดรภาพ.........นี่คือภาพลักษณ์ของพระบุตร พระวจนาตถ์

ประการที่สาม : เป็นผู้ให้ชีวิต ให้ความหมายแก่ชีวิต (the Creative Power)  แก่งาน (work)  แก่งานสร้าง (the creation) เป็นผู้ค้ำจุนโลก เป็นคำตอบแก่วิญญาณที่แสวงหาพระเจ้าที่แท้จริง (reditus)…...นี่คือภาพลักษณ์ของพระจิต

(จากบทความ  The Catholic Imagination: Finding the Sacred in the Profane โดย   Robert Royal;   St. Augustine’s Press; 2003)

ภาพลักษณ์ของพระบิดา พระบุตร และ พระจิต เป็นหนึ่งเดียวกัน เสมอภาคกัน อยู่ด้วยกันนับแต่นิรันดรภาพ ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีจุดจบ เป็นพระตรีเอกภาพนิรันดร ให้กำเนิด/ สร้างตลอดกาลด้วยความรักอันเปี่ยมล้นแก่มนุษย์อย่างไม่มีวันสิ้นสุด

และด้วยความรักของพระองค์ทุกสิ่งจึงอุบัติขึ้นมาเป็นสิ่งสร้างมหัศจรรย์ของพระเจ้า (God’s creation) และสิ่งสร้างประเสริฐสุด  ก็คือมนุษย์ คือตัวเราทุกคนนี่เอง

และด้วยความรักของพระเจ้าอีกเช่นกัน แผนกอบกู้มนุษยชาติก็บังเกิดขึ้นทันทีหลังจาก “การล้ม” (The Fall) ของมนุษย์ คู่แรก ความรักของพระองค์ละลาย “บาปแรก” (The original sin)  ให้กลายเป็น “ความผิดที่น่ายินดี” (Felix Culpa) ที่พระ-บิดาทรงมอบพระบุตรให้บังเกิดเป็นมนุษย์สถิตท่ามกลางเรา (Emmanuel)พระเป็นเจ้าทรงเป็นความนิรันดร (Eternity – Infinity) ความรักของพระองค์ทรงเป็นความนิรันดรเช่นกัน เพราะฉะนั้นสำหรับพระองค์ไม่มีขอบเขตแห่งกาลเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นปัจจุบัน เป็นนิรันดรสำหรับพระองค์ แต่สำหรับมนุษย์ เรามีข้อ จำกัด เรามีขอบเขต เรามีความเป็นอยู่ด้านกายภาพ เราจึงต้องอาศัยมิติต่างๆ เพื่อความเข้าใจของมนุษย์ดังนี้:-

(  i  )        มิติ ยาว/ สั้น  : ชีวิตของมนุษย์เป็นการเดินทาง การเดินทางซึ่งมีระยะทางว่ายาวหรือ (long/ short)   สั้น แต่ละวันเรามิได้อยู่กับที่โดยไม่มีการเคลื่อนไหว เราเดิน เราวิ่ง เราขับรถ เราบิน ฯลฯ และในบริบทเดียวกัน อายุขัยของเราจะ ยาว/สั้นแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับการรักษาสุขภาพของเรา การดำเนินชีวิตประจำวัน สุขลักษณะของการเอาใจใส่ดูแล การกิน การอยู่ การประกอบอาชีพ การออกกำลัง การควบคุมความต้องการ ความอยากของเรา ฯลฯ

( ii  )        มิติ กว้าง/ แคบ   : ชีวิตมักมีอุปสรรค เราจึงต้องข้ามอุปสรรคเหมือนข้ามถนน ข้ามคลอง  (wide/ narrow)  ข้ามแม่น้ำ ช่องว่างระหว่างที่เราอยู่ และที่ที่เราจะไปจึงเป็น gap ที่เราจะต้องข้าม จะกว้างจะแคบแค่ไหน เราก็ต้องก้าวข้ามไปให้ได้ และในมิติเดียวกันนี้ เราอาจหมายถึงช่องว่างของเชื้อชาติ  สัญชาติ ของมนุษยชาติ ซึ่งยังความแตกแยก การต่อสู้  การใช้ความรุนแรง และสงครามมากมายในประวัติศาสตร์โลกมนุษย์ เราต้องข้ามมิติช่องว่างนี้ให้ได้

( iii )        มิติ สูง/ ลึก  :  มนุษย์เรามีความมุมานะที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ให้สูงขึ้น เราจึง aim (high/deep) มุ่งเป้าสูงเสมอ แต่เราก็ต้องระวัง เพราะถ้าพลาดตกลงมา เราก็จะไม่ใช่ตกลงบนพื้นแผ่นดินที่เป็นที่ราบ แต่ความแรงที่เราตกลงมาจะทำให้เป็นหลุมลึกฝังตัวเราเองได้ เพื่อเป็นหลักประกัน ป้องกันความหลงระเริงของมนุษย์นี้ เราจำเป็น ต้องปลูกฝังชีวิตจิตของเรา ชีวิตจิตที่นำชีวิตกายสู่พระเจ้า ถ้าหากขาดชีวิตจิตนี้แล้ว ชีวิตกายก็ไม่มีความหมาย...........”มนุษย์จะได้ประโยชน์ใดในการที่ได้โลกเป็นกำไร แต่ต้องเสียชีวิต”  (มัทธิว 16:26)

( iv )         มิติ เนื้อที่/ ปริมาตร :  เมื่อเรานำ  มิติข้อ 1. (ความยาว) คูณด้วย มิติข้อ  2. (ความกว้าง) (area/ space) เราก็จะได้พื้นที่ (area)  เป็นกี่ตารางวา กี่ตารางเมตร  และเมื่อนำมา คูณกับ มิติข้อ 3.  (ความสูง ความลึก) เราก็จะได้ space  (ปริมาตรของความว่างเปล่า) สำหรับใช้สอย ให้เรายืน ให้เราสร้างบ้าน อาคาร ฯลฯ  ที่เราจะใช้เป็นประโยชน์ ในบริบทนี้ เรายังหมายถึง การดำเนินชีวิต ประจำวัน อาชีพที่ตนถนัดตามพระพรที่พระเจ้าประทานให้ในชุมชนที่เรามีบ้านอาศัยอยู่ ที่ครอบครัวเราอยู่ ที่ทำงานที่เราสร้างสรรค์ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นเพื่อความเป็นอยู่ของประชากรทั่วไปให้ดีขึ้น ให้สังคมดีขึ้น มีความสุขสันติมากขึ้น

( v )          สถานที่/ ที่ตั้ง   :  มนุษย์มีขีดจำกัด (limitations)  เราไม่สามารถอยู่ทุกแห่งทุกหนพร้อม (place/ location)   กันในขณะเดียวกัน (omnipresent) เราอยู่ได้เฉพาะที่ (physical presence) ณ แต่ละขณะ เราจึงสามารถมีบทบาท มีส่วนร่วมในการปฏิบัติ ณ ที่ที่เราอยู่เฉพาะที่เท่านั้น และนี่หมายถึงสถานภาพ (status) เอกลักษณ์ (identity) ของเราแต่ละคน........เราเป็น คุณพ่อ/ คุณแม่ ของครอบครัวนี้ (ของเรา) เราเป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนนี้  เราเป็นผู้จัดการของบริษัทนี้ เราเป็นผู้ปกครอง ของจังหวัดนี้  เราเป็นพระสงฆ์ของวัดนี้ เราเป็นนักบวชของคณะนี้  เราเป็นพระสังฆราชของสังฆมณฑลนี้......ฯลฯ

***********************************

(มีต่อสัปดาห์หน้า)


( 1 Vote )มิติต่างๆ ของชีวิต
Tags:     มิติ      ชีวิต