กลุ่มแบ่งปันการรำพึงพระคัมภีร์
วันที่ 19 พฤษภาคม 2011

may_original_bergmann-wood-furniture

ลูกา 10: 38-42

 

ขณะที่พระเยซูเจ้าทรงพระดำเนินพร้อมกับบรรดาศิษย์ พระองค์เสด็จเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง สตรีผู้หนึ่งชื่อมารธา รับเสด็จพระองค์ที่บ้าน นางมีน้องสาวชื่อมารีย์ซึ่งนั่งอยู่แทบพระบาทขององค์พระผู้เป็นเจ้าคอยฟังพระวาจาของพระองค์ มารธากำลังยุ่งอยู่กับการปรนนิบัติรับใช้ จึงเข้ามาทูลว่า “พระเจ้าข้า พระองค์ไม่สนพระทัยหรือที่น้องสาวปล่อยดิฉันคนเดียวให้ปรนนิบัติรับใช้ ขอพระองค์บอกเขาให้มาช่วยดิฉันบ้าง” แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสตอบว่า “มารธา มารธา เธอเป็นห่วงและวุ่นวายหลายสิ่งนัก สิ่งที่จำเป็นมีเพียงสิ่งเดียว มารีย์ได้เลือกเอาส่วนที่ดีที่สุดที่จะไม่มีใครเอาไปจากเขาได้

 

เศรษฐีชาวอินเดียคนหนึ่ง มีคฤหาสน์สวยงาม มีเฟอร์นิเจอร์เครื่องตกแต่งบ้านสวยงาม จนชาวบ้านขนานนามบ้านของเขาว่าเป็น “อาศรมแห่งทรัพย์สมบัติ”

วันหนึ่ง เศรษฐีคนนี้กำลังจะสิ้นใจ ได้เรียกลูกชายคนเดียวของตนมาข้างเตียง เพื่อจะบอกความลับแห่งชีวิตให้แก่ลูกชายว่า “เราจะเริ่มมองเห็นความหมายของการดำเนินชีวิต ก็ต่อเมื่อเราสำนึกว่า ชีวิตนี้ว่างเปล่า” (we begin to see the meaning of living once we realize that life is empty)

เมื่อเศรษฐีสิ้นชีวิตแล้ว ทรัพย์สมบัติทุกสิ่งตกเป็นมรดกของลูกชายคนนี้ รวมทั้งบ้านที่สวยงามที่ได้ชื่อว่า “อาศรมแห่งทรัพย์สมบัติ” นี้ด้วย

ลูกชายเจริญชีวิตในบ้านนี้ด้วยความสุขสบาย สนุกสนาน เฮฮากับเพื่อนๆ ดำเนินกิจการของบิดาต่อไปด้วยความสำเร็จ ร่ำรวยมากขึ้น บ้านที่สวยงามอยู่แล้ว ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมจนกระทั่งไม่มีคฤหาสน์อื่นใดในแผ่นดินจะสวยงามมากไปกว่านี้

แต่หลายปีต่อมา ชีวิตของลูกชายและครอบครัวเริ่มเปลี่ยนไป เขาประสบภัยหายนะติดต่อกันมาโดยตลอด เริ่มจากภรรยาและลูกประสบอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิต ธุรกิจเริ่มล่มสลาย ทรัพย์สินที่เคยมีอย่างมากมายเริ่มเหือดหายจนถึงกับต้องขายเฟอร์นิเจอร์เครื่องตกแต่ง บ้านที่มีค่าเพื่อชำระหนี้ จนในที่สุด เขาก็เหลือตัวคนเดียว เพราะเพื่อนๆ ที่เคยมีมากมายต่างก็อันตรธานหายไปทุกคน บ้านที่สวยงามบัดนี้เป็นบ้านที่ว่างเปล่า ไม่เหลือแม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น หรือพรมแม้แต่ผืนเดียวมาปูพื้นบ้าน

บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่นั่งเดียวดายอยู่บนพื้นคนเดียว เขาก็เหลือบเห็นเส้นบนพื้นกลางห้องโถงเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เขาเดินเข้าไปใกล้ แล้วใช้นิ้วมือลูบตามรอยเส้นกรอบสี่เหลี่ยมนี้  จึงรู้ว่าเป็นแผ่นหินอ่อนที่สามารถเปิดขึ้นมาได้ เขาจึงใช้ไม้งัดให้แผ่นหินอ่อนนี้เผยอขึ้น และเขาก็ตกตะลึง...... ภาพที่เห็นต่อหน้าเป็นบันไดทางลงไปในห้องใต้ดิน เขาจึงไต่บันไดนี้ลงไป เมื่ออยู่กลางห้องใต้ดิน เขาเปิดไฟกลางห้อง แล้วเขาก็ยิ่งต้องตกตะลึงมากขึ้นเมื่อเห็นกองเพชร นิล จินดา ทองแท่ง กองอยู่มากมายเต็มห้อง  ตรงกลางห้องมีโต๊ะตั้งอยู่หนึ่งตัว  บนโต๊ะมีกระติกน้ำใบหนึ่งวางอยู่และแผ่นหนังที่มีข้อความเขียนไว้แผ่นหนึ่งวางอยู่ข้างๆ

ลูกชายจึงเดินไปอ่านข้อความบนแผ่นหนังที่บิดาเขียนสอนลูกชายไว้ว่า: 

”เมื่อลูกได้ลงมาในห้องนี้ และกำลังอ่านข้อความนี้ ลูกก็คงได้เริ่มเรียนรู้คำพูดของพ่อที่เคยพูดไว้ว่า....

เราจะเริ่มมองเห็นความหมายของการดำเนินชีวิต ก็ต่อเมื่อเราสำนึกว่าชีวิตนี้ว่างเปล่า ลูกก็ได้ผ่านช่วงนั้นของชีวิตแล้ว.....  ชีวิตของลูกเหลืออยู่คนเดียว บ้านว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย ลูกจึงสามารถเห็นประตูลับกลางห้องโถง และเดินลงมาในห้องลับนี้ได้ ทรัพย์สินในห้องนี้พ่อแอบเตรียมไว้ให้ลูก

หลังจากที่ลูกผลาญสมบัติบนดินจนหมดแล้ว แต่พ่อยังเตรียมสิ่งที่ประเสริฐกว่านั้นให้ลูกอีก มันอยู่ในกระติกนี้ เป็นน้ำวิเศษที่เมื่อลูกดื่มแล้วจะพบแต่ความสุขสันติตลอดไป” เมื่อลูกชายอ่านข้อความนี้จบ เขาจึงคุกเข่าขอบคุณคุณพ่อของเขา ขอบคุณพระที่ได้มอบบิดาที่แสนดี ที่มองการณ์ไกลที่ทรงคุณธรรม และยังชี้นำชีวิตของเขาแม้จะละจากโลกนี้ไปแล้ว

 

ข้อคิดแห่งชีวิต :

ชีวิตแท้ของเรา ก็คือชีวิตที่กลับไปหาพระบิดาเจ้า (Reditus) โดยละทิ้งสิ่งของ ทรัพย์สมบัติของโลก ไม่ติดใจกับ “การมี” (having) แต่มุ่งมั่นต่อ “การเป็น” (being) บุคคลที่พระองค์ทรงต้องการให้ “เราเป็น”


( 0 Votes )เศรษฐีชาวอินเดียคนหนึ่ง
Tags:     มารธา      มารีย์      เศรษฐี      การมี      การเป็น