cloth

"ท่านจะกังวลถึงเครื่องนุ่งห่มทำไม จงพิจารณาดอกไม้ในทุ่งนาเถิด มันเจริญงอกงามขึ้นได้อย่างไร มันไม่ทำงาน มันไม่ปั่นด้าย แต่เราบอกท่านทั้งหลายว่า กษัตริย์ซาโลมอนเมื่อทรงเครื่องอย่างหรูหรา ก็ยังไม่งดงามเท่าดอกไม้นี้ดอกหนึ่ง แม้แต่หญ้าในทุ่งนา ซึ่งมีชีวิตอยู่วันนี้ รุ่งขึ้นจะถูกโยนทิ้งในเตาไฟ พระเจ้ายังทรงตกแต่งเช่นนี้ พระองค์จะไม่สนพระทัยท่านมากกว่านั้นหรือ ท่านช่างมีความเชื่อน้อยจริง"

มัทธิว 6: 28-30

 


 

(ต่อเนื่องจากเรื่อง “พระพรต่างๆ เพื่อการดำเนีนชีวิตบนโลกนี้” ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน 2010)

แมทธิว เป็นจิตรกรนักวาดรูป (painter) ชาวอังกฤษ วันหนึ่งเขาพาลูกชายของเขาชื่อ ไบรอัน อายุ 5 ขวบ ไปห้องประมูลภาพในกรุงลอนดอน เขาเตรียมตัวเองสำหรับวันนี้มานานแล้ว เพราะวันนี้เป็นวันนัดประมูลรูปภาพอันลือชื่อของ Van Gogh และรูปภาพที่เป็นพระเอกในวันนั้นก็คือ รูปดอกทานตะวัน 15 ดอก (Sunflowers) บนผืนผ้าใบขนาด 39X30 นิ้ว ต้นทุนของ Van Gogh ในการวาดภาพนี้ในปี ค.ศ. 1890 คงประมาณ 500 ฟรังส์ (ฝรั่งเศส) เท่านั้น

การประมูลได้เริ่มขึ้น และ ภายใน 5 นาทีแรก ราคาที่ถูกขานประมูลก็พุ่งสูงขึ้นถึง 5 ล้านปอนด์ (สเตอริงค์ของอังกฤษ) ซึ่งเขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

การขานประมูลยังคงดำเนินต่อไป จนในที่สุดก็เหลือผู้ประมูลเพียงสองท่านที่แข่งประมูลกัน การประมูลทวีความตื่นเต้นมากขึ้น เพราะทั้งสองฝ่ายเพิ่มจำนวนเงินประมูลถึงครั้งละครึ่งล้านปอนด์ทีเดียว ผู้ประมูลทั้งสองฝ่ายนี้ ประมูลในนามของผู้ซื้อที่มิได้อยู่ในห้องนั้นเสียด้วยซ้ำไป

และในที่สุด การประมูลก็จบสิ้น โดยฝ่ายหนึ่งให้ราคาเป็นประวัติการของการประมูลของสำนักประมูลแห่งนั้น ภาพ Sunflowers ของ Van Gogh ถูกประมูลในราคา 24.75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,485 ล้านบาทด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 60 บาทต่อ 1 ปอนด์สเตอริงค์)

แมทธิวยังไม่หายตื่นเต้นจากการประมูลนี้ แต่เขาก็ต้องยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น เมื่อเขามองไปรอบๆ ตัว แต่ไม่เห็นไบรอัน – ลูกชายของตน แมทธิวรีบวิ่งออกไปนอกห้องพร้อมกับร้องตะโกนเรียกชื่อลูกชายของตน

เมื่อออกไปยังสนามหญ้าที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยพรรณไม้ดอกต่างๆ แมทธิวก็โล่งอก เพราะไบรอันอยู่ในท่ามกลางดอกไม้ต่างๆ กลางสนาม เมื่อเดินเข้าไปใกล้ เขาจึงสังเกตเห็นว่า ไบรอันกำลังชมดอกทานตะวัน โดยใช้มือจับกลีบดอกทานตะวัน ดมกลิ่นดอกทานตะวัน ใช้นิ้วมือลูบคลำดอกทานตะวันที่ตรงกลางดอกเป็นเกสรเรียงรายเป็นเส้นโค้งวงกลม (spiral) ไขว้กันอย่างสวยงามตามธรรมชาติที่ยังความอัศจรรย์ใจ (นักคณิตศาสตร์สองท่านคือ Rene Descartes และ Leonardo de Pisa (หรือที่รู้จักในอีกชื่อว่า Fibonacci) เป็นผู้ค้นพบสูตรคณิตศาสตร์ที่ได้มาจากการสังเกตการเจริญเติบโตของดอกไม้ต่างๆ (อาทิเช่น ดอกทานตะวัน) และ หอย Nautilus สูตรคณิตศาสตร์นี้ปัจจุบันเรารู้จักกันในชื่อ Fibonacci Series)

เมื่อไบรอันเห็นคุณพ่อเดินมาหา ก็ทักทายด้วยความดีใจ พร้อมกับถามคุณพ่อว่า วันนี้เขาประมูลภาพอะไร คุณพ่อก็ตอบว่า เป็นการประมูลภาพดอกทานตะวัน

ไบรอันถามต่อว่า ดอกทานตะวันที่ประมูลนี้ มันเคลื่อนไหวแกว่งไปมาตามกระแสลมเหมือนดอกไม้นี้ไหม (ดอกที่อยู่ในมือของไบรอัน .......แล้วมันมีกลิ่นไหม? (ไบรอันถามพร้อมกับยื่นจมูกของตนดมดอกทานตะวันที่อยู่ในมือ) .......แล้วมันจะบานเมื่อแสงอาทิตย์ส่องถูกมันตอนเช้าไหม?

แมทธิวผู้พ่อก็ตอบไบรอันว่า ทั้งหมดที่ลูกถามมานี้ มัน (Van Gogh’s Sunflowers) ไม่สามารถเป็นอย่างที่ลูกถามสักอย่าง มันเป็นเพียงภาพเขียนบนผ้าใบเท่านั้นเอง มันเป็นดอกไม้ปลอม .......ไบรอันจึงเปรยขึ้นว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้น ลูกว่าดอกทานตะวันของลูกดีกว่าเป็นไหนๆ เลยจริงไหมครับคุณพ่อ?” ......แมทธิวได้แต่พยักหน้า ในใจคิดว่า แม้กระทั่งเด็กอายุเพียง 5 ขวบเท่านั้นก็ยังรู้จักเลือกได้ถูกต้องว่า ดอกทานตะวันดอกไหนที่มีคุณค่าในชีวิตมากกว่า

พระพร ข้อ ง. (reverence) ได้นำแมทธิวสู่ความจริงยั่งยืนของชีวิตว่า “ของจริง” แตกต่างกับ “ของปลอม” อย่างไร?

reverence2


( 0 Votes )ดอกทานตะวันดอกไหนที่มีคุณค่า